วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569
สินค้าพาเหรดขึ้นราคา
‘หมู-ไก่’ขยับ
แม่ค้าครวญต้นทุนพุ่ง
ปุ๋ยภาคอีสานขาดตลาด
พุ่งพรวดกระสอบละ300บ.
สายการบินส่งสัญญาณอีก
1เม.ย.ปรับค่าตั๋วใหม่20%
วิกฤตค่าครองชีพพ่นพิษหนัก!ผู้ประกอบการคมนาคมทั้ง “บางกอกแอร์เวย์ส-เรือด่วนแสนแสบ” พร้อมใจตบเท้าปรับขึ้นค่าโดยสารรับเมษายนนี้หลังราคาน้ำมันดีเซลพุ่งกระฉูดเกือบ 39 บาทต่อลิตร ขณะที่สถานการณ์สินค้าเกษตร ของกินของใช้ในภูมิภาคระส่ำหนัก เนื้อหมูแดงทะลุกิโลกรัมละ 180 บาท ไก่สด 100 บาท ไข่ไก่ปรับยกแผง 6 บาท
วันที่ 28 มี.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลปรับตัวสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ลามไปถึงต้นทุนการขนส่งและราคาสินค้าอุปโภค-บริโภคทั่วประเทศ ล่าสุดทัพผู้ประกอบการสายการบินรถโดยสาร และเรือข้ามฟาก ต่างพร้อมใจกัน
ประกาศปรับขึ้นค่าโดยสารเริ่มตั้งแต่สิ้นเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายนนี้ ขณะที่ราคาอาหารสดทั้งเนื้อหมู เนื้อไก่ และไข่ไก่ ในหลายภูมิภาคพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ สวนทางกับนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ที่พยายามตรึงราคาสินค้า ทำเอาประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าระดับรากหญ้าต่างออกมาส่งเสียงสะท้อนถึงความเดือดร้อนที่แบกรับไม่ไหว
บางกอกแอร์เวย์สจ่อขึ้น20%
นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เปิดเผยถึงความจำเป็นในการปรับตัวของธุรกิจการบินว่า ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป สายการบิน
จำเป็นต้องปรับขึ้นค่าตั๋วโดยสาร เส้นทางบินภายในประเทศบางเส้นทางประมาณ 15-20% เนื่องจากต้นทุนหลักคือน้ำมันเชื้อเพลิงปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างรุนแรง
“เราพยายามประคองราคามาโดยตลอด แต่เมื่อน้ำมันขยับขึ้นก้าวกระโดดแบบนี้ เราต้องปรับโครงสร้างราคาในเส้นทางหลัก เช่น กรุงเทพฯ-สมุย, ภูเก็ต และเชียงใหม่ เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการปรับเพิ่มนี้ยังอยู่ภายใต้เพดานราคาที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) กำหนดไว้”นายพุฒิพงศ์ ระบุ
นอกจากนี้ ในส่วนของเส้นทางระหว่างประเทศ เช่น มัลดีฟส์, ฮ่องกง และสิงคโปร์ จะมีการปรับค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นประมาณ 50-60 ดอลลาร์ หรือเกือบ 2,000 บาทต่อเที่ยว โดยทางสมาคมการบินได้ประสานภาครัฐขอให้พิจารณาปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลงเหลือ 20 สตางค์ต่อลิตร เพื่อช่วยลดแรงกดดันและไม่ให้ภาระทั้งหมดต้องตกไปอยู่ที่ผู้โดยสารในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะถึงนี้
เรือแสนแสบเพิ่มอีก 2 บาท
ด้านระบบขนส่งสาธารณะทางน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล นายเชาวลิต เมธยะประภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด ผู้ให้บริการเรือคลองแสนแสบ เปิดเผยด้วยน้ำเสียงวิตกหลังราคาน้ำมันดีเซล B7 พุ่งแตะลิตรละ 38.94 บาทว่า ตนทำเรือมา 40 ปี ไม่เคยเจอราคาน้ำมันกระโดดขึ้นรวดเดียว 6 บาทแบบนี้มาก่อน ต้นทุนเราพุ่งสูงจนมองไม่เห็นกำไร จึงจำเป็นต้องขอปรับค่าโดยสารเพิ่มขึ้น 2 บาทต่อช่วง จากเดิม 11-21 บาท เป็น 13-23 บาท เริ่มวันจันทร์ที่ 30 มีนาคมนี้ และจะขอดูสถานการณ์อีกครั้งในวันที่ 6 เมษายน หากน้ำมันยังไม่ลง อาจต้องขยับเพิ่มอีกระยะละ 1 บาทตามเกณฑ์กรมเจ้าท่า
ในขณะที่ นาวาตรีเจริญพร เจริญธรรม กรรมการผู้จัดการบริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด กล่าวสมทบว่า เราเข้าใจความเดือดร้อนของประชาชนและพยายามชะลอการปรับราคามานานที่สุด แต่เมื่อน้ำมันแตะ 38.99 บาทต่อลิตร เราจำเป็นต้องปรับค่าโดยสารทุกประเภทขึ้น 2 บาท เช่น เรือธงส้มจาก 16 บาท เป็น 18 บาท หากในอนาคตราคาน้ำมันปรับลดลง เราสัญญาว่าจะปรับลดค่าโดยสารคืนทันทีเพื่อให้เป็นธรรมแก่ผู้ใช้บริการ
ทุกท่าน
‘ตุ๊กตุ๊ก’จ่อปรับราคา 20%
ส่วนพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน พบว่าเป็นพื้นที่ที่ราคาน้ำมันแพงที่สุดในประเทศไทย โดยน้ำมันดีเซลพรีเมียมพุ่งไปที่ลิตรละ 56.04 บาท ดีเซลธรรมดาลิตรละ 40.34 บาท และเบนซินสูงถึง 42.45 บาท ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อระบบขนส่งสินค้าข้ามภูเขา
นายพิทัย วิจิ่ง เจ้าของรถตุ๊กตุ๊กในเมืองแม่ฮ่องสอน ให้สัมภาษณ์ว่า น้ำมันขึ้นราคาครั้งนี้กระทบทุกคน ทั้งเจ้าของรถและชาวบ้าน ตอนนี้ผมยังวิ่งราคาเดิมอยู่ที่ 80-100 บาท แต่ถ้าเมษายนนี้น้ำมันยังไม่ลด ผมอยู่ไม่ไหวแน่ คงต้องขอปรับราคาขึ้น 20% สงสารคนใช้นะครับแต่เราต้องกินต้องใช้เหมือนกัน
ขณะเดียวกันที่ จ.กาญจนบุรี ผู้ประกอบการแพขนานยนต์ อ.ศรีสวัสดิ์ได้ออกประกาศแจ้งเตือนด่วนถึงการยกเลิกสิทธิขึ้นฟรี แก่รถส่วนบุคคลในงานราชการและรถรัฐวิสาหกิจทั้งหมดเนื่องจากแบกต้นทุนน้ำมันไม่ไหว โดยจะสงวนสิทธิฟรีไว้เพียงรถฉุกเฉินและรถโรงเรียนในเวลาเรียนเท่านั้น เพื่อประคองกิจการให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้
ยอดจองสงกรานต์วูบ
ส่วนที่ภาคใต้ นายสิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา เปิดเผยสถานการณ์น่ากังวลว่า หลังน้ำมันขึ้นรวดเดียว 6 บาท กลุ่มซัพพลายเออร์แจ้งปรับราคาสินค้าอุปโภค-บริโภคทันที ตอนนี้นักท่องเที่ยวเริ่มทยอยยกเลิกการจองห้องพักช่วงสงกรานต์ เพราะกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายบานปลาย เราเตรียมเรียกประชุมสมาชิกในวันที่ 30 มีนาคมนี้ เพื่อหาทางออกว่าจะปรับขึ้นค่าเซอร์วิสหรือราคาห้องพักหรือไม่ แต่ถ้าปรับขึ้นเราก็กลัวจะไปซ้ำเติมการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวให้ไปที่อื่นแทน
ขณะที่ นายพิทักษ์ เฟื่องคอน ผู้ประกอบการเรือพัทยา-เกาะล้าน ระบุว่าได้รับอนุมัติให้ปรับค่าเรือเป็น 40 บาทต่อคน เริ่มวันที่ 10 เมษายนนี้ เพื่อรับมือกับต้นทุนที่ผันผวนแม้บรรยากาศท่องเที่ยวแหลมบาลีฮายจะยังคงดูคึกคักในช่วงปิดเทอมก็ตาม
ชาวบ้านอ่วม‘หมู-ไก่-ไข่’พุ่ง
ส่วนราคาสินค้าเนื้อหมู ไก่ ไข่ ก็มีการปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยที่ตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง จ.ยะลา พบประชาชนออกมาเลือกซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภคด้วยความลำบากใจ หลังต้องเผชิญภาวะค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาสินค้าอาหารสดประเภทเนื้อสัตว์และไข่ไก่ที่ขยับราคาขึ้นอย่างชัดเจนสวนทางกับนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ที่ระบุว่ายังคงมาตรการตรึงราคาสินค้าไว้
นางสาวอาอีซะฮ์ (ขอสงวนนามสกุล) แม่ค้าขายไก่ทอดรายหนึ่งในพื้นที่เบตง เปิดเผยด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า ตอนนี้กำไรหายไปเกือบหมดแล้วค่ะ เพราะต้นทุนขยับขึ้นทุกอย่าง ไม่ใช่แค่เนื้อไก่ที่ตอนนี้พุ่งไปกิโลกรัมละ 100 บาท แต่พวกของเบ็ดเตล็ดอย่างถุงหิ้วพลาสติกขนาดครึ่งกิโลกรัม เดิมเคยซื้อ 35-38 บาท ตอนนี้ดีดขึ้นไปถึง 48 บาทแล้ว ไหนจะน้ำมันพืชและแก๊สหุงต้มอีก จะปรับราคาขายหน้าร้านขึ้นก็สงสารลูกค้า เพราะทุกคนก็แย่เหมือนกัน ตอนนี้ได้แต่ประคองตัวไปวันๆ อยากให้รัฐบาลเลิกพูดเรื่องตรึงราคาผ่านหน้าจอทีวี แล้วส่งเจ้าหน้าที่ลงมาดูความจริงที่ตลาดเบตงบ้าง ว่าราคาที่พวกเราต้องจ่ายจริงๆ มันคนละเรื่องกับที่ประกาศเลย
นอกจากนี้ จากการสำรวจราคาเนื้อหมูในพื้นที่ พบว่าราคาเนื้อหมูแดงและหมูสามชั้นพุ่งสูงถึงกิโลกรัมละ 180 บาท และมีแนวโน้มจะปรับขึ้นอีกกิโลกรัมละ 5-10 บาทในสัปดาห์หน้าเนื่องจากต้นทุนอาหารสัตว์และค่าขนส่งจากวิกฤตพลังงาน ขณะที่ไข่ไก่เบอร์ 3 ซึ่งเป็นที่นิยมของชาวบ้านปรับขึ้นจากเดิมแผงละ 6 บาท แต่ร้านค้าปลีกรายย่อยในชุมชนห่างไกลต้องจำหน่ายจริงสูงถึงฟองละ 5 บาท เนื่องจากมีต้นทุนค่าขนส่งผ่านเส้นทางภูเขาที่ซ้ำเติมเข้ามา
ไข่ไก่ขยับขึ้นรอบที่สอง
ส่วนที่ตลาดสดบ่อนไก่ ต.ปากน้ำโพ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ภายหลังจากเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ประกาศปรับราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มเพิ่มขึ้นอีกฟองละ 20 สตางค์หรือแผงละ 6 บาท ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพ่อค้าแม่ค้าปลีกที่ต้องรับภาระต้นทุนสะสมเป็นรอบที่สองในรอบเดือน
นางเทียน อิ่มมาก แม่ค้าขายไข่ไก่รายใหญ่ในตลาดบ่อนไก่ เปิดใจกับผู้สื่อข่าวขณะกำลังจัดเรียงแผงไข่ว่า รอบนี้ไข่ขึ้นราคามาแผงละ6 บาท ถือว่าหนักนะคะสำหรับคนค้าขายเพราะมันขึ้นต่อเนื่องกันมา 2 รอบแล้ว แต่ถามว่าที่ร้านปรับราคาขึ้นตามไหม...ยังไม่กล้าปรับค่ะ สงสารคนซื้อ ทุกวันนี้ชาวบ้านเขาก็แทบไม่มีกำลังซื้อกันอยู่แล้ว ถ้าเราขึ้นราคาไปตามต้นทุนจริงลูกค้าประจำหายหมดแน่ ตอนนี้เลยต้องยอมหักใจขายราคาเดิมไปก่อน
นางเทียนกล่าวต่ออีกว่า ตอนนี้กำไรเฉลี่ยเหลือแค่แผงละ 2-5 บาทเท่านั้นเองค่ะ อย่างไข่เบอร์ 0 ขายแผงละ 135 บาท หรือเบอร์ 4 ขาย 110 บาท คือเราอาศัยเน้นขายให้ได้ปริมาณเยอะๆ เพื่อประคองตัว แต่ถ้าหน้าฟาร์มยังประกาศขึ้นราคาอีกเป็นรอบที่สาม รอบหน้าเราคงแบกไม่ไหวจริงๆ อาจจะต้องขอปรับขึ้นราคาตามกลไกตลาดบ้าง ไม่อย่างนั้นแม่ค้าเองก็คงอยู่ไม่ได้เหมือนกัน อยากวอนขอความเห็นใจจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ลงมาดูแลต้นทุนตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่ปล่อยให้ปลายทางอย่างเรากับผู้บริโภคต้องมาแบกรับภาระกันเองแบบนี้
ราคาพุ่งกระสอบละ 1,100 บาท
ด้าน นายฉัตรชัย แสงสุขกำนันตำบลระเริง อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เกษตรกรชั้นนำและเจ้าของธุรกิจร้านจำหน่ายปัจจัยการเกษตรรายใหญ่ในพื้นที่เปิดเผยถึงวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ขณะนี้เกษตรกรในพื้นที่ตำบลระเริงและใกล้เคียงกำลัง
เดือดร้อนหนัก เนื่องจากเป็นช่วงเตรียมปลูกมันสำปะหลัง แต่กลับพบว่าปุ๋ยยูเรียซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการเร่งการเจริญเติบโตหายไปจากท้องตลาดอย่างน่าตกใจ
“ผมเองพยายามโทรศัพท์ติดต่อสั่งซื้อปุ๋ยยูเรียจากตัวแทนจำหน่ายเจ้าประจำหลายแห่ง ปรากฏว่าทุกร้านตอบตรงกันคือ ไม่มีสินค้าส่งให้ นอกจากสินค้าจะขาดแคลนแล้ว ราคายังพุ่งสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด จากเดิมที่เคยซื้อในราคากระสอบละประมาณ 800 บาทล่าสุดร้านค้าแจ้งราคาใหม่พุ่งสูงกว่า 1,100 บาทต่อกระสอบแล้ว และหากต้องการสินค้าจริงๆ ต้องทำการสั่งจองล่วงหน้าเป็นเวลานาน ซึ่งไม่ทันต่อวงรอบการเพาะปลูกที่เกษตรกรเตรียมพันธุ์มันสำปะหลังเอาไว้แล้ว” กำนันฉัตรชัย กล่าว
นอกจากประเด็นปุ๋ยแพงแล้ว กำนันตำบลระเริงยังระบุอีกว่า ปัญหาน้ำมันดีเซลขาดแคลนและราคาแพงยังเป็นอุปสรรคสำคัญในการใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตร ทำให้เกษตรกรต้องรอเก้อทั้งเรื่องปุ๋ยและน้ำมันพร้อมๆ กัน
“ถึงแม้เราจะรณรงค์ให้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยขี้ไก่มาทดแทนเพื่อลดต้นทุน แต่ในความเป็นจริงเกษตรกรก็ยังจำเป็นต้องใช้ปุ๋ยยูเรียควบคู่ไปด้วยเพื่อให้ได้ผลผลิตตามเป้าหมายในภาวะเศรษฐกิจซบเซาและต้นทุนการผลิตพุ่งสูงเช่นนี้ ตนทำได้เพียงฝากเตือนพี่น้องเกษตรกรให้ใช้สอยอย่างประหยัดที่สุด และวางแผนการผลิตให้รอบคอบเพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ในภาวะวิกฤตที่เป็นอยู่” นายฉัตรชัยกล่าวทิ้งท้ายด้วยความห่วงใย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี