542.jpg
‘ผู้ผลิต IF’โต้แนวคิดแบนเตาหลอม เสียหายแล้วนับหมื่นล้าน ย้ำ‘ตึก สตง.’ถล่มไม่เกี่ยวคุณภาพเหล็ก

‘ผู้ผลิต IF’โต้แนวคิดแบนเตาหลอม เสียหายแล้วนับหมื่นล้าน ย้ำ‘ตึก สตง.’ถล่มไม่เกี่ยวคุณภาพเหล็ก

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.56 น.

วงการเหล็กระอุ! ‘ผู้ผลิต IF’โต้แนวคิดแบนเตาหลอม ย้ำ‘ตึก สตง.’ถล่มไม่เกี่ยวคุณภาพเหล็ก ชี้กระทบอุตสาหกรรมเสียหายแล้วกว่าหมื่นล้าน

27 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าศึกอุตสาหกรรมเหล็กร้อนระอุ หลังคณะกรรมการพิจารณาเรื่องมาตรฐานสินค้า (กมอ.) เตรียมพิจารณาปรับปรุงมาตรฐานผลิตภัณฑ์เหล็กเส้น โดยมีข้อเสนอให้จำกัดการใช้เหล็กข้ออ้อยที่ผลิตจากเตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า (Induction Furnace : IF) ในงานโครงสร้างหลัก และให้ผลิตได้เฉพาะเหล็กเส้นกลมสำหรับงานพื้นเท่านั้น ขณะที่ผู้ประกอบการกลุ่มเตา IF ออกโรงคัดค้าน พร้อมยืนยันว่าเหตุอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม ไม่ได้เกิดจากคุณภาพเหล็ก พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการผลักดันดังกล่าวอาจมีมิติของการแข่งขันทางการค้าแฝงอยู่


นายอมร อึงสมบูรณ์ อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการหล่อหลอมด้วยการเหนี่ยวนำไฟฟ้า กล่าวว่า ปัจจุบันการผลิตเหล็กเส้นยังอยู่ภายใต้มาตรฐาน มอก. 2559 ซึ่งเปิดให้ทั้งเตา IF เตา Electric Arc Furnace (EF) และเตา Basic Oxygen Furnace (BOF) ผลิตเหล็กเส้นข้ออ้อยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้นข้อเสนอจำกัดการใช้เตา IF ยังไม่มีผลบังคับใช้ แต่กระแสข่าวที่เผยแพร่ออกไปได้สร้างความสับสนให้ผู้บริโภค จนเกิดความเข้าใจว่าเหล็กจากเตา IF ไม่มีมาตรฐาน

นายอมร ยืนยันว่า จากข้อมูลการวิเคราะห์ของหลายสถาบัน สาเหตุหลักของเหตุอาคาร สตง. ถล่ม เกิดจากปัญหาด้านการออกแบบปล่องลิฟต์และการบริหารงานก่อสร้าง ไม่ใช่คุณภาพของเหล็กเส้น พร้อมระบุว่า การนำเหล็กที่ผ่านการรับแรงจากเหตุโครงสร้างถล่มมาทดสอบภายหลัง อาจทำให้ผลการตรวจสอบคลาดเคลื่อนได้

ทั้งนี้ ความแข็งแรงของเหล็กไม่ได้ขึ้นอยู่กับประเภทของเตาหลอมเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับกระบวนการรีดและการควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย หากกระบวนการผลิตไม่ได้มาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นเตา IF หรือ EF ก็สามารถผลิตเหล็กที่ไม่ผ่านมาตรฐานได้เช่นกัน

นายอมร ยังเปรียบเทียบว่า เตา IF มีลักษณะคล้ายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ใช้พลังงานมีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำกว่า ขณะที่เตา EF เปรียบเสมือนรถยนต์ดีเซลที่มีต้นทุนสูงกว่า พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากมีการผลักดันให้ยกเลิกเตา IF ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนการผลิตในตลาดประมาณ 70% ย่อมส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการจำนวนมาก และตั้งคำถามว่า หากภาครัฐมีนโยบายยกเลิกจริง จะมีมาตรการชดเชยผู้ประกอบการที่ลงทุนภายใต้กฎหมายหรือไม่ โดยยกตัวอย่างประเทศจีนที่มีมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการเมื่อมีการยกเลิกเตาหลอมบางประเภท

ด้าน ดร.ศักดิ์ชัย ธนบดีจิรพงศ์ นายกสมาคมผู้ประกอบการหล่อหลอมโลหะด้วยเตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า กล่าวว่า การกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการวิชาการก่อนเข้าสู่ที่ประชุม กมอ. และที่ผ่านมาอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องยังมีความเห็นให้เตา IF สามารถอยู่ในระบบได้

อย่างไรก็ตาม ภายหลังเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ กมอ. ได้มีความเห็นเพิ่มเติมจาก 10 สมาคมผู้ประกอบการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตที่ใช้เตา EF โดย ดร.ศักดิ์ชัย มองว่า กลุ่มดังกล่าวเป็นคู่แข่งทางธุรกิจโดยตรง จึงตั้งข้อสังเกตว่าการผลักดันให้ยกเลิกเตา IF อาจมีแรงจูงใจทางการแข่งขันทางการค้ามากกว่าประเด็นด้านมาตรฐานสินค้า

ดร.ศักดิ์ชัย ยังโต้แย้งข้อกล่าวหาว่าเตา IF ไม่สามารถกำจัดสารมลทินในเหล็กได้ โดยยืนยันว่าเทคโนโลยีการผลิตในปัจจุบันสามารถควบคุมคุณภาพได้ และเหล็กทุกชนิดที่ออกสู่ตลาดต้องผ่านมาตรฐาน มอก. เช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ กระแสข่าวที่เกิดขึ้นส่งผลให้ผู้ค้าหลายรายชะลอการสั่งซื้อ จนสร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมแล้วไม่ต่ำกว่าหมื่นล้านบาท สมาคมจึงเตรียมยื่นหนังสือคัดค้านหากที่ประชุม กมอ. มีมติที่เห็นว่าไม่เป็นไปตามหลักกฎหมาย รวมทั้งพิจารณาดำเนินการเรียกค่าเสียหายจากผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่าอุตสาหกรรมเหล็กมีมูลค่าการลงทุนหลายหมื่นล้านบาท มียอดขายรวมหลักแสนล้านบาทต่อปี และมีแรงงานจำนวนมากที่อาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายดังกล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top