วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569
ชัยชนะของ “เอฟวัน” เทพไชยา อุ่นหนู ในศึก World Open 2026 ทำให้สนุกเกอร์กลับมาอยู่ในความสนใจของสังคมอีกครั้ง ไม่ใช่เพียงในฐานะผลงานของนักกีฬาไทยในเวทีโลก แต่ยังโยงไปถึงคำถามเรื่องสถานะของกีฬาชนิดนี้ในกฎหมายไทยที่ยังคงใช้กรอบเดิมมานาน
กระแสที่ตามมาหลังการแข่งขันไม่ได้หยุดอยู่ที่การชื่นชมผลงาน หากขยายไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบาย มีทั้งเสียงสนับสนุนให้ปลดล็อกเพื่อเปิดทางให้เติบโต และเสียงที่มองว่าควรพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะการเปลี่ยนสถานะไม่ใช่แค่เรื่องกีฬา แต่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างทางสังคม ระบบกำกับดูแล และพฤติกรรมของผู้เล่นในภาพรวม
ความสำเร็จในสนามจึงกลายเป็นจุดตั้งต้นของการถกเถียงที่กว้างกว่าตัวกีฬาเอง
.jpg)
สนุกเกอร์ในประเทศไทยยังถูกจัดอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 ในบัญชี ข. ซึ่งเป็นกฎหมายที่ออกแบบขึ้นในช่วงที่รัฐต้องการควบคุมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงและการวางเดิมพัน โดยเฉพาะ “บิลเลียด” ซึ่งเป็นกิจกรรมใกล้เคียงกับสนุกเกอร์ในยุคนั้น
ในบริบททางสังคมช่วงก่อนและหลังสงครามโลก กิจกรรมประเภทนี้มักเกิดขึ้นในสถานบริการ เช่น โรงน้ำชา คลับ หรือสถานที่พักผ่อนของผู้ใหญ่ และมีการผูกกับการเล่นพนันในระดับหนึ่ง รัฐจึงใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือควบคุม มากกว่าการส่งเสริมในเชิงกีฬา
ผลจากการจัดอยู่ในบัญชีดังกล่าว ทำให้การเปิดสถานที่ให้บริการโต๊ะสนุกเกอร์ในเชิงพาณิชย์ต้องขออนุญาตจากเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง มีเงื่อนไขเรื่องสถานที่ เวลาเปิดปิด และการกำกับดูแล หากฝ่าฝืนถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย

ขณะเดียวกัน ยังมีข้อกำหนดเรื่องอายุ ผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปีไม่สามารถเข้าใช้บริการในสถานที่ลักษณะนี้ได้ เว้นแต่จะเป็นสถานที่ที่ได้รับอนุญาตในเชิงกีฬาอย่างถูกต้องตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ข้อจำกัดดังกล่าวเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เกิดข้อเสนอให้ปรับสถานะของสนุกเกอร์ เพราะมองว่าการเริ่มต้นของเยาวชนถูกจำกัดตั้งแต่ต้น เมื่อไม่สามารถเข้าถึงสถานที่ฝึกซ้อมได้อย่างอิสระ โอกาสในการพัฒนาจึงลดลงโดยปริยาย
ในมุมนี้ การผ่อนคลายกฎหมายอาจช่วยให้เกิดพื้นที่ฝึกซ้อมมากขึ้น เปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้ามาเรียนรู้ และสร้างระบบพัฒนานักกีฬาที่มีฐานกว้างขึ้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาในทางปฏิบัติ การเข้าถึงของสนุกเกอร์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกฎหมายเพียงอย่างเดียว ต้นทุนเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่กำหนดโอกาส โต๊ะสนุกเกอร์หนึ่งตัวมีราคาสูง ต้องใช้พื้นที่เฉพาะที่ได้มาตรฐาน ทั้งเรื่องขนาด แสง และพื้นผิว อุปกรณ์อื่น เช่น ลูกสนุกเกอร์ ไม้คิว และค่าบำรุงรักษา ล้วนมีค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง
.jpg)
เมื่อเทียบกับฟุตบอลที่ใช้เพียงลูกบอลหนึ่งลูกก็เล่นได้ในสนามเปิด หรือบาสเกตบอลที่มีเพียงแป้นก็เริ่มต้นได้ สนุกเกอร์จึงเป็นกีฬาที่มี “ต้นทุนเริ่มต้น” สูงกว่าชัดเจน
แม้จะปลดข้อจำกัดทางกฎหมาย การเข้าถึงก็ยังขึ้นอยู่กับความพร้อมด้านเศรษฐกิจของผู้เล่นและผู้ลงทุนอยู่ดี
อีกด้านหนึ่งที่ต้องพิจารณาคือเหตุผลของการควบคุมในกฎหมายเดิม การจัดสนุกเกอร์ไว้ในหมวดการพนันไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีที่มา แต่เป็นความพยายามของรัฐในการจำกัดกิจกรรมที่อาจเชื่อมโยงกับการวางเดิมพัน
ลักษณะของสนุกเกอร์ที่แข่งขันแบบตัวต่อตัว มีการนับคะแนนเป็นเฟรม และสามารถกำหนดผลแพ้ชนะเป็นช่วงสั้น ๆ ทำให้ในทางปฏิบัติสามารถนำไปผูกกับการเดิมพันได้ง่ายกว่ากีฬาหลายประเภท
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล /ภาพสร้างจาก เอไอ
หากมีการปลดล็อกโดยไม่มีมาตรการรองรับที่ชัดเจน จำนวนสถานที่เล่นที่เพิ่มขึ้น อาจไม่ได้หมายถึงการเพิ่มขึ้นของนักกีฬาในสัดส่วนเดียวกัน แต่มีความเป็นไปได้ที่พื้นที่เหล่านี้จะถูกใช้เพื่อการเล่นเชิงสันทนาการ หรือเชื่อมโยงกับการเดิมพันในรูปแบบต่าง ๆ
ประเด็นนี้จึงเกี่ยวข้องกับ “พฤติกรรมการใช้งานจริง” ไม่ใช่เพียงสถานะในกฎหมาย
ภาพรวมของสนุกเกอร์ไทยในปัจจุบันสะท้อนความซับซ้อนของประเด็นนี้อย่างชัดเจน ด้านหนึ่ง นักกีฬาไทยสามารถก้าวไปถึงระดับโลกได้อย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าศักยภาพมีอยู่จริงแม้อยู่ภายใต้ข้อจำกัด
อีกด้านหนึ่ง โครงสร้างการเข้าถึงในประเทศยังถูกกำหนดด้วยทั้งกฎหมายและต้นทุน ทำให้โอกาสไม่ได้กระจายอย่างกว้างเหมือนกีฬาที่มีเงื่อนไขต่ำกว่า
การปรับเปลี่ยนสถานะของสนุกเกอร์จึงไม่ใช่คำตอบสำเร็จรูป แต่เป็นโจทย์ที่ต้องพิจารณาให้ครบทั้งระบบ ว่าจะเปิดโอกาสอย่างไรโดยไม่สร้างผลกระทบในอีกด้านหนึ่ง และจะวางกลไกกำกับดูแลอย่างไรให้สอดคล้องกับความเป็นจริงของกีฬา
ความสำเร็จในสนามอาจให้คำตอบเรื่องศักยภาพได้ชัดเจนแล้ว แต่คำตอบในเชิงนโยบายยังต้องอาศัยการคิดให้รอบด้านมากกว่านั้น.
ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี