ชง4ข้อพลิกวิกฤตสงคราม ดันไทย‘สวิตเซอร์แลนด์ลงทุนภูมิภาค’

ชง4ข้อพลิกวิกฤตสงคราม ดันไทย‘สวิตเซอร์แลนด์ลงทุนภูมิภาค’

วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.45 น.

ชง4ข้อพลิกวิกฤตสงคราม ดันไทย‘สวิตเซอร์แลนด์ลงทุนภูมิภาค’

นายวิวรรธน์ เหมมณฑารพ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้ ส.อ.ท.ได้เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ด้านการคลัง วุฒิสภา เพื่อพิจารณาศึกษาและติดตามผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีต่อเศรษฐกิจไทย โดย ส.อ.ท. ได้นำเสนอถึงสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน โดยเฉพาะภายหลังการประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของโลก


นายวิวรรธน์ ระบุว่า สำหรับสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนค่าระวางเรือและค่าขนส่งทางทะเล (Freight Rate) ที่ปรับตัวสูงขึ้นจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงการเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือไปอ้อมแหลมกู๊ดโฮป โดยในช่วงเหตุการณ์ความไม่สงบในทะเลแดงที่ผ่านมา ค่า Freight Rate เคยปรับเพิ่มขึ้นราว 2-3 เท่า

“ส.อ.ท. ยังแจ้งต่อ กมธ.ฯด้วยว่าสถานการณ์ดังกล่าวยังส่งผลให้ราคาพลังงานผันผวนอย่างรุนแรง โดยคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบอาจปรับตัวสูงขึ้นอยู่ในช่วง 80-100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานของไทย เนื่องจากประเทศไทยต้องนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางสูงถึง 50-60% และก๊าซ LNG ประมาณ 30%” นายวิวรรธน์ กล่าว

นายวิวรรธน์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนทางการค้ายังทำให้การส่งออกไปยังตลาดตะวันออกกลาง ซึ่งมีมูลค่ากว่า 12,475.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อาจชะลอตัวลง และอาจส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อในประเทศเพิ่มขึ้นประมาณ 1-2.8% ขึ้นอยู่กับความยืดเยื้อของสถานการณ์

นายวิวรรธน์ ระบุว่า ส.อ.ท.ได้นำเสนอแนวทางในการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ผ่านการผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็น “สวิตเซอร์แลนด์แห่งการลงทุนในภูมิภาค” โดยมีเป้าหมายในการวางบทบาทของประเทศให้เป็นกลาง ไม่เลือกข้าง และให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของทุกฝ่าย เพื่อส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนที่มีเสถียรภาพและปลอดภัย ท่ามกลางความขัดแย้งของขั้วอำนาจโลก

ทั้งนี้ การขับเคลื่อนเพื่อรับมือและยกระดับอุตสาหกรรมไทยในอนาคต ประกอบด้วย 4 แนวทางสำคัญ ได้แก่ 1.การรักษาสถานะความเป็นกลางทางการเมืองเพื่อดึงดูดการลงทุนจากทุกภาคส่วน 2.การสร้างมูลค่าเพิ่มให้อุตสาหกรรมในประเทศ โดยยกระดับสู่ High Technology, Innovation-driven และอุตสาหกรรมสีเขียว

3.การเร่งออกมาตรการดูแลต้นทุนด้านพลังงานและโลจิสติกส์ รวมถึงการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม และ 4.การส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ในกลุ่มอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ เช่น ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) และการเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืน

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top