วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
‘อมตะ’โชว์ผลงานQ1/69 กำไร 1,379 ล้านบาท โต 67% รับปัจจัยบวกดีมานด์ Data Center บูม
นางสาวเด่นดาว โกมลเมศ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 บริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้น 3,996 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,379 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันจากปีก่อน เนื่องจากได้รับปัจจัยบวก การย้ายฐานการลงทุน จากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ส่งผลให้บริษัทสามารถรับรู้รายได้จากการโอนที่ดินเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 306 ไร่ จาก 279 ไร่ ส่งผลให้บริษัทรับรู้รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทั้งสิ้น 2,486 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 30% สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางและแนวโน้มของการฟื้นตัวด้านการลงทุนของผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมและการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง
นอกจากนี้อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจหลักยังปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 47% จาก 44% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากบริษัทมีนโยบายการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งในและต่างประเทศ ให้สอดรับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจโลกและการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่ปัจจุบันกระแสการลงทุนยังมีความต้องการซื้อที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะจากกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ ดาต้าเซ็นเตอร์ และพลังงานสะอาด ที่มีความสนใจในการเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ยอดขายรอโอน (Backlog) มูลค่า 19,704 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ที่แข็งแกร่งและรองรับการเติบโตในระยะถัดไป ทั้งนี้ บริษัทยังคงให้ความสำคัญในการบริหารจัดการ โครงสร้างทางการเงิน เพื่อรักษาอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) โดยปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 1.25 เท่า
ขณะเดียวกันในด้านการให้บริการสาธารณูปโภค ยังเป็นธุรกิจหลักที่สร้างรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้ทั้งสิ้น 1,201 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากการขยายตัวของความต้องการใช้บริการระบบสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมในประเทศ ส่วนธุรกิจโรงงานสำเร็จรูปให้เช่า (RBF) มีรายได้ 258 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% และยังรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในระดับสูง โดยปัจจุบันมีพื้นที่โรงงานสำเร็จรูปรวม 469,890 ตารางเมตร อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้าอยู่ที่ 152 ล้านบาท ลดลง 34% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรในไตรมาสนี้จากกลุ่มธุรกิจไฟฟ้า และจากธุรกิจจำหน่ายก๊าซธรรมชาติปรับลดลง
ด้านนายยาซูโอะ ซึซึอิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดนิคมอุตสาหกรรมในปี 2569 ยังได้รับแรงหนุนจากกระแสการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และการย้ายฐานการผลิตมายังภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะประเทศไทยและเวียดนามที่ยังเป็นฐานการผลิตสำคัญของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ ดาต้าเซ็นเตอร์ และพลังงานสะอาด
ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) รายงานว่า ในไตรมาส 1 ปี 2569 มีมูลค่าการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนรวมกว่า 1.01 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4 เท่า จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยกลุ่มดิจิทัลมีมูลค่าสูงสุดกว่า 8.7 แสนล้านบาท สะท้อนความต้องการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีและ AI ที่เติบโตต่อเนื่อง
“แม้เศรษฐกิจโลกยังมีความผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และแรงกดดันด้านการค้า แต่ประเทศไทยยังคงมีจุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซัพพลายเชน และศักยภาพในการรองรับอุตสาหกรรมใหม่ ทำให้ยังเห็นความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะลูกค้าจากจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และยุโรป” นายยาซูโอะ กล่าว
พร้อมกันนี้ บริษัทเดินหน้าขยายการลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเวียดนาม ซึ่งยังมีศักยภาพเติบโตสูง ล่าสุดได้จัดตั้งบริษัทย่อย อมตะซิตี้ ฟู้เถาะ (Amata City Phu Tho Joint Stock Company) เพื่อพัฒนาโครงการในเวียดนามด้วยทุนจดทะเบียนราว 23.86 ล้านบาท รวมถึงร่วมลงทุนธุรกิจโซลาร์รูฟท็อปในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ฮาลอง และอมตะซิตี้ ฮาลอง เพื่อรองรับแนวโน้มอุตสาหกรรมสีเขียวและพลังงานสะอาด
สำหรับทิศทางธุรกิจระยะยาว AMATA เดินหน้ายกระดับสู่ “Industrial City” ควบคู่ยุทธศาสตร์ความยั่งยืน โดยมุ่งพัฒนานิคมอุตสาหกรรมจากฐานการผลิตสู่ระบบนิเวศการลงทุนครบวงจร ทั้งด้านสาธารณูปโภค พลังงาน เทคโนโลยีดิจิทัล และบริการสนับสนุนธุรกิจ เพื่อตอบโจทย์นักลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ให้ความสำคัญทั้งประสิทธิภาพการดำเนินงานและมาตรฐานสิ่งแวดล้อม พร้อมกันนี้ บริษัทตั้งเป้าผลักดันเมืองอุตสาหกรรมคาร์บอนเป็นกลางภายในปี 2583 ผ่านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว การใช้พลังงานสะอาด การบริหารทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการนำโซลูชันอัจฉริยะมาลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในพื้นที่นิคมฯ เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนคุณภาพ และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี