วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 กรมได้ดำเนินการตามนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ซึ่งมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันกำหนดแนวทางบริหารเม็ดพลาสติกให้มีปริมาณเพียงพอ และราคาเหมาะสม เพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจที่ใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกในชีวิตประจำวัน ซึ่งกรมได้เชิญผู้ผลิตเม็ดพลาสติกและผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์เข้าหารือ ทั้งผู้ผลิตรายใหญ่ เช่น PTTGC , SCG , IRPC และ Dow Chemical รวมถึงผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสินค้า 5 กลุ่ม เพื่อประเมินความเหมาะสมของรายการสินค้า ปริมาณสินค้า ราคา และรูปแบบการรายงานข้อมูลต่อภาครัฐ
“สำหรับสินค้าเป้าหมายที่นำเข้าสู่การกำกับดูแลในระยะแรกมี 5 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.กล่องพลาสติกใส่อาหาร 2.ถุงแกงทั้งร้อนและเย็น 3.ถุงหูหิ้วและถุงพลาสติกทั่วไป 4.ถุงขยะ และ 5.ถุงสำหรับสินค้าเกษตร เช่น ถุงปุ๋ยและถุงกระสอบ ทั้งหมดเกี่ยวข้องกับการใช้ในชีวิตประจำวันของประชาชนและภาคการผลิต ที่ประชุมเห็นพ้องว่าสินค้าทั้ง 5 กลุ่มครอบคลุมสินค้าพลาสติกจำเป็นเบื้องต้นมากกว่า 40% ของการใช้งานในปัจจุบัน” นายวิทยากร กล่าว
นายวิทยากร กล่าวว่า ผลการหารือพบว่ากลุ่มสินค้าที่นำมาพิจารณานั้นถือว่าเหมาะสม ครอบคลุมที่จะกำกับดูแล ติดตามปริมาณมีมากน้อยแค่ไหน ราคาเป็นอย่างไร และแบบฟอร์มที่ผู้ประกอบการต้องรายงานเข้ามาที่กรม เพื่อใช้เป็นหลักในการติดตาม ปริมาณ และราคา เพื่อไม่ให้เกิดการบิดเบือนราคาและมีการกักตุน ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542
ขณะที่ภาพรวมสถานการณ์ปริมาณเม็ดพลาสติกและสินค้าบรรจุภัณฑ์ ยังอยู่ในระดับผ่อนคลาย ภาคเอกชนประเมินว่ามีสินค้าเพียงพอต่อการใช้งานอย่างน้อยถึงช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2569 จึงยังไม่น่าเป็นห่วงว่าจะขาดแคลนสินค้าในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ต้องจับตาใกล้ชิดคือราคา เนื่องจากยังมีความผันผวนตามสถานการณ์โลก โดยเฉพาะปัจจัยจากความไม่แน่นอนบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลให้ราคาวัตถุดิบปรับขึ้นลงรวดเร็ว ภาครัฐจำเป็นต้องติดตามข้อมูลต้นทุนและราคาตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อป้องกันการบิดเบือนกลไกตลาด
นายวิทยากร กล่าวว่า เบื้องต้นในเรื่องของการรายงานผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับเม็ดพลาสติกสำหรับสินค้า 5 กลุ่ม จะเริ่มรายงานข้อมูลต่อกรมทุกวันพุธ เป็นรายสัปดาห์ ขณะที่ผู้ผลิตที่นำเม็ดพลาสติกไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จะรายงานข้อมูลทุก 15 วัน เพื่อให้ภาครัฐเห็นต้นทุนและการเคลื่อนไหวของราคาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ติดตามการจำหน่ายปลีกในสินค้าดังกล่าวเพื่อไม่ให้เกิดการบิดเบือนกลไกตลาด หรือการกักตุนในอนาคต โดยจะให้มีการรายงานทันทีหลังจากการประชุมครั้งนี้
นายวิทยากร กล่าวว่า จากนี้จะต้องกำหนดผู้ประกอบการที่จะมีการรายงานข้อมูล คาดว่าจะครอบคลุมประมาณ 70% ของแต่ละรายการสินค้า เพื่อที่จะให้มีการรายงานข้อมูลมาที่กรม ซึ่งมีผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องเฉพาะที่ผู้ผลิตสินค้าดังกล่าวมีจำนวนมากถึง 468 ราย ส่วนผู้ผลิตเม็ดพลาสติกมีจำนวนไม่มาก คาดว่าจะรวบรวมข้อมูลได้ค่อนข้างรวดเร็ว และเริ่มเห็นภาพสถานการณ์ชัดเจนสัปดาห์นี้
“หลังจากการประชุมกรมจะรวบรวมผลการหารือและรายงานข้อมูลชุดแรก เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) รวมทั้งใช้เป็นฐานข้อมูลในการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลให้สินค้าเพียงพอ ราคาเหมาะสม และไม่เกิดผลกระทบต่อประชาชน พร้อมทั้งเชื่อมโยงไปสู่แนวทางการใช้พลาสติกอย่างคุ้มค่าและยั่งยืนในระยะต่อไป” นายวิทยากร กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี