อสังหาฯฉะเชิงเทราชะลอหนัก Q4/68 ขายได้แค่ 236 หน่วย ลดลง 41%

อสังหาฯฉะเชิงเทราชะลอหนัก Q4/68 ขายได้แค่ 236 หน่วย ลดลง 41%

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

น.ส.สิทธิเพ็ญ สิทธัตถพงษ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย รักษาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ EEC โดยเฉพาะจังหวัดฉะเชิงเทราในไตรมาส 4 ปี 2568 มีแนวโน้มชะลอตัวอย่างชัดเจน โดยมีซัพพลายใหม่เข้าสู่ตลาดเพียง 62 หน่วย และกระจุกตัวอยู่ที่ทำเลบางปะกงเพียง 1 โครงการ ซึ่งสามารถขายได้เพียง 13 หน่วย หรือประมาณ 21% ของหน่วยที่เปิดขายใหม่

ในขณะที่ยอดขายรวมทั้งตลาดอยู่ที่ 236 หน่วย ลดลงถึง 41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 และถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบหลายปี ปัจจุบันยังมีหน่วยสร้างเสร็จเหลือขายถึง 2,154 หน่วย โดยเป็นทาวน์เฮ้าส์ระดับราคา 2-3 ล้านบาท มากที่สุดจำนวน 358 หน่วย และหากนับรวมทาวน์เฮ้าส์ทุกระดับราคาจะมีจำนวนถึง 754 หน่วย ในเชิงทำเล


ส่วนตลาดบ้านจัดสรรมีการแข่งขันค่อนข้างสูง และมีซัพพลายหนาแน่นเกือบทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นเทพราช บางน้ำเปรี้ยว บางตีนเป็ด บ้านโพธิ์ วังตะเคียน-ท่าไข่ โสธร ลาดขวาง-แสนภูดาษ พนมสารคาม และบางปะกง โดยมีเพียงทำเลคลองเจ้าที่มีซัพพลายค่อนข้างน้อย อย่างไรก็ตามแม้บางปะกงจะยังคงเป็นทำเลที่มียอดขายสูงสุด แต่ยอดขายก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน ขณะเดียวกันทำเลโสธรและโซนกลางเมือง แม้จะมีซัพพลายเหลืออยู่จำนวนมาก แต่กลับมีอัตราการขายที่ชะลอตัว ส่งผลให้ภาพรวมตลาดบ้านจัดสรรไม่ค่อยสดใสนัก ส่วนทำเลคลองเจ้าดูมีศักยภาพมากกว่าเนื่องจากการแข่งขันยังไม่สูง แต่การพัฒนาโครงการในพื้นที่ดังกล่าวยังต้องระมัดระวัง เพราะดีมานด์ในภาพรวมยังถือว่าอ่อนตัว

ทั้งนี้เมื่อพิจารณาอัตราการดูดซับของตลาด พบว่าหลายทำเลมีอัตราการขายต่อเดือนต่ำมาก โดยเฉพาะทำเลโสธร ซึ่งมีหน่วยขายใหม่ 26 หน่วย แต่ยังเหลือขายมากถึง 1,269 หน่วย คิดเป็นอัตราการดูดซับเพียง 0.7% ต่อเดือน และคาดว่าจะต้องใช้เวลานานถึงประมาณ 140 เดือน จึงจะขายหมด เช่นเดียวกับทำเลวังตะเคียน-ท่าไข่ ที่มีหน่วยขายใหม่ 11 หน่วย เหลือขาย 484 หน่วย และมีอัตราการดูดซับเพียง 0.7% ต่อเดือนเช่นกัน ทำให้คาดว่าจะต้องใช้เวลาขายออกประมาณ 140 เดือน

สำหรับตลาดคอนโดมิเนียมของจังหวัดฉะเชิงเทรานั้น ยังคงเป็นตลาดขนาดเล็ก โดยมีโครงการกระจายอยู่เพียง 4 ทำเล ได้แก่ โสธร บางปะกง พนมสารคาม และลาดขวาง-แสนภูดาษ โดยในไตรมาส 4 ปี 2568 ทำเลโสธรสามารถขายได้เพียง 7 หน่วย เหลือขาย 135 หน่วย มีอัตราการดูดซับ 1.6% ต่อเดือน คาดว่าจะใช้เวลาขายหมดประมาณ 60 เดือน ขณะที่บางปะกงขายได้ 4 หน่วย เหลือ 67 หน่วย อัตราดูดซับ 1.9% ต่อเดือน คาดว่าจะขายหมดใน 50 เดือน ส่วนพนมสารคามขายได้ 3 หน่วย เหลือ 42 หน่วย มีอัตราดูดซับ 2.2% ต่อเดือน คาดว่าจะขายหมดใน 42 เดือน และทำเลลาดขวาง-แสนภูดาษ ไม่มีการขายเกิดขึ้นเลยในช่วงไตรมาสดังกล่าว

ทั้งนี้ไตรมาส 4 ปี 2568 ไม่มีการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา เนื่องจากยอดขายของโครงการเดิมยังชะลอตัว และยังมีผู้ประกอบการชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่อย่างน้อย 1 โครงการ เนื่องจากสภาพตลาดที่ยังไม่ฟื้นตัว

“แม้ภาพรวมยอดขายจะชะลอตัว แต่ยอดโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาส 4 ปี 2568 อยู่ที่ 1,107 หน่วย โดยตลาดแนวราบมียอดโอนเพิ่มขึ้น แม้มูลค่ารวมจะลดลง ซึ่งการเพิ่มขึ้นของยอดโอนส่วนหนึ่งมาจากทั้งบ้านสร้างใหม่และบ้านมือสองในระดับราคาต่ำกว่า 7.5 ล้านบาท ที่ได้รับแรงหนุนจากมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองของภาครัฐ โดยเฉพาะตลาดบ้านมือสองที่มีจำนวนการโอนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2567 ในขณะที่ตลาดคอนโดมิเนียมของจังหวัดฉะเชิงเทรายังคงไม่ขยายตัวและยังคงเป็นตลาดขนาดเล็กเมื่อเทียบกับพื้นที่เศรษฐกิจอื่นในภูมิภาคเดียวกัน”น.ส.สิทธิเพ็ญ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top