วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
‘ศ.ดร.อมร’ลุยเจาะลึก! อุโมงค์สีม่วงใต้รั่วลึก 30 เมตร ชี้ดินสไลด์ทำถนนทรุด-ตึกเอียง
จากอุบัติการณ์น้ำและดินรั่วไหลเข้าสู่ใจกลางอุโมงค์โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีม่วงใต้ ส่งผลให้เกิดความกังวลใจแก่ประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก ล่าสุด ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ออกมาอธิบายสรุปภาพรวมและวิเคราะห์ลำดับเหตุการณ์ทางวิศวกรรมของวิกฤตการณ์ในครั้งนี้อย่างละเอียด
ศ.ดร.อมร ระบุว่า จุดที่เกิดเหตุน้ำรั่วไหลเข้าอุโมงค์นั้น เป็นบริเวณจุดต่ำสุดของแนวอุโมงค์ ซึ่งอยู่ใกล้กับสถานีวงเวียนใหญ่ โดยมีความลึกจากระดับพื้นดินลงไปประมาณ 30 เมตร และตำแหน่งดังกล่าวอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางของอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินเพียงประมาณ 200 เมตรเท่านั้น ซึ่งตรงบริเวณที่เกิดการรั่วซึม เป็นพื้นที่ที่มีการก่อสร้างบ่อรับน้ำ (Sump Pit) เพื่อใช้ในการรองรับน้ำภายในอุโมงค์ โดยโครงสร้างนี้จะเป็นคอนกรีตที่เข้าไปเชื่อมต่ออยู่บริเวณใต้ท้องอุโมงค์

ตามหลักวิศวกรรมและขั้นตอนมาตรฐาน การจะเปิดชิ้นส่วนผนังอุโมงค์ (Segment) เพื่อขุดเจาะทำบ่อรับน้ำในลักษณะนี้ จะต้องกระทำกระบวนการปรับปรุงคุณภาพดิน (Ground Improvement) เสียก่อน เพื่อทำให้ดินรอบๆ เกิดความคงตัว มีความแข็งแรง และไม่ไหลตัวตามน้ำ ทว่าในคืนวันเกิดเหตุได้มีฝนตกหนักในพื้นที่ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ระดับน้ำใต้ดินยกระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเกิดแรงดันน้ำมหาศาลและเป็นตัวเร่งให้กระแสน้ำพัดพาเอาดินและทรายโดยรอบไหลทะลักเข้ามาภายในอุโมงค์
ผลกระทบจากการที่ดินและทรายใต้ดินถูกน้ำพัดพาสไลด์เข้าอุโมงค์ ส่งผลให้ชั้นดินด้านบนสูญเสียการรองรับ จนทำให้ผิวจราจรบนถนนเกิดการทรุดตัวลงไปประมาณ 28 เซนติเมตร (ข้อมูล ณ วันที่ 10 กรกฎาคม) ยิ่งไปกว่านั้น ยังส่งผลกระทบต่อสิ่งปลูกสร้างโดยรอบ โดยพบอาคารพาณิชย์ในบริเวณใกล้เคียงหลังหนึ่ง เกิดรอยแตกร้าวที่ผนังภายนอกอย่างเห็นได้ชัด และเริ่มมีอาการเอียงตัว (Tilt) โน้มมาทางด้านหน้าของอาคาร
ทางสถาบันวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย นำโดย ศ.ดร.อมร พิมานมาศ พร้อมด้วยคณะผู้เชี่ยวชาญ ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างเร่งด่วนเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 โดยได้เข้าไปทำการสำรวจโครงสร้างภายในของอาคารที่เกิดการเอียงตัว ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบข่าวดีว่า โครงสร้างหลักที่รับน้ำหนักด้านในอาคาร ทั้งเสาและคาน ยังคงสภาพสมบูรณ์และไม่มีรอยแตกร้าว มีเพียงรอยร้าวในพื้นที่บางส่วน และแนวการเอียงยังคงเทมาทางด้านหน้าอาคารเท่านั้น

สำหรับมาตรการเร่งด่วนที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบโครงการกำลังนำมาใช้เพื่อหยุดยั้งการไหลของทรายและน้ำเข้าสู่อุโมงค์ ประกอบด้วย 3 แนวทางหลัก คือ 1.การอัดฉีดสารเคมีด้วยแรงดันสูง (Chemical Grout) เพื่อทำให้ดินใต้ท้องอุโมงค์แข็งตัวและไม่สไลด์ไหลตามน้ำ 2.การขุดหลุมลึก (Deep Well) เพื่อสูบน้ำออกจากชั้นดินด้านบน (Dewatering) ซึ่งจะช่วยลดแรงดันน้ำใต้ดินลง และ 3.การอัดน้ำปูนหรือสารเคมีสร้างผนังกันน้ำ (Cut-off Wall) เพื่อสกัดกั้นไม่ให้น้ำไหลผ่านเข้ามาเติมในบริเวณบ่อรับน้ำเพิ่มเติม คาดว่ากระบวนการกู้สถานการณ์ตรงนี้จะต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์
จากการติดตามความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเช้าวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 พบว่าปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอุโมงค์ลดลงมาอยู่ที่ 30 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ซึ่งทางวิศวกรสามารถควบคุมระดับน้ำภายในอุโมงค์ได้แล้ว ทั้งนี้จะมีการเพิ่มเครื่องอัดฉีดสารเคมีและน้ำปูนจากเดิม 4 เครื่อง เป็น 5 เครื่อง โดยเครื่องที่เพิ่มเข้ามาจะนำไปใช้ในการอัดฉีดน้ำปูนลงใต้ชั้นดินบริเวณใกล้ๆ กับตึกที่เอียง เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพและเพิ่มความหนาแน่นของชั้นดินรอบฐานรากอาคารให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ปัจจุบันยังคงต้องเฝ้าระวังและติดตามอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง โดย ศ.ดร.อมร ได้เสนอแนะให้หน่วยงานเตรียมพิจารณา “แผนขั้นที่ 2” สำรองเอาไว้ล่วงหน้า เช่น การใช้วิธีขังน้ำในอุโมงค์ (Tunnel Flooding) เพื่อเพิ่มแรงดันจากภายในกลับไปรักษาสมดุลของน้ำและแรงดันดิน ไม่ให้ดินภายนอกไหลทะลักเข้ามาได้อีก ซึ่งมาตรการนี้ถือเป็นวิศวกรรมขั้นสูงที่มีผลกระทบข้างเคียงด้านอื่น จึงต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน สุดท้ายนี้ ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง ติดตามรับฟังข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด หากตรวจพบรอยร้าวใหม่ภายในบ้านเรือนของตนเอง ควรรีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบโดยทันที
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี