วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569
นายนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานงวดปี 2568 มีกำไรสุทธิ จำนวน 6,220 ล้านบาท และกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ยทางการเงิน ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เป็นจำนวน 15,322 ล้านบาท และ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติอนุมัติเงินปันผลประจำปี 2568 สำหรับผู้ถือหุ้น เป็นเงินจำนวน 3,480 ล้านบาท (หุ้นละ 1.60 บาท) คิดเป็น 55.94 % ของกำไรปี 2568 โดยจะนำเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อขออนุมัติในวันที่ 23 เมษายน 2569 และคาดว่าจะสามารถจ่ายเงินปันผลได้ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569
ทั้งนี้ปี 2568 บริษัทฯ รับรู้รายได้รวม จำนวน 35,919 ล้านบาท โดยมีรายได้หลักจากกลุ่มธุรกิจผลิตไฟฟ้า จำนวน 33,641 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 94 % ในจำนวนนี้เป็นรายได้จากโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลัก จำนวน 28,542 บาท และโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน จำนวน 5,099 บาท ส่วนกลุ่มธุรกิจสาธารณูปโภคและอื่นๆ สามารถสร้างรายได้ในปีนี้ เป็นจำนวน 2,278 ล้านบาท คิดเป็น 6 % ของรายได้รวม
นายนิทัศน์ กล่าวอีกว่า การดำเนินงานของบริษัทฯ ในปีที่ผ่านมา ยังได้มุ่งเน้นที่การบริหารจัดการสินทรัพย์ โดยเป็นกลยุทธ์หลักที่บริษัทฯ ใช้ขับเคลื่อนเพื่อสร้างมูลค่าและการเติบโตขององค์กร ซึ่งปรากฏผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมสะท้อนได้จากประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า ซึ่งค่าเฉลี่ยความพร้อมจ่ายการผลิต (Equivalent Availability Factor) โรงไฟฟ้าหลักของกลุ่มบริษัทฯ อยู่ในระดับ 90 % อีกทั้งยังมีการปรับโครงสร้างพอร์ตการลงทุนเพื่อให้เหมาะสมกับทิศทางกลยุทธ์ใหม่ของบริษัทฯ และบริบทของธุรกิจพลังงานของแต่ละประเทศ
สำหรับปีนี้ บริษัทฯ มีแผนการลงทุนในธุรกิจผลิตไฟฟ้าทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยการลงทุนในระยะสั้นและระยะกลางนอกจากโครงการพลังงานทดแทนแล้ว และได้พิจารณาโครงการเชื้อเพลิงหลักที่อยู่ในแนวทางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยจะใช้วิธีเข้าซื้อหุ้นโครงการที่ดำเนินงานอยู่แล้วเป็นหลัก และยังศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาและลงทุนเกี่ยวกับพลังงานในอนาคต ได้แก่ เชื้อเพลิงอากาศยานอย่างยั่งยืน ไฮโดรเจนและแอมโมเนียสีเขียว รวมทั้งเชื้อเพลิงชีวภาพต่างๆ โดยได้จัดเตรียมทรัพยากรทั้งด้านการเงินและบุคลากรไว้พร้อมแล้ว ทำให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของปีนี้จะยังคงเติบโตได้อย่างมั่นคงและสามารถสร้างคุณค่าแก่ผู้มีส่วนได้เสีย ตลอดจนสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืนต่อไป
ส่วนฐานะทางการเงินของบริษัทฯ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 238,004 ล้านบาท หนี้สินรวม 130,357 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 107,646 ล้านบาท สำหรับอัตราส่วนผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น 10.75 % และอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน อยู่ที่ 1.21 เท่า อนึ่ง เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 บริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรก (งวดเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568) จำนวน 1,740 ล้านบาท คิดเป็นหุ้นละ 0.80 บาท จึงคงเหลือเงินปันผล จำนวน 1,740 ล้านบาท คิดเป็น 0.80 บาทต่อหุ้น ที่จะดำเนินการจ่ายภายหลังได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งคาดว่าจะจ่ายเงินปันผลในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี