วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ลุ้นทุบสถิติใหม่! ‘ส่งออก’เดือน พ.ค.โต 10.6% คาดทั้งปีขยายตัวสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 8%
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) แถลงภาพรวมการส่งออกของไทยในเดือนพฤษภาคม 2569 มีมูลค่า 34,333.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,095,139 ล้านบาท ขยายตัวต่อเนื่องเป็น เดือนที่ 23 ที่ร้อยละ 10.6 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 8.6 ปัจจัยขับเคลื่อนยังคงเป็นความต้องการสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงและการลงทุนพื้นฐานด้าน AI และ Data center ทั่วโลก รวมถึงปัจจัยเร่งจากการนำเข้าเพื่อลดความเสี่ยงจากความกังวลต่อห่วงโซ่อุปทานที่ตึงตัวและความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีของสหรัฐ
กลุ่มสินค้าหลักที่ยังขยายตัวได้ดี ได้แก่ สินค้าอุตสาหกรรม เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องส่งวิทยุ เครื่องโทรศัพท์ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ขณะที่สินค้าเกษตรอย่างทุเรียนและเงาะยังคงเติบโตได้ดีตามฤดูกาล นอกจากนี้ สินค้าเกษตรกลุ่มศักยภาพ เช่น ถั่วเขียวผิวมัน กาแฟ และเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ แม้จะมีสัดส่วนมูลค่าน้อย แต่มีอัตราการขยายตัวที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง โดยมีตลาดส่งออกหลักที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในเดือนนี้ ได้แก่ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น อาเซียน และสหภาพยุโรป
ทั้งนี้ การส่งออก 5 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวที่ร้อยละ 17.0 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 16.7 มูลค่าการค้าในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐ เดือนพฤษภาคม 2569 การส่งออก มีมูลค่า 34,333.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 10.6 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 40,044.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 35.1 ดุลการค้า ขาดดุล 5,711.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภาพรวมการส่งออก 5 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออก มีมูลค่า 162,085.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 17.0 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 187,295.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 35.6 ดุลการค้า ขาดดุล 25,209.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
มูลค่าการค้าในรูปเงินบาท เดือนพฤษภาคม 2569 การส่งออก มีมูลค่า 1,095,139 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 6.8 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 1,293,189 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 30.4 ดุลการค้า ขาดดุล 198,050 ล้านบาท ภาพรวมการส่งออก 5 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออก มีมูลค่า 5,098,265 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 9.6 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 5,973,560 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 27.2 ดุลการค้า ขาดดุล 875,295 ล้านบาท
มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวร้อยละ 7.2 (YoY) กลับมาหดตัวในรอบ 3 เดือน โดยสินค้าเกษตร หดตัวร้อยละ 3.1 กลับมาหดตัวหลังจากที่ขยายตัวในเดือนก่อนหน้า และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวร้อยละ 13.2 หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ขยายตัวร้อยละ 5.2 ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน ฮ่องกง และอินโดนีเซีย) อาหารสัตว์เลี้ยง ขยายตัวร้อยละ 3.1ขยายตัวต่อเนื่อง 9 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย) โกโก้และของปรุงแต่ง ขยายตัวร้อยละ 34.0ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน ญี่ปุ่น และลาว) ถั่วเขียวผิวมัน ขยายตัวร้อยละ 225.4 ขยายตัวต่อเนื่อง 13 เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน มาเลเซีย และไต้หวัน)
ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ยางพารา หดตัวร้อยละ 5.3 หดตัวต่อเนื่อง 13 เดือน (หดตัวในตลาดจีน ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ แต่ขยายตัวในตลาดมาเลเซีย เวียดนาม และเกาหลีใต้) ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ หดตัวร้อยละ 18.4 หดตัวต่อเนื่อง 5 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐฯ จีน และเมียนมา แต่ขยายตัวในตลาดออสเตรเลีย ลาว และฟิลิปปินส์) ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ หดตัวร้อยละ 37.5 หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน (หดตัวในตลาดอินเดีย มาเลเซีย และเมียนมา แต่ขยายตัวในตลาดจีน เกาหลีใต้ และฟิลิปปินส์) น้ำตาลทราย หดตัวร้อยละ 33.2 หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน (หดตัวในตลาดกัมพูชา อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้ แต่ขยายตัวในตลาดมาเลเซีย ซูดาน และจีน) ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง หดตัวร้อยละ 26.2 หดตัวต่อเนื่อง 5 เดือน (หดตัวในตลาดญี่ปุ่น มาเลเซีย และจีน แต่ขยายตัวในตลาดเกาหลีใต้ เนเธอร์แลนด์ และสิงคโปร์) และเนื้อและส่วนต่าง ๆ ของสัตว์ที่บริโภคได้ หดตัวร้อยละ 42.2 หดตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (หดตัวในตลาดเนเธอร์แลนด์ มาซิโดเนีย และเยอรมนี แต่ขยายตัวในตลาดสหราชอาณาจักร เบลเยียม และฮ่องกง) ทั้งนี้ 5 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวร้อยละ 1.9
มูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 14.4 (YoY) ขยายตัวต่อเนื่อง 26 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 26.8 ขยายตัวต่อเนื่อง 26 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ มาเลเซีย และสิงคโปร์) เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 129.9 ขยายตัวต่อเนื่อง 12 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ สิงคโปร์ และเม็กซิโก) อัญมณีและ เครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) ขยายตัวร้อยละ 3.2 ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ ฮ่องกง และเยอรมนี) เม็ดพลาสติก ขยายตัวร้อยละ 17.4 ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน ญี่ปุ่น และอินเดีย) ทองแดงและของที่ทำด้วยทองแดง ขยายตัวร้อยละ 53.1 ขยายตัวต่อเนื่อง 12 เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน ญี่ปุ่น และเวียดนาม) ผลิตภัณฑ์อลูมิเนียม ขยายตัวร้อยละ 28.2 ขยายตัวต่อเนื่อง 7 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และอินเดีย) เครื่องส่งวิทยุ โทรเลข โทรศัพท์ โทรทัศน์ ขยายตัวร้อยละ 188.2 ขยายตัวต่อเนื่อง 11 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ ฮ่องกง และเม็กซิโก) ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ หดตัวร้อยละ 15.2 กลับมาหดตัวหลังจากขยายตัวในเดือนก่อนหน้า (หดตัวในตลาดออสเตรเลีย เม็กซิโก และฟิลิปปินส์ แต่ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น เวียดนาม ละสหรัฐฯ) เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ หดตัวร้อยละ 5.1 หดตัวในรอบ 6 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และอินเดีย แต่ขยายตัวในตลาดเวียดนาม ออสเตรเลีย และตุรกี) ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ หดตัวร้อยละ 15.6 หดตัวต่อเนื่อง 13 เดือน (หดตัวในตลาดจีน ซาอุดีอาระเบีย และเวียดนาม แต่ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ มาเลเซีย และญี่ปุ่น) ทั้งนี้ 5 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 20.9
การส่งออกไปตลาดสำคัญส่วนใหญ่ขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะตลาดหลัก ซึ่งสอดคล้องกับดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตโลก (Global Manufacturing PMI) ที่ชี้ว่าปริมาณผลผลิตขยายตัวเร่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 5 ปี จากการเร่งสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าของประเทศคู่ค้า ท่ามกลางความกังวลต่อปัญหาห่วงโซ่อุปทานที่ตึงตัวและต้นทุนที่สูงขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลาง ภาพรวมการส่งออกไปยังกลุ่มตลาดต่าง ๆ สรุปได้ดังนี้ (1) ตลาดหลัก ขยายตัวร้อยละ 14.2 โดยขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ ร้อยละ 33.5 ญี่ปุ่น ร้อยละ 11.7 สหภาพยุโรป (27) ร้อยละ 18.4 และอาเซียน (5) ร้อยละ 29.7 ขณะที่หดตัวในตลาดจีน ร้อยละ 2.5 และ CLMV ร้อยละ 16.1 (2) ตลาดรอง ขยายตัวร้อยละ 0.1 โดยขยายตัวในทวีปออสเตรเลีย ร้อยละ 9.2 ลาตินอเมริกา ร้อยละ 18.0 รัสเซียและกลุ่ม CIS ร้อยละ 7.8 ทวีปแอฟริกา ร้อยละ 6.1 และสหราชอาณาจักร ร้อยละ 3.0 ขณะที่หดตัวในตลาดเอเชียใต้ ร้อยละ 5.6 และตลาดตะวันออกกลาง ร้อยละ 4.4 และ (3) ตลาดอื่น ๆ ขยายตัวร้อยละ 40.0
ตลาดสหรัฐอเมริกา ขยายตัวร้อยละ 33.5 (ขยายตัวต่อเนื่อง 32 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องส่งวิทยุ โทรเลข โทรศัพท์ โทรทัศน์ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ และเครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่น ๆ ทั้งนี้ 5 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 40.3
ตลาดจีน หดตัวร้อยละ 2.5 (กลับมาหดตัวหลังจากขยายตัวในเดือนก่อน) สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และผลิตภัณฑ์ยาง สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น ทองแดงและของทำด้วยทองแดง ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง และเคมีภัณฑ์ ทั้งนี้ 5 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 8.8
ตลาดญี่ปุ่น ขยายตัวร้อยละ 11.7 (ขยายตัวต่อเนื่อง 6 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก และเคมีภัณฑ์ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ทั้งนี้ 5 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 11.1
ตลาดสหภาพยุโรป (27) ขยายตัวร้อยละ 18.4 (ขยายตัวต่อเนื่อง 9 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อากาศยาน ยานอวกาศ และส่วนประกอบ และผลิตภัณฑ์ยาง สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และหม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ ทั้งนี้ 5 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 19.6
ตลาดอาเซียน (5) ขยายตัวร้อยละ 29.7 (ขยายตัวต่อเนื่อง 12 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และน้ำมันสำเร็จรูป สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำตาลทราย และเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ทั้งนี้ 5 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 27.4
ตลาด CLMV หดตัวร้อยละ 16.1 (หดตัวต่อเนื่อง 9 เดือน) สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ น้ำมันสำเร็จรูป และเครื่องดื่ม สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้าปศุสัตว์อื่น ๆ และเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ทั้งนี้ 5 เดือนแรกของปี 2569 หดตัวร้อยละ 10.0
ตลาดเอเชียใต้ หดตัวร้อยละ 5.6 (กลับมาหดตัวในรอบ 3 เดือน) สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ อัญมณีและเครื่องประดับ และเคมีภัณฑ์ สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น ผลิตภัณฑ์อลูมิเนียม อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด และผลิตภัณฑ์ยาง ทั้งนี้ 5 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 15.1
ตลาดทวีปออสเตรเลีย ขยายตัวร้อยละ 9.2 (ขยายตัวต่อเนื่อง 7 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ เม็ดพลาสติก และเครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์อลูมิเนียม ทั้งนี้ 5 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 42.4
ตลาดตะวันออกกลาง (15) หดตัวร้อยละ 4.4 (กลับมาหดตัวหลังจากขยายตัวในเดือนก่อน) สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ และไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ และเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ทั้งนี้ 5 เดือนแรกของปี 2569 หดตัวร้อยละ 6.5
ตลาดทวีปแอฟริกา ขยายตัวร้อยละ 6.1 (ขยายตัวต่อเนื่อง 4 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น น้ำตาลทราย อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป และเครื่องยนต์สันดาปภายใน สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ และเคมีภัณฑ์ ทั้งนี้ 5 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 8.6
ตลาดลาตินอเมริกา ขยายตัวร้อยละ 18.0 (ขยายตัวต่อเนื่อง 6 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ และเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องซักผ้าและเครื่องซักแห้งและส่วนประกอบ และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ทั้งนี้ 5 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 22.1
ตลาดรัสเซียและกลุ่ม CIS ขยายตัวร้อยละ 7.8 (ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อากาศยาน ยานอวกาศ และส่วนประกอบ และน้ำมันสำเร็จรูป ทั้งนี้ 5 เดือนแรกของปี 2569 หดตัวร้อยละ 15.0
ตลาดสหราชอาณาจักร ขยายตัวร้อยละ 3.0 (ขยายตัวต่อเนื่อง 5 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ และเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และรถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ ทั้งนี้ 5 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 13.1
แนวโน้มการส่งออกในปี 2569 คาดว่าจะยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะการฟื้นตัวอย่างจำกัดของเศรษฐกิจโลก โดยมีปัจจัยกดดันสำคัญจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งความขัดแย้งในตะวันออกกลางและมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนของผู้ประกอบการและกำลังซื้อของผู้บริโภค อย่างไรก็ดี ภาคการส่งออกไทยยังคงได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์สินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงในตลาดโลกที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ประกอบกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มผ่อนคลายลงเป็นลำดับ ส่งผลให้ภาพรวมการส่งออกในระยะต่อไปยังสามารถรักษาสมดุลการเติบโตไว้ได้
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกในหลายมิติเพื่อขับเคลื่อนการส่งออก โดยมุ่งเน้นการเฝ้าระวังและรับมือกับความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ ควบคู่ไปกับการเร่งปรับโครงสร้างสินค้าส่งออกสู่กลุ่มที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในช่วงที่เหลือของปี
“จากตัวเลขส่งออก 5 เดือนแรกที่โตถึง 17% ทำให้มีโอกาสสูงที่การส่งออกทั้งปีนี้ขยายตัวได้มากกว่าเป้าหมายเดิม โดยหากครึ่งปีหลังยังรักษาระดับการเติบโตได้ต่อเนื่อง หากส่งออกเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 29,245 ล้านเหรียญสหรัฐ การส่งออกทั้งปีมีโอกาสแตะระดับ 8% ซึ่งจะเป็นอัตราการเติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หากสถานการณ์สงครามและความขัดแย้งต่างๆ ทั่วโลกมีความราบรื่นจะช่วยลดแรงกดดันสำคัญ คือ ลดต้นทุนการผลิตและค่าโลจิสติกส์ที่แพงขึ้น และช่วยให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวจากภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งจะส่งผลให้ดีมานด์ทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น ทำให้การส่งออกไทยมีโอกาสขยับจากการเติบโต 8% ไปสู่ระดับเลข 2 หลัก หรือประมาณ 10% ได้"
อย่างไรก็ตาม แม้แนวโน้มการส่งออกไทยในช่วงครึ่งปีหลังยังมีทิศทางสดใส แต่ภาครัฐยังคงติดตามปัจจัยเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งแม้จะเริ่มมีสัญญาณผ่อนคลายมากขึ้น แต่ยังต้องติดตามความชัดเจนของการเจรจาและข้อตกลงต่าง ๆ ในช่วง 30-60 วันข้างหน้า อีกประเด็นสำคัญคือ สถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและสินค้าสำคัญของโลก หากสถานการณ์คลี่คลายได้ตามคาด จะช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนพลังงาน ค่าระวางเรือ และความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานโลก
ส่วนกรณีที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% สะท้อนว่ายังต้องติดตามทิศทางเศรษฐกิจโลกและปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มขยายตัวในระดับเพียงกว่า 2%
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี