‘อรรถพล’ขับเคลื่อนมาตรการ‘ประหยัดพลังงาน พลัส ยกกำลัง 2’ รับมือวิกฤตโลก

‘อรรถพล’ขับเคลื่อนมาตรการ‘ประหยัดพลังงาน พลัส ยกกำลัง 2’ รับมือวิกฤตโลก

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.52 น.

‘อรรถพล’เร่งขับเคลื่อนมาตรการประหยัดพลังงานรับมือวิกฤตพลังงานโลก เปิดตัวกิจกรรม‘ประหยัดพลังงาน พลัส ยกกำลัง 2’

17 มีนาคม 2569 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในกิจกรรม “ประหยัดพลังงาน พลัส ยกกำลัง 2” ณ Synergy Hall อาคาร EnCO C โดยมี นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นายบัณฑิต ธรรมประจําจิต ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นายรัฐฉัตร ศิริพานิช ผู้จัดการสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษาพลังงาน และผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับด้านพลังงานเข้าร่วมงาน


นายอรรถพล เปิดเผยว่า การจัดงานในวันนี้ เป็นการประกาศมาตรการและประกาศเจตนารมณ์การประหยัดพลังงานต่อสาธารณชน มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤตในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน ซึ่งมาตรการที่ดำเนินการแล้ว ประกอบด้วยการเสนอแผนต่อ ครม. เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ด้วยการขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานราชการ 19 กระทรวง รวมถึงโรงงานและอาคารควบคุมทั่วประเทศ ให้ลดการใช้พลังงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีมาตรการต่างๆ ที่สำคัญ อาทิ ตั้งเป้าหมายลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐให้ได้ร้อยละ 10 การเปิด Energy Clinic ให้คำแนะนำด้านการอนุรักษ์พลังงานให้กับทุกภาคส่วน การขอความร่วมมือประชาชนในการประหยัดพลังงานรูปแบบต่างๆ การ WFH การใช้ไฟฟ้า/น้ำมันเท่าที่จำเป็น ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดการใช้น้ำมันได้ถึง 6.6 แสนลิตรต่อเดือน และลดการนำเข้า LNG ได้กว่า 982 ตันต่อเดือน

“ในสภาวะวิกฤตด้านพลังงานเช่นนี้ กิจกรรม “ประหยัดพลังงาน พลัส ยกกำลัง 2 ที่กระทรวงพลังงานจัดขึ้น เพื่อประกาศมาตรการและประกาศเจตนารมณ์ ผ่านการขอความร่วมมือทุกภาคส่วนทั้งอาคารธุรกิจ โรงงาน ภาคขนส่ง รวมถึงภาคประชาชน ให้ร่วมกันดำเนินมาตรการอนุรักษ์พลังงานอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมง่ายๆ เช่น การปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้อยู่ที่ 26-27 องศาเซลเซียส การดูแลรักษาระบบแสงสว่าง และอุปกรณ์สำนักงาน ส่วนกระทรวงพลังงาน กฟผ. ปตท. และสถาบันการเงิน ได้ออกมาตรการช่วยเหลือเพื่อลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน และยังได้รับความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ ในการประกาศเจตนารมณ์ในการประหยัดพลังงาน ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจและไม่ควรตื่นตระหนกต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ขอให้ “ตระหนัก” ในการใช้พลังงานอย่างประหยัดและคุ้มค่าที่สุด เพื่อที่เราจะผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน” นายอรรถพล กล่าว

ด้านนายประเสริฐ กล่าวเสริมว่า นอกจากมาตรการในภาครัฐแล้ว กระทรวงพลังงานยังได้รับความร่วมมือจากรัฐวิสาหกิจและพันธมิตรเอกชน อาทิ กฟผ. และ ปตท. ในการออกแคมเปญสนับสนุนภาคประชาชนและธุรกิจ โดย กฟผ. ได้จัดโครงการ "ล้างแอร์ช่วยชาติ” ด้วยการมอบส่วนลดล้างเครื่องปรับอากาศมูลค่า 300 บาท จำนวน 30,000 เครื่อง โครงการมอบส่วนลดซื้อผลิตภัณฑ์เบอร์ 5 จำนวน 15,000 สิทธิ์ โครงการล้างคอนเดนเซอร์เครื่องทำความเย็นในอาคารภาครัฐ จำนวน 93 แห่ง และการสนับสนุน ENZY Platform สำหรับบริหารจัดการพลังงานในอาคารภาครัฐในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล ขณะที่ ปตท. (PTTOR) ให้ความร่วมมือในการรณรงค์ให้ประชาชนนำรถยนต์เข้าตรวจเช็กฟรี 35 รายการที่ศูนย์บริการยานยนต์ FIT Auto เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ประหยัดเชื้อเพลิง พร้อมรับส่วนลดสินค้าและบริการต่าง ๆ อีกด้วย

ทั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากสถาบันการเงินร่วมสนับสนุนสินเชื่อด้านพลังงานเพื่อส่งเสริมการลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพและใช้พลังงานทดแทน ลดต้นทุนระยะยาวอย่างยั่งยืน นอกจากนั้นในวันนี้ก็ได้รับความร่วมมือในการประกาศเจตนารมณ์จากผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารแห่งประเทศไทย และ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) อีกด้วย

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top