533.jpg
พิพัฒน์ เผยสงกรานต์ 4 วันแรก ปชช.ใช้ขนส่งสาธารณะพุ่ง 10 ล้านคน-อุบัติเหตุลดลง 29%

พิพัฒน์ เผยสงกรานต์ 4 วันแรก ปชช.ใช้ขนส่งสาธารณะพุ่ง 10 ล้านคน-อุบัติเหตุลดลง 29%

วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.24 น.

"พิพัฒน์"เผยยอดการเดินทางช่วงสงกรานต์ 2569 สะสม 4 วัน ประชาชนใช้ขนส่งสาธารณะกว่า 10 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน อุบัติเหตุลดลง 29% กำชับ"คมนาคม"เตรียมพร้อมรับประชาชนเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ เน้นย้ำหน่วยงานยังคงคุมเข้มการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัย

14 เมษายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยคมนาคม (ศปภ.คค.) กระทรวงคมนาคม ได้รายงานสรุปข้อมูลการเดินทางบนโครงข่ายคมนาคมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ระหว่างวันที่ 10 - 13 เมษายน 2569 สะสม 4 วัน (ข้อมูล ณ วันที่ 14 เมษายน 2569 เวลา 08.00 น.) พบว่า ระบบขนส่งสาธารณะสามารถรองรับการเดินทางของประชาชนได้อย่างเพียงพอ โดยมีการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะรวม 10,326,204 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.61 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (11 - 14 เมษายน 2568) ทั้งนี้ ระบบรางมีสัดส่วนการใช้บริการสูงสุด คิดเป็นร้อยละ 45.13 ขณะที่ผู้ใช้บริการสูงสุดในแต่ละภูมิภาค ได้แก่ ภาคกลาง (ทางอากาศขาออก) 202,912 คน ภาคใต้ (ทางราง) 127,098 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ทางถนน) 145,390 คน ภาคเหนือ (ทางถนน) 78,414 คน และภาคตะวันออก (ทางถนน) 80,095 คน ส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศรวม 957,984 คน สำหรับการจราจรเข้า - ออกกรุงเทพฯ บนทางหลวงสายหลัก 12 เส้นทาง มีปริมาณ 3,929,088 คัน ลดลงร้อยละ 1.95 และการเดินทางภายในกรุงเทพฯ บนทางพิเศษของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มีปริมาณ 5,037,814 คัน ลดลงร้อยละ 6.12


สำหรับสถิติอุบัติเหตุบนโครงข่ายของกระทรวงคมนาคมสะสม 4 วัน พบว่า โครงข่ายทางบกเกิดอุบัติเหตุรวม 697 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 661 คน เสียชีวิต 109 คน สาเหตุหลักเกิดจากการขับรถเร็วเกินกำหนด 442 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 63 ยานพาหนะที่เกิดเหตุสูงสุดคือ รถพิกอัปบรรทุก 4 ล้อ 378 คัน ลักษณะพื้นที่เกิดเหตุส่วนใหญ่เป็นทางตรงไม่มีความลาดชัน 504 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 72 จังหวัดเลยมีผู้เสียชีวิตสูงสุด 6 คน ขณะที่กรุงเทพฯ เกิดอุบัติเหตุสูงสุด 35 ครั้ง ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาพบว่า อุบัติเหตุลดลงร้อยละ 29 ผู้เสียชีวิตลดลงร้อยละ 4 และผู้บาดเจ็บลดลงร้อยละ 30 ส่วนระบบขนส่งรถโดยสารสาธารณะเกิดอุบัติเหตุ 3 ครั้ง ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิต ขณะที่โครงข่ายทางราง ทางน้ำ และทางอากาศไม่มีรายงานอุบัติเหตุ

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าประชาชนจะทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (15 เมษายน 2569) จึงได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมยังคงคุมเข้มการขับเคลื่อนแผนการอำนวยความสะดวกและปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ระหว่างวันที่ 10 - 19 เมษายน 2569 เพื่อเตรียมพร้อมระบบขนส่งสาธารณะให้ประชาชนเดินทางกลับได้อย่างอุ่นใจ ในระบบคมนาคมขนส่ง 4 มิติ ทั้งทางถนน ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ โดยต้องไม่มีผู้โดยสารตกค้าง ไม่มีการโก่งราคา ทั้งนี้ ได้กำชับให้หน่วยงานยังคงร่วมบูรณาการกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับการเดินทางของพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้เตรียมความพร้อมรองรับผู้โดยสารเดินทางกลับในช่วงท้ายของวันหยุดเทศกาล โดยวานนี้ (13 เมษายน 2569) ได้เสริมขบวนรถด่วนพิเศษที่ 6 สถานีเชียงใหม่ - กรุงเทพอภิวัฒน์ และขบวนรถด่วนพิเศษที่ 974 สถานียะลา - กรุงเทพอภิวัฒน์ 2 ขบวน และในวันที่ 14 15 และ 17 เมษายน 2569 ในเส้นทางสายเหนือ สายอีสานและสายใต้ อีกวันละ 1 ขบวน และยังคงดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะบริเวณจุดตัดทางรถไฟทั่วประเทศ พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่เฝ้าระวังจุดเสี่ยงตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุ สำหรับกรมการขนส่งทางราง มีการเฝ้าระวังในจุดเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาระดับความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานและการเดินรถตลอดช่วงเทศกาล โดยขอความร่วมมือผู้ใช้บริการปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด รวมถึงปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกของผู้โดยสารโดยรวม

ด้านกรมเจ้าท่า มีการเฝ้าระวังความปลอดภัยในพื้นที่แม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านระบบกล้อง CCTV ครอบคลุมท่าเรือต่าง ๆ รวมถึงคลองแสนแสบ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ประจำท่าเรือเพื่ออำนวยความสะดวก และประชาสัมพันธ์ข้อมูลเส้นทางการเดินเรือแก่ประชาชน อีกทั้งกำชับผู้ควบคุมเรือให้เดินเรือด้วยความระมัดระวัง และใช้ความเร็วตามข้อกำหนด สำหรับเจ้าท่าภูมิภาคที่ 1 - 7 ได้จัดตั้งจุดอำนวยความสะดวกและจัดเจ้าหน้าที่ดูแลนักท่องเที่ยวตามท่าเรือต่าง ๆ พร้อมเน้นย้ำผู้ประกอบการและผู้ควบคุมเรือให้ตรวจสอบความพร้อมของเรือ ท่าเรือ คนประจำเรือ และอุปกรณ์ช่วยชีวิตก่อนออกเดินเรือทุกครั้ง ไม่ดื่มแอลกอฮอล์หรือสิ่งสารเสพติดขณะขับเรือ ผู้ควบคุมเรือต้องตรวจคัดกรองแอลกอฮอล์และสิ่งเสพติดก่อนออกเรือทุกครั้ง ให้เป็นไปตามมาตรการความปลอดภัยที่กำหนด ตลอดจนติดตามประกาศจากกรมเจ้าท่า และติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ กรมทางหลวงชนบท ได้แนะนำ 4 เส้นทางเลี่ยงขากลับเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนได้ใช้สัญจร 4 เส้นทาง ดังนี้ 1) เส้นทางเลี่ยงการจราจรตัวเมืองสระบุรี ใช้ทางเลี่ยง ทล.1 (ถนนพหลโยธิน) เลี้ยวขวาเข้าสู่ ทล.362 (ถนนเลี่ยงเมืองสระบุรี) เดินทางต่อจนถึงคลองชลประทาน เลี้ยวขวาเข้าสู่ สบ.3021 เดินทางต่อไปจากนั้นเลี้ยวขวาเข้าสู่ ทล.33 (แยกร่องแซง) เดินทางต่ออีกจนถึงทางเข้า M6 ด่านหินกอง เพื่อมุ่งหน้ากรุงเทพฯ 2) เส้นทางเลี่ยงการจราจร ทล.24 ช่วงประโคนชัย - นางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ เริ่มจาก ทล.24 แยกประโคนชัย เลี้ยวขวาเข้าสู่ ทล.2445 แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ บร.4054 เดินทางต่อไปจะบรรจบกับ บร.5053 จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ บร.4013 และเลี้ยวขวาเข้าสู่ ทล.224 เดินทางต่อจนถึงตัวเมืองละหานทราย และเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ทล.2120 ไปบรรจบกับอำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเดินทางเข้าสู่ช่องตะโก - ภาคตะวันออกต่อไป 3) เส้นทางเลี่ยงการจราจร ทล.323 (ถนนแสงชูโต) ช่วงท่าม่วง - ท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี เริ่มจากอำเภอท่าม่วง ทล.323 (ถนนแสงชูโต) เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ทล.3084 เดินทางต่อไป เลี้ยวขวาเข้าสู่ กจ.4097 เดินทางต่อบนถนนเลียบคลองชลประทาน และตรงยาวในเส้นทาง กจ.3106 จากนั้นเลี้ยวซ้ายแยกท่าเรือเข้าสู่ ทล.3081 เดินทางต่อจนถึงทาง M81 ด่านท่าเรือ เพื่อมุ่งหน้ากรุงเทพฯ และ 4) เส้นทางเลี่ยงการจราจรถนนมิตรภาพ ช่วงขอนแก่น - นครราชสีมา เริ่มจากรังสิต ทล.2 (ถนนมิตรภาพ) เลี้ยวขวาเข้าสู่ ทล.2246 เดินทางต่อไปเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ นม.4058 เดินทางต่อจะบรรจบกับ ทล.2150 ตรงไปผ่านอำเภอขามสะแกแสง จะบรรจบ ทล.205 ที่อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา เดินทางต่อไปเพื่อเข้าสู่ ทล.290 และจะถึงทางเข้า M6 ด่านขามทะเลสอ เพื่อมุ่งหน้าสู่จังหวัดสระบุรีต่อไป

ส่วนการยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษของ กทพ. ได้แก่ ทางพิเศษบูรพาวิถี และกาญจนาภิเษก (บางพลี - สุขสวัสดิ์) ตั้งแต่วันนี้ - 16 เมษายน 2569 เวลา 24.00 น. และทางพิเศษอุดรรัถยา เฉลิมมหานคร และศรีรัช ตั้งแต่วันนี้ - 15 เมษายน 2569 เวลา 24.00 น. นอกจากนี้ ยังได้ยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางบนมอเตอร์เวย์ของกรมทางหลวง 3 เส้นทาง ได้แก่ M7 (กรุงเทพฯ - เมืองพัทยา) M9 (สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ถนนกาญจนาภิเษก ตอนบางปะอิน - บางพลี และตอนพระประแดง - บางแค ช่วงพระประแดง - ต่างระดับบางขุนเทียน) และ M81 (บางใหญ่ - กาญจนบุรี) ตั้งแต่วันนี้ - 16 เมษายน 2569 อีกทั้งเปิดให้ใช้เส้นทาง M6 ตลอดเส้นทาง จากบางปะอิน - นครราชสีมา โดยช่วงบางปะอิน - ปากช่อง จะให้ใช้เป็นขาเข้ากรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 14 - 19 เมษายน 2569 และช่วงปากช่อง - นครราชสีมา ใช้เป็นขาเข้าเช่นกัน และเปิดให้ใช้เส้นทาง M82 จากแยกต่างระดับบางขุนเทียน - เอกชัย ระยะทาง 10 กิโลเมตร

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลการเดินทาง และแจ้งอุบัติเหตุได้ที่ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม สายด่วน 1356 และทางแอปพลิเคชัน อาทิ M Traffic สำหรับเดินทางบน Motorway และThailand Highway Traffic สำหรับเดินทางบนทางหลวงทั่วประเทศ NAMTANG สำหรับเดินทางเชื่อมต่อด้วยระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล สายด่วนและเว็บไซต์ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ประชาสัมพันธ์แนะนำทางลัดทางเลี่ยง การจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกทางถนน เช่น ภายในสถานีขนส่ง บริการจุดพักรถ จุดตรวจสภาพรถ จุดบริการประชาชน เป็นต้น

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top