วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569
นายเออิจิ ทานาเบะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านพัฒนาธุรกิจ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเติบโตของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่กำลังก้าวสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจแห่งใหม่ของภูมิภาค ดังนั้นบริษัทได้ขยายบทบาทของนิคมอุตสาหกรรมสู่การเป็น “เมืองแห่งการอยู่อาศัย” (Industrial City) ที่ผสานทั้งการทำงาน การใช้ชีวิต และการพักผ่อนเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยหนึ่งในกลไกสำคัญของวิสัยทัศน์ดังกล่าวคือ Hotel Nikko Amata City Chonburi โรงแรมแบรนด์ญี่ปุ่นแห่งแรกในพื้นที่ EEC ที่เข้ามาเติมเต็มประสบการณ์การพักผ่อนระดับพรีเมียม ควบคู่กับการรองรับการเดินทางเพื่อธุรกิจในพื้นที่
สำหรับเป้าหมายของอมตะไม่ใช่เพียงการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรม แต่คือการสร้าง “อีโคซิสเต็ม” ที่ธุรกิจ ชุมชน และสิ่งแวดล้อมสามารถเติบโตไปด้วยกันอย่างสมดุลสู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมสมบูรณ์แบบ เพื่อรองรับการลงทุนที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบวงจร ทั้งระบบสาธารณูปโภค และการบริการต่างๆ อย่างครบวงจร เพื่อสร้างคุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมที่ดีในพื้นที่ประกอบการ และเป็นพื้นที่เป้าหมายการลงทุนที่สำคัญของประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวของนักลงทุนในการใช้เป็นฐานการผลิต และมีการขยายลงทุนอย่างต่อเนื่อง จากการกลับเข้ามาลงทุนซ้ำ (Reinvestment) นับเป็นการยกระดับเทคโนโลยีและภาพลักษณ์แบรนด์ในประเทศไทย
ดังนั้นแนวคิดการพัฒนา “Industrial City” ของอมตะ ได้ยกระดับนิคมอุตสาหกรรมจากพื้นที่โรงงานแบบดั้งเดิม สู่เมืองที่รองรับทั้งการผลิตขั้นสูง การอยู่อาศัย และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน โดยเฉพาะการรองรับอุตสาหกรรมใหม่ เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ และซัพพลายเชนที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมใช้งานและมีความยืดหยุ่นสูง
สำหรับความก้าวหน้าในแผนการพัฒนานิคมอมตะทุกพื้นที่ ทั้งในและต่างประเทศ ได้มีการต่อยอดจากรากฐานที่แข็งแกร่ง ตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1970–1980 ที่นักลงทุนญี่ปุ่นเข้ามาวางฐานอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งมีสัดส่วนการจัดหาวัตถุดิบในประเทศสูงถึง 90% ส่งผลปัจจุบัน เกิดเครือข่ายซัพพลายเชน ที่เข้มแข็ง และ เป็นส่วนสำคัญ ที่ทำให้ EEC กลายเป็นหนึ่งในพื้นที่การลงทุน ที่มีศักยภาพแข่งขันสูงที่สุดของประเทศไทย
ปัจจุบัน อมตะมีโรงงานญี่ปุ่นกว่า 650 แห่งในไทยและเวียดนาม สะท้อนความเชื่อมั่นระยะยาวของนักลงทุนญี่ปุ่นที่มีต่อภูมิภาคนี้ ในบริบทดังกล่าว Hotel Nikko Amata City Chonburi จึงมีบทบาทเป็น “โครงสร้างพื้นฐานทางสังคม” ที่สำคัญ รองรับทั้งนักธุรกิจ วิศวกร ทีมโครงการ และนักเดินทางระยะยาว รวมถึงนักท่องเที่ยวที่มองหาประสบการณ์พักผ่อนใกล้กรุงเทพฯ ซึ่งใช้เวลาเดินทางไม่ถึง 1 ชั่วโมง บริหารโดย Okura Nikko Hotel Management มีห้องพักจำนวน 210 ห้อง รองรับทั้งการเข้าพักระยะสั้นและระยะยาว พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่สะท้อนมาตรฐานญี่ปุ่น อาทิ ออนเซ็น (Ofuro)
“สำหรับนักลงทุนที่ใช้บริการ สามารถเข้าถึงมาตรฐานระดับโรงแรม 5 ดาว ทั้งความสงบ ความสะอาด และการออกแบบที่พิถีพิถัน เราลงทุนอย่างมากเพื่อสร้างประสบการณ์ดังกล่าว” นายทานาเบะ กล่าว
นอกจากรองรับการเดินทางเพื่อธุรกิจแล้ว ทำเลของอมตะซิตี้ ชลบุรี ยังเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในพื้นที่ อาทิ ชายหาดบางแสน ศรีราชาในบรรยากาศ “Little Osaka” รวมถึงสวนสัตว์เปิดเขาเขียว และกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศริมแม่น้ำบางปะกง
ด้วยแนวคิดการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่ผสานการใช้ชีวิต การทำงาน และการท่องเที่ยวเข้าไว้ด้วยกัน Hotel Nikko Amata City Chonburi จึงไม่ใช่เพียงโรงแรม แต่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการยกระดับ EEC สู่ “เมืองอุตสาหกรรมแห่งอนาคต” พร้อมตอกย้ำบทบาทของอมตะในฐานะผู้นำการพัฒนาเมืองที่ตอบโจทย์ทั้งเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
-031
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี