วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569
วิกฤตปุ๋ยคลี่คลาย ศุภจีลั่นราคาในไทยไม่ปรับขึ้น
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ กล่าวว่า จากการประชุมร่วมกับผู้แทน 3 สมาคมปุ๋ย ได้แก่ สมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย , สมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย และสมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร เพื่อติดตามสถานการณ์ปุ๋ย หลังเหตุไม่สงบในตะวันออกกลาง ซึ่งสถานการณ์ไม่แน่นอน รัฐบาลได้ทำงานเป็นทีมไทยแลนด์ติดตามสถานการณ์ร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อบริหารปริมาณปุ๋ยให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ พร้อมดูแลให้ราคาจำหน่ายสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ไม่เป็นภาระเกษตรกร
นางศุภจี กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมามีเรือสินค้าบรรทุกปุ๋ย 5 ลำได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ แต่ได้รับข่าวดีว่าหลุดออกมาได้แล้ว 2 ลำ อีก 1 ลำปรับเส้นทางขนถ่ายสินค้าทางบกเพื่อลงเรือที่ทะเลแดงมุ่งหน้าสู่ไทย ทำให้สถานการณ์ปุ๋ยในปัจจุบันเริ่มมีสัญญาณคลี่คลายมากขึ้น
นางศุภจี กล่าวว่า สำหรับการช่วยเหลือเกษตรกรระยะสั้น กระทรวงพาณิชย์ยังดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระปัจจัยการผลิต ธงเขียวราคาประหยัดพลัส” เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนปุ๋ย ตั้งเป้าดำเนินการใน 40 จังหวัด ดำเนินการแล้ว 6 จังหวัด และจะเดินหน้าต่อเนื่องไปจนถึงเดือนสิงหาคม 2569
ส่วนระยะกลางและระยะยาว รัฐบาลเตรียมขับเคลื่อนโครงการ “ปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์คนละครึ่ง” ช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกร โดยบูรณาการกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อวิเคราะห์ความต้องการใช้ปุ๋ยให้เหมาะสมกับชนิดพืชและสภาพพื้นที่ ช่วยให้เกษตรกรใช้ปัจจัยการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้เกษตรกรที่ร่วมโครงการจะเข้าถึงแหล่งทุนจาก ธ.ก.ส. ที่ชดเชยดอกเบี้ยให้ร้อยละ 3 ต่อปี จากอัตราปกติร้อยละ 6 ต่อปี ส่งผลให้เกษตรกรจ่ายดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 3 ต่อปี เพื่อสนับสนุนการลงทุนด้านการผลิตทางการเกษตร อีกทั้งยังเจรจากับจีนและรัสเซีย เพื่อเป็นแหล่งนำเข้าสำรอง หากเส้นทางปกติมีปัญหา
ขณะที่นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า หากเปรียบเทียบกับช่วงก่อนเกิดสงคราม ปุ๋ยยูเรียมีการปรับขึ้นสูงสุดเฉลี่ย 60% ส่วนปุ๋ยฟอสเฟตปรับขึ้นเฉลี่ย 20% และโพแทสเซียมปรับขึ้นเพียง 0.2% ปัจจุบันราคายูเรียมีทิศทางปรับลดลงชัดเจนที่สุด โดยกรมมีการติดตามสต็อกปุ๋ยจากผู้ประกอบการทุก 15 วัน ยืนยันว่าปัจจุบันมีปุ๋ยทุกสูตรเพียงพอจำหน่าย
ด้านนายเทพวิทย์ เตียวสุรัตน์กุล ที่ปรึกษาสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย กล่าวว่า สถานการณ์ปุ๋ยยูเรียในตลาดโลกเริ่มมีสัญญาณผ่อนคลายมากขึ้น หลังจากช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ไทยไม่สามารถนำเข้าปุ๋ยยูเรียจากแหล่งผลิตในตะวันออกกลางได้ตามปกติ แต่เดือนมิถุนายนเริ่มมีการส่งออกสินค้าจากอ่าวเปอร์เซียผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อีกครั้ง ขณะที่ผู้ผลิตปุ๋ยในซาอุดีอาระเบียปรับรูปแบบการขนส่ง ลำเลียงสินค้าทางบกจากฝั่งอ่าวเปอร์เซีย ไปท่าเรือฝั่งทะเลแดง ก่อนส่งออกมาไทย ทำให้มีการนำเข้าต่อเนื่องมากขึ้น ช่วยเสริมความเชื่อมั่นต่อการบริหารปริมาณปุ๋ยในระยะต่อไป
นายเทพวิทย์ กล่าวว่า ขณะที่ราคาปุ๋ยประเภท NP และ NPK ชะลอการปรับตัวเพิ่มขึ้น และมีโอกาสปรับลดลงในอนาคตอันใกล้ แต่ราคาในประเทศจะค่อยๆทยอยปรับลงตามต้นทุนจริง คล้ายกับสถานการณ์ราคาน้ำมัน แต่อาจไม่ลดลงทันที เนื่องจากยังมีสต็อกต้นทุนเดิมอยู่ แต่ยืนยันว่าจะไม่ปรับขึ้นราคาแน่นอน
ส่วนนายกองเอก เปล่งศักดิ์ ประกาศเภสัช นายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจเกษตรไทย กล่าวว่า รัฐบาลอิหร่านยืนยันพร้อมสนับสนุนปุ๋ยยูเรียให้ไทย และได้รับข้อมูลว่าจะไม่คิดค่าธรรมเนียมพิเศษหรือหัวคิวสำหรับเรือที่จะเดินทางมายังไทย เช่นเดียวกับรัสเซียที่พร้อมซื้อขายปุ๋ยเคมีกับไทยในฐานะมิตรประเทศ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี