เปิด 5 จุดสงสัย? พรรคส้มชี้เป้าไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน

เปิด 5 จุดสงสัย? พรรคส้มชี้เป้าไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 21.08 น.

25 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานประชุม พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจาที่ 6 พรรคการเมืองเสนอเพื่อให้พิจารณาถึงปัญหาของวิกฤตพลังงานและผลกระทบต่อประชาชน

โดย นายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า โจทย์ที่พี่น้องประชาชนฝากตนมาวันนี้มีเพียงคำถามเดียว คือ น้ำมันของพวกเขาหายไปไหน ในขณะที่รัฐบาลที่ยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า “น้ำมันมีเพียงพอ” แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริง ความเพียงพอนี้มันไปไม่ถึงประชาชน แน่นอนว่ามี “จุดรั่วไหล” บางอย่างในระบบการซื้อขายน้ำมันของประเทศเราแน่นอน และทุกวันนี้รัฐบาลยังไม่ยอมออกมาพูดอย่างตรงไปตรงมา ว่าปัญหาเกิดที่จุดไหน


นายศุภโชติ ได้สะท้อนให้เห็นว่า จุดที่น้ำมันรั่วไหลออกจากระบบนั้นมี 5 จุดด้วยกัน ดังนี้

จุดที่หนึ่ง ไอ้โม่งคือโรงกลั่นน้ำมันหรือไม่ รัฐบาลต้องตอบให้ได้ว่าโรงกลั่นน้ำมีการชะลอการปล่อยน้ำมันหรือไม่ เพราะโรงกลั่น แค่ปล่อยน้ำมันช้าหนึ่งวันหรือลดปริมาณการปล่อยน้ำมันลงก็สามารถทำกำไรที่เพิ่มขึ้นได้ การที่รัฐบาลบอกว่าตรวจแล้ว ไม่พบการกักตุน แต่ไม่ได้มีข้อมูลมายืนยันกับพี่น้องประชาชนเลยว่าโรงกลั่นแต่ละแห่งผลิตเท่าไร ปล่อยออกเท่าไร ลดลงจากภาวะปกติหรือไม่ ตัวเลขเหล่านี้ไม่เคยเปิดเผยกับประชาชน ถ้ารัฐบาลยืนยันที่จะบอกว่า โรงกลั่นไม่ใช่ไอ้โม่ง ก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะปิดบังตัวเลขเหล่านี้

จุดที่สอง ไอ้โม่งคือคลังน้ำมันและพ่อค้าคนกลางเป็นคนกักตุนน้ำมันหรือไม่ เหตุผลเดียวกับโรงกลั่น กล่าวคือ ถ้าพวกเขากักตุนน้ำมันไว้แล้วค่อยขายน้ำมันออกไปในช่วงที่ราคาน้ำมันขึ้น พวกเขาก็จะสามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาล ซึ่งข่าวล่าสุดที่ จ.อ่างทอง ที่มีผู้กักตุนน้ำมันกว่า 300,000 ลิตร ก็พอจะยืนยันเรื่องนี้ได้ แต่ผ่านมาหลายวันแล้ว รัฐบาลยังไม่สามารถหาคนผิดที่กักตุนน้ำมันนี้ได้

จุดที่สาม ไอ้โม่งคือรถขนส่งน้ำมันหรือไม่ มาตรการที่รัฐบาลสั่งเพิ่มรอบขนส่ง แต่จากที่ตนได้ลงพื้นที่หลายพื้นที่ก็ยังเห็นรถน้ำมันจำนวนไม่น้อยนับร้อยคันจอดนิ่งเฉยๆ สิ่งที่รัฐบาลต้องหาคำตอบคือรถที่จอดนิ่งเหล่านี้เป็นรถเปล่าที่รอการเติมน้ำมันจากคลัง หรือเป็นรถที่มีน้ำมันที่ไอ้โม่งใช้เป็นเครื่องมือกักตุนน้ำมันไว้

นายศุภโชติ กล่าวต่อไปว่า ตนยังไม่เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลที่จะเรียกข้อมูลจากรถน้ำมันด้วยซ้ำ ว่ารถออกจากคลังวันละกี่เที่ยว ไปที่ไหนบ้าง ทั้งๆ ที่มีกฎหมายให้อำนาจรัฐบาลในการข้อมูลเหล่านี้ได้อยู่แล้ว แต่รัฐบาลบ่ายเบี่ยงที่จะใช้อำนาจที่ตัวเองมีเพื่อหาคำตอบให้กับสังคม

จุดที่สี่ รัฐบาลต้องตอบให้ได้ว่ามีไอ้โม่งคนไหนลักลอบเอาน้ำมันของคนไทยไปขายนอกประเทศหรือไม่ ประเทศไทยเราขึ้นชื่อในการค้าน้ำมันเถื่อนอยู่แล้ว จากอดีตที่เคยลักลอบน้ำมันเถื่อนที่มีราคาถูกมาขายในประเทศไทย แต่วันนี้พอรัฐบาลไทยตรึงราคาน้ำมันต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาก ขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนพวกนี้ก็อาจจะแค่ทำกลับด้าน คือการเอาน้ำมันไทยออกไปขายต่างประเทศแทน ทำกำไรได้เกือบเท่าตัว

เราเห็นข่าวการตรวจยึดรถน้ำมันจำนวนมากที่กำลังจะขนข้ามชายแดน วันก่อน 20,000 ลิตร เมื่อวานจับเพิ่มอีก 200,000 ลิตร และที่เรายังจับไม่ได้อีกเท่าไหร่

นายศุภโชติ กล่าวว่า สถานการณ์ล่าสุดที่มีรัฐมนตรียุติธรรมออกมายืนยันว่าทุกอย่างยังปกติ ถ้ารัฐบาลตีรวนไม่ยอมตรวจสอบเรื่องการลักลอบน้ำมันไทยไปขายต่างประเทศแบบจริงจัง ภาพสุดท้ายที่เราได้เห็นคงเป็นไอ้โม่งรวย ต่างประเทศมีน้ำมัน แต่คนไทยหาเติมไม่ได้

จุดสุดท้าย รัฐบาลต้องตอบให้ได้ว่า มีไอ้โม่งกักตุนไบโอดีเซลที่ใช้เป็นส่วนผสมเพื่อผลิตน้ำมันดีเซลที่เราใช้กัน แล้วทำให้น้ำมันดีเซลขาดแคลนหรือไม่ การที่รัฐบาลปรับจากสูตรน้ำมันดีเซลจาก B5 เป็น B7 และจะไป B10 หรือ B20 ทำให้ความต้องการน้ำมันไบโอดีเซล (B100) ที่จะนำไปผสมเพิ่มมากขึ้น

นายศุภโชติ กล่าวด้วยว่า สิ่งที่น่ากังวลคือ อาจเป็นไปได้ว่า เราไม่ได้ขาดแคลนน้ำมันดิบ แต่มีไอ้โม่งกักตุนน้ำมันไบโอดีเซลไว้เพื่อเก็งกำไร ทำให้ไม่สามารถผลิตดีเซลที่เราใช้ออกมาสู่ตลาดได้เพียงพอ รัฐบาลต้องเปิดข้อมูลให้ชัดว่าช่วงที่ผ่านมามีสต็อกน้ำมันไบโอดีเซล B100 เท่าไรบ้าง ที่ไหนบ้าง มีการกักตุนที่ไหนหรือไม่และมีใครได้ประโยชน์จากนโยบายนี้กันแน่

นายศุภโชติ ย้ำว่า ถ้าถามตนว่าใครคือไอ้โม่งที่มีส่วนรู้เห็นในการกักตุนน้ำมันของประชาชนไว้ ตนก็ต้องตอบตรงนี้เลยว่า ท่านพิพัฒน์ ท่านเป็นผู้รู้และผู้มีประสบการณ์ในธุรกิจนี้ดี อาจจะตอบได้ดีกว่าตน

ปัจจุบัน วิกฤตพลังงานของประเทศเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 แล้ว แต่ตนยังไม่เห็นความพยายามของรัฐบาลในการอุด “รูรั่ว” ในระบบน้ำมันอย่างจริงจัง และยังไม่เห็นคำตอบที่ชัดเจนต่อคำถามของประชาชน หากรัฐบาลยังไม่ปิดรูรั่วนี้ ตนไม่เชื่อว่าคำประกาศที่ว่า ภายในไม่กี่วันจะไม่มีปั๊มใดขาดแคลนน้ำมัน จะเกิดขึ้นได้จริง ปัญหาวันนี้ไม่ใช่แค่น้ำมันขาด แต่คือการที่ประชาชนไม่ได้รับคำอธิบายที่ตรงไปตรงมารวมถึงข้อมูลที่ตรวจสอบได้จากรัฐบาล

นายศุภโชติ ทิ้งท้ายว่า ยิ่งรัฐบาลนิ่งเฉย ไม่ตอบคำถามว่าน้ำมันหายไปไหน สังคมก็ยิ่งตั้งคำถามต่อความคลุมเครือนี้ว่าเป็นเพราะความไร้ประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาของประเทศ หรือมีท่านมีส่วนร่วมในการหากินกับประชาชนจากวิกฤตน้ำมันครั้งนี้กันแน่ นี่น้ำมันเป็นแค่คลื่นลูกแรกที่มากระทบประเทศไทย คลื่นลูกถัดไปที่จะมาซัดประเทศไทยซ้ำ คือ ค่าไฟแพงในปีนี้จะหนักแน่ยาวนานไม่แพ้กัน แต่ตนยังไม่เห็นรัฐบาลเตรียมมาตรการรับมืออะไรเลย

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top