พณ.ศึกษาโมเดลญี่ปุ่นเล็งปรับใช้ดันสินค้าGIไทย

พณ.ศึกษาโมเดลญี่ปุ่นเล็งปรับใช้ดันสินค้าGIไทย

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา(DIP) กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) เปิดเผยภายหลังเข้าเยี่ยมชมแปลงปลูกมันหวานนาเมะกาตะ (Namegata) ณ จังหวัดอิบารากิ ประเทศญี่ปุ่น ว่า ได้เข้าไปเรียนรู้กระบวนการผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง การควบคุมคุณภาพสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) แลกเปลี่ยนองค์ความรู้วิถีการเกษตรระหว่างไทยและญี่ปุ่น การทำตลาด รวมถึงการถอดบทเรียนจากโมเดลเกษตรมูลค่าสูงของญี่ปุ่นมาประยุกต์ใช้กับสินค้าเกษตรไทยตามแนวความสำเร็จของมันหวานญี่ปุ่น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันสินค้าไทยในตลาดโลก


“การเยือนแหล่งผลิตมันหวานนาเมะกาตะครั้งนี้ ได้พบหารือกับกลุ่มผู้ประกอบการ นำโดย Mr.Yuji Kuriyama ผู้อำนวยการสหกรณ์การเกษตรนาเมกาตะ ชิโอไซ (JA Namegata Shiosai) เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการพัฒนาและคุ้มครองสินค้า GI ตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่การกำหนดมาตรฐานคุณภาพ การควบคุมแหล่งผลิต การบริหารจัดการผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยว ไปจนถึงการสร้างแบรนด์และทำตลาดเจาะกลุ่มผู้บริโภคระดับพรีเมียม ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรได้อย่างเป็นรูปธรรม และเป็นต้นแบบสำคัญในการพัฒนาเกษตรมูลค่าสูงของไทย”นางอรมน กล่าว



ทั้งนี้มันหวานนาเมะกาตะ เป็นสินค้า GI ที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่นและมีรสชาติดีที่สุด โดยมีหลายสายพันธุ์ เช่น สายพันธุ์เบนิอาซึมะ สายพันธุ์เบนิ ฮารุกะ สายพันธุ์นารุโตะคิงโตคิ สายพันธุ์ซีลสวีท สายพันธุ์คุริโคกาเนะ และสายพันธุ์เบนิโคกาเนะ ซึ่งเป็นมันเนื้อสีเหลืองที่มีเนื้อสัมผัสคล้ายเผือก มีปริมาณน้ำตาลสูง ด้วยจุดเด่นด้านอัตลักษณ์ที่มีความแตกต่าง มันหวานนาเมะกาตะจึงสามารถสร้างแบรนด์สินค้าสู่ตลาดระดับพรีเมียม และทำให้ได้รับการขึ้นทะเบียนสินค้า GI ของญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2566 และมีแนวโน้มการผลิตเพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งผู้ประกอบการสามารถผลิตได้ถึง 20,728 ตัน คิดเป็นมูลค่า 4,718 ล้านเยน หรือประมาณ 940 ล้านบาท และมีปริมาณผลผลิตส่งออกถึง 994.3 ตัน ตลาดส่งออกที่สำคัญ คือ มาเลเซีย ไทย สิงคโปร์ แคนาดา ฝรั่งเศส และเยอรมนี  


นางอรมน กล่าวว่า กรมฯเตรียมนำโมเดลการบริหารจัดการสินค้า GI แบบครบวงจรของญี่ปุ่น มาประยุกต์ใช้กับสินค้า GI ไทยที่มีศักยภาพ อาทิ สินค้าในกลุ่มกาแฟ มะพร้าวน้ำหอม ส้มโอ สับปะรด เป็นต้น เพื่อยกระดับสินค้าเกษตรทั่วไปสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ซึ่งปัจจุบันญี่ปุ่นได้ขึ้นทะเบียนคุ้มครองสินค้า GI ไทยแล้ว 3 รายการ คือ กาแฟดอยตุง(เชียงราย) กาแฟดอยช้าง (เชียงราย) และสับปะรดห้วยมุ่น (อุตรดิตถ์) โดยกรมฯมีแผนที่จะผลักดันการขึ้นทะเบียนสินค้า GI ไทย เพื่อขอรับความคุ้มครองในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น เพื่อช่วยช่วยสร้างแต้มต่อในการสื่อสารคุณภาพของสินค้าของไทย และสร้างการยอมรับสินค้า GI ไทย ซึ่งจะส่งผลให้สินค้า GI ไทยสามารถเติบโตในตลาดญี่ปุ่นที่มีกำลังซื้อสูงได้อย่างแข็งแรงต่อไป

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top