วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569
จับกระแสพลังงาน : 21 เมษายน 2569
** บมจ.ไทยออยล์...รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์นี้ (20 – 24 เม.ย. 69)…โดยระบุว่าราคาน้ำมันดิบยังคงผันผวนจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แม้จะมีความคืบหน้าของการประกาศหยุดยิงชั่วคราวระหว่างเลบานอนและอิสราเอลเป็นเวลา 10 วัน เพื่อเปิดทางสู่การเจรจาสันติภาพ แต่ความไม่แน่นอนของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงเป็นปัจจัยกดดันตลาด เนื่องจากนักลงทุนประเมินว่าโอกาสในการบรรลุข้อตกลงในระยะสั้นยังมีจำกัด และสหรัฐฯ มีแนวโน้มเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจหากการเจรจาไม่คืบหน้า รวมถึงยังมีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้นหลังสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ มีมติสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านต่อเนื่อง นอกจากนี้ ผู้นำอาหรับและยุโรปมองว่าการเจรจาอาจใช้เวลานานถึง 6 เดือน และจำเป็นต้องเร่งคลี่คลายสถานการณ์เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อราคาพลังงานและต้นทุนขนส่งที่อาจนำไปสู่วิกฤตอาหารโลก พร้อมกันนี้ ตลาดยังคงติดตามนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่เตรียมนำมาตรการภาษีกลับมาใช้ในช่วงต้นเดือน ก.ค. 69 ภายใต้มาตรา 301 ซึ่งเพิ่มความไม่แน่นอนต่อภาวะเศรษฐกิจและการค้าโลก…
** บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group ได้จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ที่ประชุมมีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังของปี 2568 ในอัตรา 3.25 บาท/หุ้น ซึ่งจะทำให้ทั้งปี 2568 มียอดจ่ายเงินปันผลทั้งหมด 6.50 บาท/หุ้น โดยมีกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 28 เมษายน 2569…สำหรับในปี 2569 EGCO Group … โดยเตรียมงบลงทุนไว้ 30,000 ล้านบาท ทั้งจากการแสวงหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติคุณภาพสูงและโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ผ่านการลงทุนทั้งรูปแบบการควบรวมและซื้อกิจการ และการลงทุนพัฒนาโครงการใหม่ โดยต่อยอดและเน้นการลงทุนในประเทศที่มีฐานธุรกิจและพันธมิตรอยู่แล้ว 7 ประเทศ โดยเฉพาะตลาดพลังงานในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานธุรกิจที่สำคัญของ EGCO Group และมีความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตขึ้นจากความต้องการของธุรกิจ Data Center…
** คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน.(กกพ.)..จะทบทวนมาตรฐานคุณภาพและการให้บริการ ของผู้รับใบอนุญาตจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ (Shippers) ให้มีประสิทธิภาพและสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ และเป็นไปตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ในการเปิดเสรีธุรกิจก๊าซธรรมชาติระยะที่ 2…ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) จึงได้เปิดรับฟังความเห็น “หลักการของการแก้ไขปรับปรุงระเบีบบ กกพ. ว่าด้วยมาตรฐานคุณภาพการให้บริการในการประกอบกิจการก๊าซธรรมชาติประเภทใบอนุญาตจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. ….” ผ่านทางเว็บไซต์ LAW ระบบกลางทางกฎหมาย เป็นเวลา 30 วัน ระหว่างวันที่ 7 เม.ย.- 6 พ.ค. 2569 …สำหรับผู้ที่จะได้รับผลกระทบในการปรับปรุงระเบียบฯ ดังกล่าว คือ Shippers และผู้ใช้พลังงาน โดยสาระสำคัญของการรับฟังความเห็นในครั้งนี้ ได้แก่ 1. กำหนดดัชนีจำนวนครั้งที่ถูกร้องเรียนเกี่ยวกับค่าความดันก๊าซฯ ,ค่าความร้อน,ค่า Wobbe Index (WI) และคุณภาพก๊าซฯ ที่ส่งมอบไม่เป็นไปตามสัญญา กำหนดให้ถูกร้องเรียนได้ไม่เกิน 2 ครั้งต่อปี สำหรับผู้รับใบอนุญาตฯ ที่มีจำนวนจุดส่งมอบตั้งแต่ 100 จุดขึ้นไป ส่วนที่มีจุดส่งมอบต่ำกว่า 100 จุด จะมีข้อร้องเรียนได้ไม่เกิน 1 ครั้งต่อปี หากเกินให้ชดเชยครั้งละ 25,000 บาท เพื่อนำเงินไปเฉลี่ยให้ผู้รับบริการที่ได้รับผลกระทบทุกราย…2. กรณีการหยุดจ่ายก๊าซฯ เพื่อซ่อมหรือปรับปรุงระบบโครงข่ายก๊าซฯ ซึ่งมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า ต้องแจ้งไม่น้อยกว่า 180 วัน (นับรวมวันหยุดราชการ) ยกเว้นกรณีฉุกเฉินและกรณีที่จะกระทบต่อความปลอดภัยและความมั่นคงของระบบส่ง หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดดังกล่าวจะต้องจ่ายค่าชดเชยรายละ 25,000 บาท ต่อจุดส่งมอบต่อปี...นอกจากนี้จะต้องซ้อมแผนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ Pool Manager และผู้ให้บริการระบบส่งก๊าซธรรมชาติ (TSO) และสถานี LNG ทั้งให้แจ้งแผนการซ้อมมายังสำนักงาน กกพ. เพื่อทราบด้วย ไม่ต่ำกว่า 1 ครั้งต่อปี หากไม่ดำเนินการจะต้องเสียค่าชดเชย 25,000 บาทต่อปี ทั้งนี้หน่วยงานที่จำเป็นต้องมีการซ้อมแผนฉุกเฉินให้เหมาะสมกับสถานการณ์และกำหนดค่าชดเชยในทุกดัชนีเพื่อนำมาเป็นส่วนลดในการคำนวณราคา Pool Price ในรอบถัดไป…และ 3. ส่วนความสามารถในการบริหารจัดการก๊าซฯ ให้เพียงพอรองรับความต้องการใช้ก๊าซฯ ต้องมีการรายงานสาเหตุที่ไม่สามารถส่งก๊าซฯ ได้ เช่น ปริมาณก๊าซฯ ที่ส่งมอบไม่ได้ตามที่ผู้รับบริการ (โรงไฟฟ้าหรือผู้ใช้ก๊าซฯ) แจ้งไว้ หรือค่าความร้อนหรือคุณภาพไม่ตรงตามสัญญา หากไม่ดำเนินการตามต้องเสียค่าชดเชย 25,000 บาทต่อจุดส่งมอบต่อปี…** กระทรวงพลังงาน...แจ้งว่าวิกฤตน้ำมันที่เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคมจนถึงปัจจุบัน และให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งมีรายได้มาจากผู้ใช้น้ำมัน เข้าไปช่วยอุดหนุนราคาจนมีฐานะติดลบอยู่ประมาณ 6 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตามแนวโน้มตัวเลขการชดเชยราคาปรับลดลงเรื่อยๆจากวันละ 2 พันกว่าล้านบาท เหลือวันละ 3 ร้อยกว่าล้านบาท เนื่องจากราคาน้ำมันตลาดโลกปรับลดลง โดยหากประเมินแล้วว่า สามารถที่จะบริหารจัดการสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันได้ ก็อาจจะไม่จำเป็นต้องกู้เงินและให้กระทรวงการคลังมาช่วยค้ำประกันเงินกู้ให้ รวมทั้งอาจจะยังสามารถปรับลดราคาขายปลีกที่หน้าปั๊มลงได้อีก…**
** กระบองเพชร**
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี