533.jpg
‘ศ.ดร.อมร’กาง 4 ปัจจัย! ‘แผ่นดินไหวเมียนมา’ ชี้!เขยิบเขย่าใกล้ไทยกว่าเดิม

‘ศ.ดร.อมร’กาง 4 ปัจจัย! ‘แผ่นดินไหวเมียนมา’ ชี้!เขยิบเขย่าใกล้ไทยกว่าเดิม

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.34 น.

ถอดรหัส กทม. ตึกโยก! 'ศ.ดร.อมร' กาง 4 ปัจจัยแผ่นดินไหวเมียนมา 5.3 เตือน ‘รอยเลื่อนสะกาย’ มีพลังสูง-เขยิบไหวใกล้ไทยกว่าเดิม

วันที่ 18 พ.ค. 69 จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 5.3 บริเวณชายฝั่งตอนใต้ของประเทศเมียนมา ใกล้กับเมืองย่างกุ้ง ซึ่งแรงสั่นสะเทือนข้ามพรมแดนมาส่งผลกระทบให้ประชาชนที่พักอาศัยและทำงานอยู่บนอาคารสูงในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รับรู้ถึงแรงโยกไหวจนเกิดกระแสความตื่นตระหนกนั้น


ล่าสุด ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ออกมาอธิบายและวิเคราะห์ลักษณะทางกายภาพของการเกิดแผ่นดินไหวในครั้งนี้ โดยสรุปสาระสำคัญออกเป็น 4 ประเด็นหลัก ดังนี้ 1.เป็นแผ่นดินไหวระดับกลาง: เนื่องจากมีขนาดความรุนแรงอยู่ที่ 5.3 ซึ่งตามหลักมาตรวัดทางวิทยาศาสตร์ถือว่ายังไม่เกินขนาด 6

ต่อมา 2.เป็นแผ่นดินไหวระดับตื้น: เนื่องจากมีจุดศูนย์กลางการเกิดลึกลงไปใต้เปลือกโลกเพียงประมาณ 10 กิโลเมตร ซึ่งถือว่ายังไม่เกินเกณฑ์ความลึก 60 กิโลเมตรใต้พื้นดิน 3.เป็นแผ่นดินไหวระยะไกล: เนื่องจากจุดศูนย์กลางมีระยะห่างจากกรุงเทพมหานคร ราวๆ 530 กิโลเมตร และ 4.เกิดในแนวรอยเลื่อนสะกาย (Sagaing Fault): ซึ่งเป็นรอยเลื่อนขนาดใหญ่ที่มีพลังมาก (Active Fault) และยังคงมีการสะสมพลังงานและเคลื่อนตัวอยู่ตลอดเวลา

ศ.ดร.อมร อธิบายต่อไปว่า การที่ผู้อยู่อาศัยบนอาคารสูงในกรุงเทพฯ รับรู้ถึงการสั่นไหวได้อย่างชัดเจนนั้น ถือเป็นเรื่องปกติทางกายภาพ เนื่องจากสภาพภูมิประเทศของกรุงเทพมหานครตั้งอยู่บนชั้นดินเหนียวอ่อน ซึ่งดินลักษณะนี้มีคุณสมบัติพิเศษในการทำหน้าที่เป็น ‘ตัวขยายคลื่นแผ่นดินไหว’ ให้แรงขึ้นได้อีกหลายเท่าตัว อย่างไรก็ตาม จากการคำนวณด้านวิศวกรรมย้ำว่า แผ่นดินไหวรอบนี้มีขนาดปานกลางและอยู่ห่างออกไปกว่า 500 กิโลเมตร จึงส่งผลกระทบแค่การสั่นไหว แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างหลักของอาคาร’ ประชาชนจึงยังไม่ต้องตื่นตระหนก

อย่างไรก็ดี นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ ได้ส่งสัญญาณเตือนอย่างจริงจังว่า สถานการณ์ปัจจุบันยังคงเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดและห้ามประมาทเด็ดขาด เนื่องจาก ‘รอยเลื่อนสะกาย’ มีความยาวรวมกันถึง 1,200-1,400 กิโลเมตร พร้อมยกข้อสังเกตกรณีประวัติศาสตร์เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งเคยเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ขนาด 7.7 ที่เมืองมัณฑะเลย์ ตอนบนของเมียนมา ครั้งนั้นแม้ระยะทางจะอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ไปไกลกว่า 1,000 กิโลเมตร แต่ด้วยขนาดที่ใหญ่มาก กลับส่งแรงคลื่นข้ามแดนมาเขย่าตึกสูงใน กทม. จนโครงสร้างสั่นไหวอย่างรุนแรง ส่งผลให้อาคารสูงได้รับความเสียหายหลายร้อยหลัง และส่งผลให้อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างถึงขั้นพังถล่มลงมา

‘แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในวันนี้ แม้จะมีขนาดปานกลางคือ 5.3 แต่จุดศูนย์กลางเกิดขึ้นในบริเวณตอนล่างของรอยเลื่อนสะกาย ซึ่งหมายความว่ามันขยับเข้ามาเกิดใกล้กับกรุงเทพมหานครมากกว่าเหตุการณ์ที่มัณฑะเลย์เกือบเท่าตัว ดังนั้น รอยเลื่อนนี้จึงเป็นภัยความมั่นคงทางโครงสร้างที่ประมาทไม่ได้เลย เนื่องจากแผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่ไม่สามารถพยากรณ์ล่วงหน้าได้ หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องรวมถึงประชาชนทั่วไป จึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อม แผนซักซ้อม และตรวจสอบความมั่นคงของอาคารอย่างสม่ำเสมอเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด’ ศ.ดร.อมร กล่าวทิ้งท้าย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top