วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569
ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า ไปรษณีย์ไทยเป็นหน่วยงานขนส่งและโลจิสติกส์หลักของประเทศไทย ที่พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการที่ส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง พบว่าผู้ประกอบการไทยมีโอกาสเผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้างอย่างน้อย 5 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ความผันผวนของระยะเวลาขนส่งที่ทำให้ไม่สามารถคาดการณ์กำหนดส่งมอบได้อย่างแม่นยำ ส่งผลต่อการบริหารสต็อกปลายทางและการวางแผนการผลิต ต้นทุนการจัดส่งต่อชิ้นที่ยังอยู่ในระดับสูงโดยเฉพาะกลุ่มผู้ค้าออนไลน์รายเล็ก ความเสี่ยงด้านกระแสเงินสดจากการที่สินค้าถึงปลายทางล่าช้าหรือค้างคลังต่างประเทศ ความจำเป็นในการติดตามสถานะพัสดุแบบโปร่งใสเพื่อลดข้อพิพาทกับลูกค้าปลายทาง
ตลอดจนข้อจำกัดในการขยายตลาดใหม่โดยไม่เพิ่มภาระต้นทุนและความเสี่ยงมากเกินไปเพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว ไปรษณีย์ไทยจึงพัฒนา 2 บริการหลักด้านขนส่งระหว่างประเทศ ได้แก่ “Courier Post Plus” และ “ePacket” ซึ่งจะช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการในการบริหารต้นทุน เวลา และความเสี่ยงเชิงระบบของธุรกิจส่งออกไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยบริการ Courier Post Plus ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจที่ต้องการความแน่นอนด้านระยะเวลา คุณภาพบริการ และความชัดเจนด้านต้นทุนปลายทาง โดยเฉพาะสินค้ามูลค่าสูง ธุรกิจแบบ B2B หรือที่ต้องเติมสต็อกข้ามประเทศ รองรับน้ำหนักการจัดส่งสูงสุดถึง 5,000 กิโลกรัมต่อครั้ง ครอบคลุม 43 ประเทศปลายทาง พร้อมระบบติดตามสถานะแบบใกล้ชิด ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถคาดการณ์รอบการหมุนเวียนสินค้าได้แม่นยำ
นอกจากนี้ยังสามารถส่งได้ครั้งละจำนวนมาก (Multipiece) ซึ่งสามารถรองรับธุรกิจ ที่ส่งสินค้าไปจำหน่ายอีกด้วยโดยบริการดังกล่าวยังสามารถเลือกชำระภาษีนำเข้าแบบล่วงหน้า (DDP) ครอบคลุม 33 ประเทศปลายทาง ซึ่งช่วยลดความซับซ้อนด้านพิธีการศุลกากรและความไม่แน่นอนของค่าใช้จ่ายปลายทาง เพิ่มความมั่นใจให้ทั้งผู้ส่งและผู้รับในต่างประเทศ อีกทั้งยังรองรับการจัดส่งสินค้าหลากหลายประเภท รวมถึงสินค้ากลุ่มของเหลวและอาหาร เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการในกลุ่มเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์สุขภาพ อาหารแปรรูป และสินค้าไลฟ์สไตล์ สามารถขยายตลาดไปยังต่างประเทศได้สะดวกขึ้น
ขณะที่บริการ ePacket รองรับการจัดส่งสินค้าปริมาณมากแบบรายชิ้นในต้นทุนที่แข่งขันได้ ช่วยลดภาระต้นทุนต่อหน่วย เพิ่มความคุ้มค่าในการเริ่มต้นส่งออก และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กสามารถเข้าสู่ตลาดต่างประเทศได้โดยไม่ต้องแบกรับต้นทุนโลจิสติกส์ที่สูงเกินไป ด้วยระบบติดตามสถานะ การเชื่อมต่อแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และความครอบคลุมของเครือข่ายปลายทางทั่วโลก ePacket จึงช่วยลดข้อจำกัดด้านขนาดธุรกิจ ทำให้ผู้ค้าไทยสามารถขยายตลาดข้ามพรมแดนได้อย่างคล่องตัว และต่อยอดสู่การเติบโตเชิงปริมาณในระยะยาว
“ไปรษณีย์ไทยมีการขนส่งสิ่งของไปต่างประเทศให้กับกลุ่มผู้ประกอบการไทยในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น ผู้ประกอบการงานหัตถกรรมไทยที่จำหน่ายกระดาษสาเพื่อการผลิตสินค้าแฮนด์เมดในต่างประเทศบนแพลตฟอร์ม eBay มีการจัดส่งสินค้าในรูปแบบมัดใหญ่ (Bulk) ผู้ประกอบการกลุ่มสินค้าแฟชั่นร่วมสมัยที่จำหน่ายบนแพลตฟอร์ม Amazon FBA ทั้งนี้ การเข้าถึงระบบขนส่งที่มีเสถียรภาพ ควบคุมต้นทุนได้ และสามารถคาดการณ์ระยะเวลาในการจัดส่งได้อย่างชัดเจนสามารถช่วยให้ผู้ประกอบการวางแผนการผลิต การตลาด และการเงินได้แม่นยำมากขึ้น ทั้งยังลดความเสี่ยงจากความล่าช้าและต้นทุนแฝงระหว่างการจัดส่ง”
ดร.ดนันท์ กล่าวว่า ในบริบทที่การแข่งขันการค้าโลกขับเคลื่อนด้วยความเร็วและต้นทุนเป็นปัจจัยสำคัญ โครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ที่มีเสถียรภาพและคาดการณ์ได้ คือหนึ่งในเงื่อนไขหลักของการเติบโตทางเศรษฐกิจ ไปรษณีย์ไทยจึงมุ่งพัฒนาบริการขนส่งระหว่างประเทศให้เป็นมากกว่าการขนส่งสินค้า แต่เป็นกลไกสนับสนุนศักยภาพผู้ประกอบการไทยทุกขนาดให้สามารถขยายตลาด สร้างรายได้จากต่างประเทศ และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนมูลค่าการส่งออกของประเทศในระยะยาว
- 030
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี