วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569
Dongfeng Liuzhou Motor เปิดตัวรถรุ่น FRIDAY และ V9 ในงาน Bangkok Motor Show เดินหน้ากลยุทธ์พลังงานใหม่ รุกตลาดไทย พร้อมยกระดับประสบการณ์การเดินทางของครอบครัวในอาเซียน
บริษัท Dongfeng Liuzhou Motor Co., Ltd. (DFLZ) ปรากฏตัวอย่างโดดเด่นในงาน Bangkok International Motor Show ด้วยการเปิดตัวรถยนต์พลังงานใหม่ 2 รุ่นสำคัญ ได้แก่ FRIDAY รถยนต์ SUV พลังงานใหม่ และ V9 รถรุ่นหลักในกลุ่มพลังงานใหม่ของบริษัท ภายใต้แนวคิด “FOR FAMILY FORWARD” โดย DFLZ ไม่เพียงนำเสนอไลน์ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาอย่างแม่นยำเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดไทยในเวทีอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับภูมิภาคของอาเซียนเท่านั้น แต่ยังเผยให้เห็นโครงสร้างเทคโนโลยีสำคัญของบริษัท ทั้งแพลตฟอร์มแบบโมดูลาร์ เทคโนโลยีพลังงานใหม่ และระบบอัจฉริยะต่าง ๆ แก่ผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สะท้อนศักยภาพของแบรนด์ยานยนต์จีนที่ก้าวสู่ตลาดโลกด้วยความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยี
(ภาพ: Main visual empty shot)
สองดาวเด่นกำหนดมาตรฐานใหม่ในตลาดพวงมาลัยขวา
เมื่อก้าวเข้าสู่บูธ Dongfeng Forthing ภายในงาน จะพบกับสองโมเดลสำคัญอย่าง FRIDAY และ V9 ซึ่งมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างแต่เสริมกันอย่างลงตัว สะท้อนความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคในตลาดไทย
FRIDAY ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้งานจริงและไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ชาวไทยเป็นหลัก ภายใต้รูปลักษณ์ตัวถังที่ล้ำสมัย มาพร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ REEV (Range-Extended Electric Vehicle) ที่ผสานพลังงานไฟฟ้ากับเครื่องยนต์เพื่อขยายระยะทางการขับขี่ โดยสามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้มากกว่า 200 กิโลเมตร ช่วยลดความกังวลเรื่องสถานีชาร์จในปัจจุบัน นอกจากนี้ ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ADAS (Advanced Driver-Assistance System) ยังได้รับการปรับจูนให้เหมาะกับพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ใช้ในประเทศไทย รวมถึงการเสริมประสิทธิภาพการซีลป้องกันน้ำและความสามารถในการลุยน้ำ เพื่อรองรับสภาพอากาศเขตร้อนและฤดูฝนได้อย่างมั่นใจ ซึ่งไม่ใช่เพียงการรวมสเปกทางเทคนิคเท่านั้น แต่สะท้อนถึงความเข้าใจเชิงลึกต่อสถานการณ์การใช้งานจริงของผู้ใช้ ด้วยความคุ้มค่าสูงในระดับเดียวกัน แบตเตอรี่ขนาดใหญ่กว่าในระดับเดียวกัน และระยะทางวิ่งรวมสูงสุด 1,100 กิโลเมตร สำหรับรุ่น REEV ทำให้ FRIDAY เป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่สำหรับครอบครัวชาวไทย
ขณะเดียวกันรถรุ่น V9 ได้ถ่ายทอดอีกมิติของการเดินทางสำหรับครอบครัวผ่านแนวคิดด้านพื้นที่แบบรถ MPV โดยผสานห้องโดยสารที่กว้างขวางและสะดวกสบายเข้ากับเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ตอบสนองด้านอารมณ์และประสบการณ์ผู้ใช้งาน เปลี่ยนพื้นที่ภายในรถจากเพียงการเคลื่อนย้ายทางกายภาพให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการเชื่อมโยงของครอบครัว การเปิดตัวของทั้งสองรุ่นจึงสะท้อนถึงการรุกตลาดทั้งในกลุ่ม SUV และ MPV พร้อมกัน เพื่อรองรับทุกไลฟ์สไตล์การเดินทางของผู้ใช้ชาวไทยด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย
(ภาพ: Close-up shots of Forthing V9 and FRIDAY)
ขยายธุรกิจสู่ระดับโลกอย่างเป็นระบบ มุ่งสร้างฐานตลาดระยะยาว
ภายในงานแถลงข่าว นาย Xie Jiasheng รองผู้จัดการทั่วไป บริษัท DFLZ Import & Export Company ได้ขึ้นกล่าวถึงทิศทางการขยายธุรกิจสู่ตลาดโลกของบริษัท โดยสะท้อนแนวทางการดำเนินธุรกิจที่เน้นความมั่นคงและยั่งยืน
“Dongfeng Liuzhou Motor ก่อตั้งขึ้นในปี 1954 ในฐานะฐานยุทธศาสตร์สำคัญของ Dongfeng Group ในภาคใต้ของจีน ปัจจุบันมีประวัติการพัฒนามายาวนานกว่า 72 ปี และมีประสบการณ์ด้านการผลิตยานยนต์กว่า 57 ปี” จากรากฐานดังกล่าว บริษัทได้เปิดตัวกลยุทธ์การขยายตลาดต่างประเทศ “Global Dual-Engine” ในปี 2025 โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเปลี่ยนผ่านจากการส่งออกสินค้าเพียงอย่างเดียว ไปสู่การขยายธุรกิจระดับโลกอย่างเป็นระบบ พร้อมปรับแนวคิดจากการเติบโตระยะสั้นสู่การพัฒนาตลาดระยะยาว
ตัวเลขทางธุรกิจสะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์ดังกล่าวได้อย่างชัดเจน โดยในปี 2025 บริษัทมีปริมาณการส่งออกรวมมากกว่า 53,000 คัน เพิ่มขึ้นเกือบ 30% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า พร้อมทั้งจัดตั้งโรงงานอัจฉริยะในต่างประเทศ 9 แห่ง และเครือข่ายการขายและบริการเกือบ 300 แห่ง ครอบคลุมมากกว่า 120 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งเบื้องหลังตัวเลขเหล่านี้คือการลงทุนและการพัฒนาตลาดอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
ในฐานะผู้ผลิตยานยนต์จีนรายใหญ่ที่มีความใกล้ชิดกับภูมิภาคอาเซียนมากที่สุด ตลาดอาเซียนจึงเป็นศูนย์กลางสำคัญในยุทธศาสตร์ของบริษัทมาโดยตลอด ในกลุ่มรถเพื่อการพาณิชย์ แบรนด์ “Chenglong” ได้ดำเนินธุรกิจในอาเซียนมานานกว่า 30 ปี และในปี 2025 สามารถครองอันดับ 2 ของผู้ผลิตรถบรรทุกขนาดกลางและขนาดใหญ่จากจีน ด้วยยอดขาย 11,000 คัน ส่วนในกลุ่มรถยนต์นั่ง แบรนด์ “Forthing” เริ่มเข้าสู่ตลาดพวงมาลัยซ้ายในปี 2022 และขณะนี้ได้ก้าวเข้าสู่ตลาดพวงมาลัยขวาอย่างเป็นทางการ โดยการพัฒนาไปพร้อมกันของทั้งรถเชิงพาณิชย์และรถยนต์นั่งกำลังช่วยเสริมความแข็งแกร่งของ DFLZ ในภูมิภาคนี้
สำหรับประเทศไทย ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางสำคัญของตลาดรถพวงมาลัยขวาในอาเซียน มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในยุทธศาสตร์ต่างประเทศของบริษัท ตั้งแต่การเปิดตัวแบรนด์เมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา จนถึงการเข้าร่วมงานมอเตอร์โชว์ในครั้งนี้ ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน DFLZ ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนสู่ตลาดว่า ประเทศไทยไม่ใช่เพียงการทดลองตลาด แต่เป็นความมุ่งมั่นเชิงกลยุทธ์ในการสร้างฐานธุรกิจระยะยาว
(ภาพ: Mr. Xie delivering his speech)
เทคโนโลยีเป็นหัวใจ พร้อมคำมั่นสัญญาต่อตลาดไทย
Dongfeng Forthing ได้นำเสนอทั้งวิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยีและคำมั่นสัญญาที่ชัดเจนต่อผู้บริโภคชาวไทย ผ่าน 4 แนวทางสำคัญที่สะท้อนการผสานระหว่างเทคโนโลยีและความรับผิดชอบต่อผู้ใช้งาน โดยมีเป้าหมายให้เทคโนโลยีที่แข็งแกร่งสามารถตอบโจทย์ชีวิตจริงของผู้คน และทำให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความมั่นใจ
เทคโนโลยีถือเป็นรากฐานสำคัญของคำมั่นสัญญาเหล่านี้ โดยแพลตฟอร์มโมดูลาร์ EMA สามารถรองรับรถยนต์หลากหลายประเภท ทั้ง SUV, MPV และ Sedan รวมถึงรองรับระบบขับเคลื่อน BEV, PHEV และ EREV รถยนต์ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์มดังกล่าวยังได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย ASEAN-NCAP ระดับ 5 ดาว พร้อมโครงสร้างตัวถังที่ใช้เหล็กกล้าความแข็งแรงสูงมากกว่า 70% เพื่อเสริมความปลอดภัย นอกจากนี้ เครื่องยนต์ไฮบริด Mach ยังมีประสิทธิภาพความร้อนสูงถึง 45.18% ขณะที่แพลตฟอร์มไฟฟ้าแรงดันสูง 800V รองรับการชาร์จจาก 30% ถึง 80% ภายในเวลาเพียง 14 นาที ส่วนแบตเตอรี่ Armor ได้ผ่านการทดสอบความปลอดภัยมากกว่า 500 รายการ ซึ่งเทคโนโลยีทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดในอนาคต แต่ถูกนำมาใช้จริงในรถ FRIDAY และ V9 แล้ว
ในด้านคำมั่นสัญญา Dongfeng Forthing ได้ประกาศ 4 แนวทางสำคัญสำหรับผู้บริโภคชาวไทย ได้แก่ การพัฒนารถยนต์สำหรับครอบครัวที่เข้าใจตลาดไทยผ่านรุ่นพวงมาลัยขวาโดยเฉพาะ การยกระดับมาตรฐานคุณภาพระดับโลกพร้อมปรับปรุงให้เหมาะกับสภาพถนนและสภาพอากาศของประเทศไทย การสร้างเครือข่ายการขายและบริการให้ครอบคลุมทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว และการร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตสีเขียว โดยในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า บริษัทมีแผนจัดตั้งศูนย์บริการใหม่รวม 100 แห่ง เพื่อลดรัศมีการให้บริการเหลือเพียง 10 กิโลเมตร และเพิ่มความรวดเร็วในการตอบสนองได้ตรงเวลา 100%
(ภาพ: Technical leader delivering a speech)
สร้างระบบนิเวศร่วม จากการส่งออกสินค้า สู่การสร้างคุณค่าร่วมกัน
การสร้างการเติบโตอย่างแท้จริงในตลาดต่างประเทศ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการปรับผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับตลาด แต่ต้องมุ่งสู่การสร้างคุณค่าร่วมกับท้องถิ่น โดยยุทธศาสตร์ของ DFLZ ในประเทศไทยกำลังก้าวข้ามรูปแบบ “การส่งออกและจำหน่าย” แบบเดิม ไปสู่การพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมร่วมกัน
ในอนาคต บริษัทมีแผนร่วมมือกับพันธมิตรในประเทศไทยในการสร้างโรงงานผลิตอัจฉริยะ รวมถึงพัฒนาความร่วมมือด้านการผลิตในประเทศและซัพพลายเชน ซึ่งหมายความว่า DFLZ ไม่เพียงนำผลิตภัณฑ์เข้ามาสู่ตลาดไทยเท่านั้น แต่ยังนำเทคโนโลยี อุตสาหกรรม และโอกาสในการจ้างงานมาปักรากในประเทศไทย จาก “Made in China” สู่ “Co-created in Thailand” เพื่อร่วมกันสร้างเส้นทางใหม่ในการขยายธุรกิจของแบรนด์ยานยนต์จีนสู่ตลาดโลก
(ภาพ: Foreign media interviewing leaders)
ด้วยประสบการณ์การผลิตยานยนต์กว่า 70 ปี และการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศมากกว่า 30 ปี Dongfeng Forthing ยังคงยึดแนวคิด “Together with Family” โดยมองว่ารถยนต์ทุกคันเป็นเสมือนพาหนะที่พาครอบครัวก้าวไปสู่อนาคตร่วมกัน การเข้าร่วมงาน Bangkok Motor Show ในครั้งนี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการขยายธุรกิจในประเทศไทย และเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของศักยภาพเทคโนโลยีและพลังงานใหม่จากอุตสาหกรรมยานยนต์จีนสู่เวทีโลก
การเปิดตัวในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายตลาดไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันกลยุทธ์ “Global Dual-Engine” ในภูมิภาคอาเซียน โดยในอนาคต DFLZ จะยังคงขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยี ควบคู่กับการพัฒนาเชิงลึกในระดับท้องถิ่น และการสร้างระบบนิเวศร่วม เพื่อผลักดันผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดโลกมากยิ่งขึ้น พร้อมนำศักยภาพของยานยนต์พลังงานใหม่จากจีนไปสู่ครอบครัวทั่วโลก และร่วมสร้างอนาคตการเดินทางที่ดียิ่งกว่า สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของ Dongfeng Forthing ได้ที่ www.forthing-th.com
(ภาพ: Group photo)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี