533.jpg
‘น้ำตาล’อั้นไม่ไหว แจงต้นทุนพุ่ง‘พ.ค.’ขึ้นราคา

‘น้ำตาล’อั้นไม่ไหว แจงต้นทุนพุ่ง‘พ.ค.’ขึ้นราคา

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 07.00 น.

‘น้ำตาล’อั้นไม่ไหว แจงต้นทุนพุ่ง‘พ.ค.’ขึ้นราคา

ดร.สมชาย หาญหิรัญ ประธานคณะกรรมการประสานงาน 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย (TSMC) กล่าวว่า ปัจจุบันภาคการผลิตทั่วโลกกำลังเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ส่งผลต่อเนื่องมายังอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงอุตสาหกรรมน้ำตาลของไทย ปัจจัยที่เห็นชัดคือ “ต้นทุนบรรจุภัณฑ์” จากภาวะเม็ดพลาสติกในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ราคาถุงและกระสอบที่ใช้บรรจุน้ำตาลเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยร้อยละ 40 ขณะเดียวกันราคาน้ำมันที่ยังพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ค่าขนส่งเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดต้นทุนเพิ่มขึ้น สร้างผลกระทบตั้งแต่การขนส่งสินค้าไปยังคลัง ไปจนถึงการกระจายไปยังร้านค้าปลีกทั่วประเทศ ซึ่งล้วนเป็นต้นทุนแฝงที่พุ่งสูงขึ้นในทุกกระบวนการผลิตและจัดจำหน่าย


ดร.สมชาย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาลทรายได้พยายามบริหารต้นทุนอย่างเต็มที่ ทั้งการทำสัญญาซื้อวัตถุดิบล่วงหน้า และการควบคุมค่าใช้จ่ายในส่วนอื่น ๆ แต่ด้วยสถานการณ์ห่วงโซ่อุปทานโลกที่ผันผวนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ผลิตวัตถุดิบและซัพพลายเออร์หลายรายทยอยปรับราคาสินค้าขึ้นตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมน้ำตาลทรายไม่สามารถหลีกเลี่ยงแรงกดดันด้านต้นทุนในรอบนี้ได้ 

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลากว่า 1 เดือน ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมน้ำตาลทรายได้ทำงานร่วมกับภาครัฐอย่างใกล้ชิด พร้อมพยายามบริหารจัดการต้นทุนที่เพิ่มขึ้นด้วยตนเอง เพื่อชะลอผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้บริโภคโดยเฉพาะในช่วงที่ค่าครองชีพยังคงอยู่ในระดับสูง จึงมีมติร่วมกันที่จะตรึงราคาขายปลีกน้ำตาลทรายตลอดเดือนเมษายนนี้ เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในช่วงที่ผลกระทบต่างๆเกิดขึ้นอย่างรอบด้าน

“แต่จากต้นทุนที่ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องพิจารณาปรับโครงสร้างราคาให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงมากขึ้น เพื่อรักษาสมดุลของระบบโดยรวม ทั้งในด้านการผลิต การบริหารสภาพคล่อง และความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทาน ดังนั้นการเตรียมปรับราคาขายปลีกตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป จึงเป็นแนวทางในการดูแลเสถียรภาพของอุตสาหกรรมในระยะยาว เพื่อให้ทุกภาคส่วนในระบบ ทั้งผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และเกษตรกร สามารถก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างมั่นคง” ดร.สมชาย กล่าว

ดร.สมชาย กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีศักยภาพและกำลังการผลิตน้ำตาลทรายรวมอยู่ที่ 11.8 ล้านตันต่อปี มีปริมาณความต้องการบริโภคภายในประเทศราว 2.35 ล้านตันต่อปี สามารถแบ่งออกเป็นการบริโภคทางตรง หรือการจำหน่ายปลีกสำหรับภาคครัวเรือน ในปริมาณประมาณ 450,000 ตัน นอกจากนั้นเป็นการบริโภคทางอ้อม หรือการจำหน่ายในภาคอุตสาหกรรม อาทิ อุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม และยา ในการพิจารณาปรับโครงสร้างราคาครั้งนี้ อุตสาหกรรมได้ประเมินผลกระทบอย่างรอบด้าน เลือกที่จะปรับขึ้นเฉพาะในส่วนของ “ราคาขายปลีก” เท่านั้น ขณะที่ราคาจำหน่ายให้ภาคอุตสาหกรรมจะยังไม่ปรับในรอบนี้ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อเนื่องไปยังราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆต้องปรับตัวสูงขึ้นตาม

“การพิจารณาปรับราคาในครั้งนี้ตั้งอยู่บนความรับผิดชอบต่อทุกภาคส่วน ไม่ได้มุ่งแก้ปัญหาต้นทุนของโรงงานเพียงอย่างเดียว แต่คำนึงถึงความต่อเนื่องของทั้งระบบอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย การปรับราคาให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง เป็นแนวทางในการรักษาเสถียรภาพของอุตสาหกรรม ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อทั้งภาคเกษตรและภาคการผลิตของประเทศ 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทรายจะติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ราคาพลังงาน และต้นทุนการผลิตอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางและพร้อมที่จะปรับตัวตามกลไกตลาดให้เกิดความเหมาะสมมากที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่าทั้งผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และเกษตรกร จะสามารถก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปได้อย่างมั่นคง” ดร.สมชาย กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top