542.jpg
เปลี่ยนโฉมประเทศ กรอ.นัดแรกดัน4วาระใหญ่

เปลี่ยนโฉมประเทศ กรอ.นัดแรกดัน4วาระใหญ่

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.45 น.

เปลี่ยนโฉมประเทศ กรอ.นัดแรกดัน4วาระใหญ่

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า ในวันที่ 22 มิถุนายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ครั้งแรก โดยเตรียมหารือถึงแนวทางการขับเคลื่อนประเทศร่วมกัน ซึ่งถือเป็นการต่อยอดจากการประชุมร่วมกันระหว่างรัฐบาลและผู้บริหารบริษัทชั้นนำระดับเจ้าสัว เมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา


สำหรับการจัดตั้ง กรอ.ดังกล่าว ถือเป็นกลไกสำคัญตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการขับเคลื่อนประเทศไทยให้เติบโตอย่างมีศักยภาพ มีเป้าหมายการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชน เพื่อให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศและนโยบายของรัฐบาล

โครงสร้างของคณะกรรมการ กรอ. มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน , นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นรองประธาน ส่วนกรรมการ ประกอบด้วย นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี , นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี , รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม , รมว.เกษตรและสหกรณ์ , รมว.คมนาคม , รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม , รมว.พลังงาน , รมว.พาณิชย์ , รมว.อุตสาหกรรม , ปลัดกระทรวงการคลัง , ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯ , ปลัดกระทรวงพลังงาน , ปลัดกระทรวงพาณิชย์ , ปลัดกระทรวงมหาดไทย , เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา , เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ

เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน , ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ , ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย , ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย , ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย , ประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทย , ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย , เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นกรรมการและเลขานุการ , ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ , รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

กรอ. มีหน้าที่และอำนาจพิจารณาและเสนอแนะแนวทางและมาตรการต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ของภาคเอกชนทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค รวมทั้งให้ภาคเอกชนร่วมกับภาครัฐ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เจริญเติบโตและแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ขณะที่นายเอกนิติ กล่าวก่อนหน้านี้ว่า การทำงานของ กรอ. ชุดนี้ จะมุ่งเน้นการปรับโครงสร้างพื้นฐานในหลายด้าน ทั้งด้านพลังงานซึ่งประเทศไทยยังพึ่งพาอยู่มาก ด้านเทคโนโลยี ด้านกำลังคนและแรงงาน และด้านการแก้ไขกฎระเบียบ พร้อมยกตัวอย่างความสำเร็จของโครงการ Thailand Fast Pass ที่พิสูจน์แล้วว่าการแก้ไขปัญหากฎระเบียบสามารถช่วยส่งเสริมการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และวันที่ 23 มิถุนายน 2569 จะเปิดตัวโครงการ Thailand Fast Pass อย่างเป็นทางการ เพื่อแสดงศักยภาพของประเทศไทยให้เห็นเป็นรูปธรรมด้วย

ส่วนการขับเคลื่อนประเทศภายใต้ กรอ. ในระยะต่อไป นายเอกนิติ ยอมรับว่า จะจัดตั้งคณะทำงานย่อยเพื่อขับเคลื่อนใน 4 ด้านหลักๆ ประกอบด้วย คณะทำงานด้านโครงสร้างพื้นฐาน , ด้านการค้าและความสามารถในการแข่งขัน , ด้านกฎหมายและกฎระเบียบทางธุรกิจ และด้านแรงงาน โดยเชื่อว่าหากดำเนินการอย่างเป็นระบบ ประเทศไทยจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นภายในระยะเวลา 3-4 ปี

ด้านนายปกรณ์ ระบุว่า การประชุม กรอ.ครั้งนี้ จะหารือแนวทางการปรับปรุงข้อกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ ซึ่งได้ประสานคณะกรรมการร่วมพรรคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ไว้แล้วว่ามีกฎหมายหรือกฎระเบียบอะไรที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ และจะแก้ไขหรือมีข้อเสนออย่างไร โดยเฉพาะการทบทวนกฎหมายลำดับรองคือกฎกระทรวงต่างๆที่มี 7,600 ฉบับ เบื้องต้นได้หารือร่วมกับ กกร. และตั้งคณะกรรมการร่วมกันแล้ว คาดว่าใช้เวลา 2 เดือนเพื่อสรุปแนวทางเสนอ กรอ.หรือ ครม.ต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top