วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2569
พาณิชย์ เชิญ ‘สภาอุตฯ สภาเกษตรฯ สมาคมฯ ผู้ประกอบการมะพร้าวน้ำหอม’ ถกแก้ปัญหาราคาดิ่งคุมเข้มต่างชาติปิดวงจรนอมินี สร้างธุรกิจและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไทยที่ยั่งยืน
12 มีนาคม 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์เร่ง แก้ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำกระทบเกษตรกรไทย โดยวันนี้ ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือแนวทางปรับโครงสร้างจัดระเบียบอุตสาหกรรมทั้งระบบ ตั้งแต่การบริหารจัดการผลผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด การยกระดับคุณภาพสินค้า การขยายตลาด และการเข้มงวดตรวจสอบธุรกิจที่เข้าข่ายการใช้นอมินีของคนต่างด้าว เพื่อสร้างกลไกราคาที่เป็นธรรมและเสริมความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมของไทยในระยะยาว
โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังการประชุมว่า จากกรณีเกษตรกรไทยผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมได้รับผลกระทบอย่างหนักจากราคามะพร้าวตกต่ำ ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัย อาทิ โรงงานคัด - ตัดแต่งผลสด อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ไม่สามารถรับซื้อได้ เนื่องจากผลผลิตมีปริมาณมากเกินความต้องการ คุณภาพผลผลิตไม่ตรงตามที่ตลาดต้องการ รวมถึงมีกลุ่มทุนต่างชาติหรือนอมินีที่แฝงเข้ามาดำเนินธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ทำให้โครงสร้างธุรกิจมะพร้าวน้ำหอมของคนไทยเปลี่ยนแปลง ประกอบกับเกษตรกรต้องเผชิญกับปัญหาการขายมะพร้าวน้ำหอมได้ในราคาต่ำไม่สัมพันธ์กับต้นทุนการเพาะปลูก รายได้จึงไม่เพียงพอที่จะดูแลผลผลิตให้ได้คุณภาพตามที่ตลาดต้องการ เหตุนี้จึงเป็นช่องว่างให้กลุ่มทุนต่างชาติเข้ามามีบทบาทต่ออุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมทั้งกระบวนการ
ทั้งนี้จากปัญหาที่เกิดขึ้นในวันนี้ (12 มีนาคม 2569) กระทรวงพาณิชย์ได้จัดประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ ณ ห้องประชุมบุรฉัตรไชยากร กระทรวงพาณิชย์ โดยเชิญผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมมะพร้าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดราชบุรี สภาเกษตรกรจังหวัดราชบุรี สมาคมมะพร้าวน้ำหอมไทย และผู้ประกอบการในพื้นที่กว่า 15 ราย เพื่อระดมความคิดเห็นและสะท้อนมุมมองต้นทุนที่แท้จริง กำหนดทิศทางตลาด พร้อมหาแนวทางแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ถูกสะสมมานาน สร้างกลไกราคาที่เป็นธรรม และยกระดับคุณภาพมะพร้าวน้ำหอมเพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดมากขึ้น
ซึ่งการประชุมครั้งนี้ได้หารือถึงแผนการแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวผันผวน แนวทางการปรับโครงสร้างธุรกิจล้งมะพร้าวให้มีความโปร่งใสและเป็นระบบมากขึ้น โดยวางกลยุทธ์บริหารจัดการปริมาณผลผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด (Demand และ Supply) เพื่อป้องกันภาวะสินค้าล้นตลาด ปรับโครงสร้างราคา การยกระดับคุณภาพสินค้าเพื่อลดการถูกปฏิเสธนำเข้าจากต่างประเทศ ควบคุมการแปรรูปให้ได้คุณภาพมาตรฐานและไม่มีสารปนเปื้อน การขยายโอกาสทางการตลาด เช่น การแปรรูป ขยายตลาดส่งออก พัฒนาสินค้าเข้าสู่ตลาดพรีเมียม และเพิ่มความต้องการของตลาดในประเทศ ควบคู่การกำกับดูแลธุรกิจที่เข้าข่ายการประกอบธุรกิจอำพรางโดยคนไทยเป็นตัวแทน (นอมินี) อย่างเข้มข้นเพื่อกำกับดูแลกลไกการตลาดที่เป็นธรรม สร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าในต่างประเทศ”
อย่างไรก็ดี การแก้ไขปัญหาด้วยกลยุทธ์ดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถขับเคลื่อนโดยลำพังเพียงหน่วยงานเดียวได้ แต่จำเป็นต้องมีการบูรณาการความร่วมมือทุกด้านเพื่อเป็นแนวทางปรับใช้กับสินค้าเกษตรอื่นๆ ของไทย ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์มีแนวทางในการกำกับดูแลธุรกิจให้ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 และพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างระบบตลาดสินค้าเกษตรที่เหมาะสม มุ่งการป้องกันและตรวจสอบการใช้นอมินีอย่างจริงจัง โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ อันจะช่วยปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ รักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันทางธุรกิจ เพื่อให้ระบบเศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต”
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากล่าวทิ้งท้ายว่า “การประชุมครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะสร้างความยั่งยืนในอุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมไทย ซึ่งถือเป็นสินค้าที่มีศักยภาพสูงในตลาดโลก จึงต้องร่วมมือกันวางโครงสร้างที่แข็งแรงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ป้องกันการเสียโอกาสการแข่งขันในเวทีระดับโลกของผู้ประกอบการไทย กรมพัฒนาธุรกิจการค้าขอยืนยันว่าจะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อกำกับดูแลธุรกิจให้เป็นไปตามกฎหมาย สร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมของไทยในระยะยาว และขอแจ้งเตือนไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องในการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้กระทำผิดและเน้นย้ำให้คนไทยระมัดระวังไม่ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าวเพื่อให้คนต่างด้าวเหล่านั้นเข้ามาประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมาย หากตรวจสอบพบการกระทำผิดจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มงวด โดยผู้กระทำผิดจะต้องได้รับโทษ คือ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ตามมาตรา 36 กรณีคนไทยที่ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนคนต่างด้าวให้กระทำความผิด และมาตรา 37 กรณีคนต่างด้าวที่ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับตั้งแต่ 100,000-1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยหากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลต้องระวางโทษปรับรายวัน วันละ 10,000-50,000 บาท จนกว่าจะเลิกฝ่าฝืน ทั้งนี้ เชื่อว่าราคามะพร้าวน้ำหอมจะทยอยปรับขึ้นราคาภายในช่วงระยะเวลา 1 เดือนจากนี้ ประกอบกับตลาดสำคัญอย่างประเทศจีนซึ่งกำลังจะพ้นฤดูหนาวจะกลับมาเริ่มดื่มเครื่องดื่มเย็นมากขึ้น”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี