วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ศุภจีลั่นส่งออกยังแข็งแกร่ง เปิดตลาดใหม่-ดันFTAรับมือโลกผันผวน
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ภาพรวมการส่งออกของไทยไตรมาสแรกปี 2569 ยังคงขยายตัวได้ดีและถือเป็นสถิติที่น่าพอใจ โดยเฉพาะในหมวดสินค้าเกษตรที่กลับมาเติบโตอย่างโดดเด่น โดยสินค้าเกษตรมีการส่งออกขยายตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งเป็นสินค้าเกษตรมูลค่าสูงที่สร้างรายได้จากการส่งออกเกือบ 150,000 ล้านบาท
นางศุภจี กล่าวถึงสถานการณ์การค้าโลก ว่า แม้จะมีพัฒนาการเชิงบวกจากการเจรจาและข้อตกลงระหว่างประเทศในบางพื้นที่ของโลก แต่รัฐบาลยังไม่สามารถวางใจได้ เนื่องจากยังมีช่วงเวลาการดำเนินการตามเงื่อนไขของข้อตกลงต่างๆที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด อีกทั้งสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่แน่นอน อาจส่งผลกระทบต่อการค้าและการส่งออกของไทยในอนาคต กระทรวงพาณิชย์จึงยังเดินหน้านโยบายกระจายความเสี่ยงทางการค้า โดยเร่งเปิดตลาดใหม่และขยายตลาดส่งออกเพิ่มเติม เพื่อสร้างความสมดุลทางการค้าและลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป
รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ กล่าวว่า การเร่งขยายตลาดส่งออกเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่รัฐบาลผลักดันการจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) และพิธีสารทางการค้าต่างๆอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 กระทรวงพาณิชย์ได้นำความตกลงและพิธีสารด้านการค้า 5 ฉบับ เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมรัฐสภาให้ความเห็นชอบ ประกอบด้วย 2 FTA คือ FTA ไทย-เอฟตา , FTA ไทย-ภูฏาน และ 3 พิธีสาร ประกอบด้วย พิธีสารเพื่อยกระดับเพิ่มเติมกรอบความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจอย่างรอบด้านและความตกลงบางฉบับภายใต้กรอบความตกลงดังกล่าว ระหว่างประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) กับจีน , พิธีสารฉบับที่ 2 เพื่อแก้ไขความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA) และพิธีสารแก้ไขความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก (WTO) เพื่อผนวกความตกลงว่าด้วยการอุดหนุนประมง
ในส่วนราคาพลังงาน แม้จะเริ่มเห็นแนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลง แต่ยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าผลดีดังกล่าวจะสะท้อนมายังต้นทุนสินค้าและค่าครองชีพของประชาชน เนื่องจากสินค้าจำนวนหนึ่งยังมีต้นทุนจากช่วงที่ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง ขณะที่ไทยยังพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางในสัดส่วนประมาณ 50% ของการนำเข้าพลังงานทั้งหมด กระทรวงพาณิชย์จึงยังเดินหน้ามาตรการดูแลค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย” และต่อยอดสู่โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ควบคู่กับการส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อยและเอสเอ็มอีให้มีช่องทางจำหน่ายสินค้าและสร้างรายได้เพิ่มขึ้น
“แม้เศรษฐกิจโลกยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่กระทรวงพาณิชย์จะเดินหน้าใช้ทุกกลไกในการรักษาความสามารถการแข่งขันของประเทศ ทั้งเปิดตลาดใหม่ ผลักดัน FTA ดูแลค่าครองชีพ และการสนับสนุนผู้ประกอบการไทย เพื่อให้การส่งออกและเศรษฐกิจไทยเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง” นางศุภจี กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี