542.jpg
สกสว.ควง'ศ.ดร.อมร' นำนวัตกรรมสุดล้ำ 'ตรวจสอบตึกเอียง' ย่านวงเวียนใหญ่

สกสว.ควง'ศ.ดร.อมร' นำนวัตกรรมสุดล้ำ 'ตรวจสอบตึกเอียง' ย่านวงเวียนใหญ่

วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.25 น.

สกสว.ควงวิศวกรโครงสร้างฯ ขนเทคโนโลยีระดับโลก ลงพื้นที่วงเวียนใหญ่ ติดตั้งเซนเซอร์ AI วัดตึกเอียง-ดินทรุดเรียลไทม์ หลังวิกฤตน้ำทะลักอุโมงค์เริ่มคลี่คลาย

วันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) พร้อมด้วย ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และทีมวิจัยภายใต้การสนับสนุนของกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างอาคารบริเวณโดยรอบวงเวียนใหญ่ เพื่อนำเครื่องมือและนวัตกรรมตรวจวัดทางวิศวกรรมขั้นสูงมาขยายผลในการแก้ไขปัญหาพิบัติภัยเมือง


ศ.ดร.สมปอง เปิดเผยว่า สกสว. มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่พัฒนาโดยนักวิจัยไทยมาสร้างความปลอดภัยให้แก่ประเทศ โดยได้สนับสนุนทุนวิจัยเพื่อพัฒนาระบบติดตามและตรวจวัดโครงสร้างอาคารเพื่อเป็นมาตรฐานใหม่ในการก่อสร้างและเฝ้าระวังภัย สำหรับแผนงานในอนาคต สกสว. ตั้งเป้าขยายผลระบบนี้ให้ครอบคลุมการตรวจวัดการรั่วซึมของน้ำ ระดับน้ำ ความขุ่น ตลอดจนการตรวจวัดระบบอุโมงค์ อาคารสูง และการทรุดตัวของชั้นดินแบบเรียลไทม์ โดยเฉพาะในจุดเชื่อมต่อที่เป็นจุดเสี่ยงสำคัญกลางเมืองหลวงเพื่อสร้างความอุ่นใจให้แก่ประชาชน

ด้าน ศ. ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าการควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ว่า ขณะนี้ทีมวิศวกรสามารถควบคุมสถานการณ์บริเวณวงเวียนใหญ่ได้เรียบร้อยแล้ว โดยปริมาณน้ำที่ไหลทะลักเข้าสู่อุโมงค์ใต้ดินลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด หลังจากเจ้าหน้าที่ใช้มาตรการทางวิศวกรรมอัดฉีดสารเคมีเฉพาะทางลงใต้ดินเพื่อให้ชั้นดินเกิดการแข็งตัว

จากการตรวจสอบโครงสร้างโดยรอบในเบื้องต้น พบว่ารอยร้าวของอาคารที่ได้รับผลกระทบไม่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น และไม่พบการเอียงตัวของอาคารเพิ่มเติม แต่เนื่องจากเหตุการณ์ดินทรุดตัวที่เกิดขึ้นต่อเนื่องก่อนหน้านี้ทำให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความวิตกกังวล ทางทีมวิจัยจึงจำเป็นต้องติดตั้งระบบเฝ้าระวังขั้นสูงเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจนกว่าจะมั่นใจ 100%

สำหรับเทคโนโลยีที่นำมาติดตั้งและใช้สำรวจในพื้นที่วงเวียนใหญ่ครั้งนี้ ประกอบด้วยนวัตกรรมไฮเทค 2 ส่วนหลัก ได้แก่ 1.ระบบเซนเซอร์เรียลไทม์ตรวจวัดวินาทีต่อวินาที : ทีมวิจัยได้นำเซนเซอร์ความแม่นยำสูงจำนวนมากไปติดตั้งตามจุดยุทธศาสตร์ของอาคารเพื่อวัดการทรุดตัวและการเอียงตัว ข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งเข้าหน่วยประมวลผลกลางทุก ๆ 1 วินาที เพื่อวิเคราะห์และแสดงผลกราฟิกผ่านระบบอินเทอร์เน็ตบนเว็บไซต์ และที่สำคัญระบบจะส่งสัญญาณแจ้งเตือน (Alert) ไปยังแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟนของผู้เกี่ยวข้องทันที หากพบความเสียหายหรือการทรุดตัวเกินค่าวิกฤตที่กำหนด เพื่อให้สามารถอพยพหรือเข้าแก้ไขได้ทันท่วงที

และ 2.นวัตกรรมแผนที่ 3 มิติจาก AI : มีการนำเทคโนโลยี โฟโตแกรมเมตรี (Photogrammetry) หรือการรังวัดจากภาพถ่าย ผนวกเข้ากับระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเครื่องเลเซอร์สแกน 3 มิติ (3D Laser Scanner) มาทำการสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรวม เพื่อสร้างแบบจำลองพื้นที่เชิงระบบ ทำให้เห็นพิกัด ความเสียหาย และมุมเอียงของสิ่งปลูกสร้างรอบวงเวียนใหญ่ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำกว่าการรังวัดแบบเดิม

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top