จับกระแสพลังงาน : 24 มีนาคม 2569

จับกระแสพลังงาน : 24 มีนาคม 2569

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

** บมจ.ไทยออยล์....คาดการณ์แนวโน้มงานสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบรอบสัปดาห์นี้ (23 - 27 มี.ค. 69)....โดยระบุว่าราคาน้ำมันดิบผันผวนเนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังไม่มีสัญญาณคลี่คลาย หลังจากอิหร่านโจมตีโรงผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในกาตาร์ เพื่อตอบโต้อิสราเอลที่โจมตีแหล่งก๊าซเซาท์พาร์สของอิหร่าน ส่งผลให้ตลาดกังวลต่อเสถียรภาพอุปทานพลังงานโลกและความขัดแย้งที่อาจยืดเยื้อ ขณะเดียวกัน อุปทานน้ำมันดิบมีแนวโน้มคลายตัว หลังจากอิรักบรรลุข้อตกลงกลับมาส่งออกน้ำมันดิบจากแหล่งเคอร์คุกผ่านตุรกี รวมถึงซาอุดิอาระเบียที่เพิ่มการส่งออกผ่านท่าเรือยานบูเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ สหรัฐฯ อาจพิจารณาผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านในส่วนของน้ำมันที่ลอยลำอยู่บนเรือกลางทะเล รวมถึงพิจารณาการปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์เพิ่มเติม เพื่อบรรเทาความตึงตัวของอุปทานในระยะสั้น…

** สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน...ระบุว่า การสู้รบในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อและเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นด้วยการทำลายฐานการผลิต LNG  ในกาตาร์ ส่งผลให้ราคา  Spot LNG  ปรับเพิ่มสูงขึ้น  และทำให้ประเทศไทย ที่พึ่งพาการนำเข้า LNG เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า ได้รับผลกระทบด้านต้นทุนค่าไฟฟ้า อย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่ค่าเงินบาท ก็อ่อนค่าลงมาอยู่ที่ประมาณ 32.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ... ทั้งนี้ สำนักงาน กกพ. ได้คำนวณต้นทุนการผลิตไฟฟ้า เอาไว้ ว่า หากราคา LNG ปรับเพิ่มจากประมาณ 12 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู เป็น 25 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู จะทำให้ค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) เพิ่มขึ้นประมาณ 0.58 บาทต่อหน่วย ... สำหรับแนวทางการพิจารณาช่วยเหลือค่าไฟฟ้าในงวดเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2569  ที่เป็นการคำนวณด้วยการคาดการณ์ตัวเลขต้นทุนล่วงหน้า นั้น  กกพ.จะใช้เงิน Claw back หรือเงินเรียกคืนจาก 3 การไฟฟ้า (กฟผ. กฟน. และ กฟภ.) ที่คำนวณเกินไว้ในค่าไฟฟ้างวดก่อนหน้า ซึ่งมีอยู่ประมาณ  9,400 ล้านบาท มาปรับลดค่าไฟฟ้า ได้ประมาณ 13 สตางค์ต่อหน่วย...นอกจากนี้ยังปรับแผนการผลิตไฟฟ้าโดยให้โรงไฟฟ้าถ่านหิน จากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ซึ่งมีต้นทุนประมาณ 0.70 บาทต่อหน่วย เดินเครื่องเต็มกำลังการผลิต จากกำลังการผลิตที่มีอยู่ ประมาณ 1,200 เมกะวัตต์ แต่ปัจจุบันเดินเครื่องได้เพียงประมาณ 700 เมกะวัตต์ เนื่องจากปัญหาดินไสด์ที่เหมืองลิกไนต์ ที่ทำให้ต้องจัดส่งถ่านหินจากแหล่งสำรอง รวมทั้งการพิจารณานำโรงไฟฟ้าชุดที่ 9 และ 10 ที่ปลดระวางไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา กลับมาเดินเครื่องอีกครั้ง  รวมทั้งการเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำ ที่ สปป.ลาว การเพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติ จากอ่าวไทย ที่มีต้นทุนที่ถูกว่า LNG นำเข้า ซึ่งได้ปริมาณก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นจากปกติอีกประมาณ  150  ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน…


** บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ได้ประกาศแจ้งเตือนผู้ใช้บริการก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) ที่สถานีบริการ NGV ภาคเหนือว่า ก๊าซ NGV จะมีปริมาณจำกัด ตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค.-2 เม.ย. 2569 เนื่องจากผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติหยุดซ่อมบำรุงประจำปี ดังนั้นขอให้ผู้ใช้บริการวางแผนการใช้เชื้อเพลิงอื่นทดแทนล่วงหน้า...เบื้องต้นพบว่ามีสถานี NGV ประมาณ 14 แห่ง ได้รับผลกระทบ โดยมีสถานี NGV ที่ขาดแคลนก๊าซฯ 1 แห่ง, เหลือก๊าซ NGV น้อย 5 แห่ง, มีก๊าซ NGV เหลือระดับปานกลาง 8 แห่ง แต่ยังมี 1 แห่งที่มีก๊าซ NGV เหลือจำนวนมาก...ส่วนสถานีที่ยังมีก๊าซ NGV เหลือปริมาณมาก คือ ปตท.เค.ที.ดี.ปิโตรเลียม อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์ ส่วนสถานี NGV ที่ขาดแคลนก๊าซฯ คือ ปตท. เกียรติสมพงษ์ อ. โกรกพระ จ.นครสวรรค์ , ขณะที่ 5 ปั๊ม ที่เหลือก๊าซ NGV น้อย ได้แก่  1.ธรรมรัตน์ เอ็นเนอร์ยี่ อ. เมือง จ.กำแพงเพชร 2.ปตท.ถาวรชัยลำปาง อ. เมือง จ.ลำปาง 3.พิษณุโลกพลังงาน (ส่วนขยาย) อ.เมือง จ.พิษณุโลก 4.ปตท.องค์การค้า สกสค. อุตรดิตถ์ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ 5.ปตท.แพร่ อ.เมือง จ.แพร่...สำหรับราคา NGV  ในช่วง วันที่ 16 มี.ค.-15 เม.ย. 2569 ปรับขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ราคา 16.66 บาทต่อกิโลกรัม จากเดือนที่ผ่านมาราคาอยู่ที่ 16.62 บาทต่อกิโลกรัม อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่ต้นเดือน ม.ค. 2569 เป็นต้นมาได้สิ้นสุดมาตรการช่วยเหลือราคา NGV แล้ว จึงส่งผลให้การจำหน่าย NGV มีเพียงราคาเดียว จากเดิม ปตท. ช่วยตรึงราคา NGV ให้กลุ่มรถแท็กซี่และรถโดยสารสาธารณะ ที่ราคาประมาณ 15.59 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้มีการกำหนดราคาเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มผู้ใช้ NGV  ทั่วไปที่ราคาปรับขึ้นลงตามกลไกตลาดทุกเดือน ส่วนกลุ่มรถแท็กซี่และรถโดยสารสาธารณะจะได้รับส่วนลดราคาที่ถูกกว่า โดย ปตท. ช่วยตรึงราคามาตั้งแต่เดือน พ.ย. 2564- 10 ธ.ค. 2568 ทำให้ต้องแบกรับภาระค่า NGV ไปถึง 18,422 ล้านบาท…

**  บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM ระบุว่า  บริษัท บี.กริม แอลเอ็นจี จำกัด บริษัทย่อยที่ บี.กริม เพาเวอร์ ถือหุ้น 100% ได้จัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ในประเทศมาเลเซีย ภายใต้ชื่อบริษัท B.Grimm LNG Sdn. Bhd. ทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้วจำนวน 1 ริงกิตมาเลเซีย แบ่งออกเป็น 1 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1 ริงกิตมาเลเซีย โดย บริษัท บี.กริม แอลเอ็นจี จำกัด ถือหุ้น 100% ของหุ้นที่ออกทั้งหมด และใช้แหล่งเงินทุนหมุนเวียนของ บริษัท บี.กริม แอลเอ็นจี จำกัด…สำหรับเป้าหมายของการจัดตั้งบริษัทย่อยในครั้งนี้ เพื่อจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และ/หรือ ก๊าซธรรมชาติให้แก่โรงไฟฟ้า และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในประเทศมาเลเซีย...**  


** กระบองเพชร**

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top