วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569
นายวิชาญ วิริยะภูษิต ประธานผู้บริหารสายงานการเงิน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า แม้อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์จะเผชิญปัจจัยกดดันจากเกณฑ์สินเชื่อและหนี้ครัวเรือน แต่แสนสิริสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้อย่างโดดเด่น ส่งผลให้ยอดขายไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 13,300 ล้านบาท คิดเป็น 28% ของเป้าทั้งปี 2569 ดังนั้นจึงทะลุเป้าตามแผนที่วางไว้ ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์และคุณภาพโครงการแสนสิริท่ามกลางสมรภูมิราคาที่ดุเดือด
นอกจากนี้ยังได้แรงหนุนจากการตอบรับในกลุ่มเรียลดีมานด์และนักลงทุนในโครงการเปิดใหม่ อาทิ “นาราสิริ วิคตัวร์ กรุงเทพกรีฑา”, “เลิฟ เจริญนคร”, “นาราสิริ บรมราชชนนี” และการเข้าร่วมงาน “มหกรรมบ้านและคอนโด”ครั้งที่ 49 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-22 มีนาคม 2569 ซึ่งแสนสิริสร้างยอดขายทะลุเป้า 2,000 ล้านบาท อีกทั้งแมนสิริยังมียอดขายรอโอน(Backlog) สูงกว่า 24,000 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถรับรู้เป็นรายได้ในปี 2569 ได้ประมาณ 50%
อย่างไรก็ตามหากวิเคราะห์ในรายละเอียดจะพบว่า กลุ่มคอนโดมิเนียมได้รับการตอบรับดี ขณะที่แนวราบกลุ่ม Premium ก็ทำยอดขายได้ดี แม้จะเผชิญกับการแข่งขันที่สูง โดยแสนสิริยังครองความเป็นผู้นำในกลุ่มลักชัวรี และซูเปอร์ลักชัวรี โดยเฉพาะแบรนด์ “นาราสิริ” อย่างโครงการ “นาราสิริ วิคตัวร์ กรุงเทพกรีฑา” และ “นาราสิริ บรมราชชนนี” ที่ปิดการขายเฟสแรกทันทีในรอบพรีเซล กวาดยอดขายรวมกว่า 1,500 ล้านบาท อีกทั้งความสำเร็จจาก Strategic Location ไม่ว่าจะเป็นภูเก็ต เชียงใหม่ ขอนแก่น รวมถึงตลาด EEC โซนภาคตะวันออก อาทิ พัทยา บางแสน
“ท่ามกลางความผันผวนของราคาต้นทุนการก่อสร้าง แสนสิริใช้ความเชี่ยวชาญและกลยุทธ์ Speed to Market ล็อกราคาวัสดุก่อสร้างที่สำคัญล่วงหน้าไว้แล้ว เพื่อให้สอดคล้องกับแผนเปิดโครงการใหม่ แม้ปัจจัยภายนอกอย่างราคาพลังงานโลกที่เป็นต้นทุนหลักในการขนส่งจะปรับตัวสูงขึ้น โดยมั่นใจต้นทุนดำเนินงานรวมในช่วง 4-6 เดือนข้างหน้าจะยังอยู่ในกรอบที่ควบคุมได้”นายวิชาญ กล่าว
สำหรับปี 2569 นี้แสนสิริมีแผนเปิด 33 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 51,000 ล้านบาท ซึ่งมีที่ดินรองรับไว้แล้ว 100% และตั้งเป้ายอดขาย 4.8 หมื่นล้านบาท ยอดโอน 3.9 หมื่นล้านบาท โดยในไตรมาส 2/2569 จะเปิดตัว 7 โครงการใหม่ เป็นแนวราบ 3 โครงการ คอนโดมิเนียม 4 โครงการ มูลค่ารวม 15,900 ล้านบาท ทั้งนี้แสนสิริสามารถขยายส่วนแบ่งตลาดได้อย่างต่อเนื่อง และเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ในระดับสูงถึง 9-10% ซึ่งถือเป็นแมกเน็ตสำคัญสำหรับนักลงทุน
นายวิชาญ กล่าวว่า แสนสิริประสบความสำเร็จในการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ รวมมูลค่า 4,000 ล้านบาท ได้รับการตอบรับอย่างมากจากผู้ลงทุน โดยหุ้นกู้ที่เสนอขายมี 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.10% ต่อปี จำนวน 1,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) ครั้งแรกของภาคอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยของไทย และหุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.30% ต่อปี จำนวน 3,000 ล้านบาท โดยจะนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ไปใช้เพื่อลงทุนในโครงการที่เกี่ยวข้องกับ ESG รวมถึงเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนระยะสั้น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี