วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการประเมินสถานการณ์การค้าสินค้าน้ำตาล พบสัญญาณความท้าทายเพิ่มขึ้น จากแนวโน้มปริมาณผลผลิตอ้อยและน้ำตาลทั้งในประเทศและจากผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกที่สูงขึ้น ประกอบกับนโยบาย “พึ่งพาตนเอง” ของประเทศคู่ค้าหลักอย่างอินโดนีเซีย เกษตรกรและผู้ประกอบการควรเตรียมแผนรับมือด้านการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ควบคู่กับการเร่งขยายและผลักดันการส่งออกไปยังตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ และยกระดับอุตสาหกรรมอ้อยสู่การแปรรูปมูลค่าสูง โดยเฉพาะการพัฒนาไปสู่การผลิตพลังงานชีวภาพและผลิตภัณฑ์ชีวภาพอื่นๆ
โดยสัญญาณหนึ่งที่ควรติดตามคือ นโยบายของอินโดนีเซียที่มุ่งลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำตาลเพื่อการบริโภค ซึ่งมีเป้าหมายเพิ่มการใช้ผลผลิตภายในประเทศให้สอดคล้องกับความต้องการใช้ในประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป ทั้งนี้อินโดนีเซียเป็นหนึ่งในตลาดส่งออกน้ำตาลที่สำคัญของไทย จึงอาจต้องพิจารณาการกระจายและหาตลาดส่งออกทดแทนเพิ่มในระยะต่อไป โดยเฉพาะในภาวะที่ผลผลิตอ้อยปี 2568/2569 ของไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากปริมาณน้ำฝนเอื้ออำนวย คาดการณ์ปริมาณอ้อยเข้าหีบอาจสูงถึง 98 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน ทั้งนี้หากอินโดนีเซียไม่นำเข้า ย่อมกดดันราคาอ้อยภายในประเทศ ส่งผลกระทบต่อรายได้เกษตรกรและการส่งออกของไทย
“ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในครึ่งปีหลัง 2569 คืออาจเกิดภาวะน้ำตาลล้นตลาด เมื่อปริมาณอ้อยในไทยเพิ่มขึ้น ขณะที่ความต้องการสินค้าจากตลาดนำเข้าหลักคืออินโดนีเซียลดลง ประกอบกับอินเดียและบราซิลซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกมีผลผลิตเพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งจะกดดันราคาน้ำตาลในตลาดโลก ดังนั้นไทยอาจมุ่งขยายฐานลูกค้าไปยังตลาดเอเชียตะวันออกและเอเชียกลางที่ยังมีกำลังซื้อ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดหลักเพียงไม่กี่ประเทศ”นายนันทพงษ์ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี