AMATAV กางแผนรุก‘อมตะ ซิตี้ ฟู้เถาะ’ ปั้นฮับไฮเทคใหม่ในเวียดนาม

AMATAV กางแผนรุก‘อมตะ ซิตี้ ฟู้เถาะ’ ปั้นฮับไฮเทคใหม่ในเวียดนาม

วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.19 น.

AMATAV กางแผนรุก‘อมตะ ซิตี้ ฟู้เถาะ’ ปั้นฮับไฮเทคใหม่ในเวียดนาม

4 มีนาคม 2569 นางสมหะทัย พานิชชีวะ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่ บริษัท อมตะ วีเอ็น จำกัด (มหาชน) หรือ AMATAV เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิ 531 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 133 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากการปรับปรุงการคำนวณต้นทุนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรชั้นต้นปรับตัวดีขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 29 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากบริษัทรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการขายที่ดินในโครงการกว๋างจิ (Quang Tri) 


ในปี 2568 มีรายได้รวม 3,956 ล้านบาท ลดลง 25% จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 5,305 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการยอดขายอสังหาริมทรัพย์ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ฮาลอง (ACHL) คิดเป็นพื้นที่ 6.4 เฮกตาร์ และนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ลองถั่น (ACLT) คิดเป็นพื้นที่ 17.9 เฮกตาร์ (ประมาณ 111.875 ไร่) รวมเป็น 24.3 เฮกตาร์ (ประมาณ 151.875 ไร่)

ด้านนายสุขุม พิทยาพิบูลพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน บริษัท อมตะ วีเอ็น จำกัด (มหาชน) หรือ AMATAV กล่าวเพิ่มเติมถึง ภาพรวมในปี 2568 และทิศทางการเติบโตที่สำคัญในประเทศเวียดนามที่ผ่านมาถือเป็นปีแห่งการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของเศรษฐกิจเวียดนามส่งผลบวกโดยตรงต่อธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม    ซึ่งเวียดนามยังคงมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจสูง โดย GDP ปี 2568 เติบโตที่ 8.02% ขณะที่ภาครัฐมีนโยบายเชิงรุกในการดึงดูดการลงทุนแบบเลือกสรร (Selective FDI) โดยเฉพาะกลุ่มไฮเทคและนวัตกรรม อีกทั้งยังมีการลดกระบวนการดำเนินงานขั้นตอนการขอใบอนุญาตต่างๆ ให้มีระยะเวลาที่สั้นลงและยังช่วยลดการคอรัปชันลงด้วย รวมถึงการกระจายอำนาจในการอนุมัติโครงการไปสู่ภาคส่วนจังหวัดช่วยให้กระบวนการอนุมัติเร็วขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของเวียดนามที่จะก้าวเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ติดอันดับ 3 ของอาเซียนในปี 2573

ขณะที่ประเทศเวียดนามเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยวางหมุดหมายปี 2573เป็นจุดยกระดับประเทศสู่กลุ่มเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของโลกที่มีทิศทางการเติบโตระยะยาวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงปี 2569 – 2673  รัฐบาลตั้งเป้าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 10% ต่อปี พร้อมดันรายได้ประชากรต่อหัวแตะ 8,500 ดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 ขยับอันดับประเทศสู่กลุ่ม 30–35 เศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลก และขึ้นเป็นอันดับ 3 ของอาเซียน พร้อมขยายเศรษฐกิจดิจิทัลให้มีสัดส่วนไม่น้อยกว่า 30% ของ GDP ภายในปี 2573 ควบคู่กับการเดินหน้าโมเดลการเติบโตสีเขียว ตั้งเป้าลดความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วย GDP ลง 15% จากปี 2557 และผลักดันพลังงานหมุนเวียนให้มีสัดส่วน 15–20% ของอุปทานพลังงานหลักทั้งหมด

สำหรับนักลงทุนต่างประเทศ (FDI) เวียดนามปรับยุทธศาสตร์จากฐานการผลิตต้นทุนต่ำสู่ศูนย์กลางการผลิตเทคโนโลยีและมูลค่าสูง สอดรับกระแสการกระจายห่วงโซ่อุปทานของบริษัทต่างชาติทั่วโลก โดยภาคการผลิตยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจ สะท้อนความแข็งแกร่งท่ามกลางแรงกดดันภายนอก ซึ่งดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (IIP) ในปี 2568 ขยายตัวโดดเด่นถึง 9.2% สูงที่สุดในรอบ 5 ปี ขณะเดียวกัน ความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติยังอยู่ในระดับสูง นักลงทุนต่างประเทศ (FDI) มีความมั่นใจการลงทุนเพิ่มขึ้น 15.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ตอกย้ำบทบาทของเวียดนามในฐานะฮับการผลิตและส่งออกแห่งใหม่ของภูมิภาค

ทั้งนี้ ทาง AMATAV ได้มีการขยายการลงทุนในประเทศเวียดนาม เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันบริษัทมีโครงการที่ดำเนินการแล้วและอยู่ระหว่างการพัฒนา  5  โครงการ ได้แก่ อมตะซิตี้ เบียนหัว, อมตะซิตี้ ลองถั่น อมตะซิตี้ ฮาลอง นิคมอุตสาหกรรมกว๋างจิ และ อมตะซิตี้ ฟู้เถาะ ซึ่งมีพื้นที่ที่ได้รับการรับรองการลงทุนแล้วประมาณ 2,586 เฮกตาร์ หรือประมาณ 16,100 ไร่ โดยล่าสุดบริษัทได้รับอนุมัติลงทุนในโครงการอมตะซิตี้ ฟู้เถาะ อย่างเป็นทางการ ซึ่งได้ใบรับรองการจดทะเบียนการลงทุน (Investment Registration Certificate : IRC) ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการขยายพอร์ตในเวียดนาม ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 185 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นมูลค่า 5,740 ล้านบาท บนพื้นที่รวม 475.67 เฮกตาร์ (ประมาณ 2,970 ไร่)

สำหรับโครงการอมตะซิตี้ ฟู้เถาะ มีอายุสัมปทานการดำเนินงานยาวนานถึง 50 ปี และถือเป็นโครงการลำดับที่ 5 ของอมตะในเวียดนามตามกรอบความร่วมมือที่ได้ตกลงกับจังหวัดฟู้เถาะ รองรับกลุ่มอุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีชั้นสูง (High-Tech), อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะยุคใหม่ (Smart Electronics) อาทิ อิเล็กทรอนิกส์ โทรคมนาคม เซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยานยนต์และชิ้นส่วน รวมถึงรองรับการเติบโตของนักลงทุนในอุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีสะอาดและนวัตกรรมเพื่อความอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับแผนพัฒนาพลังงานแห่งชาติและเป้าหมาย Net Zero ของประเทศเวียดนาม

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top