537.jpg
ดัชนี PPI พ.ค.พุ่ง 8.5% ราคาพลังงานดันต้นทุนเพิ่มขึ้น

ดัชนี PPI พ.ค.พุ่ง 8.5% ราคาพลังงานดันต้นทุนเพิ่มขึ้น

วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เผย ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของไทย เดือนพฤษภาคม 2569 เพิ่มขึ้น 8.5% จากแรงกดดันของราคาพลังงานในตลาดโลก ทำให้ต้นทุนการผลิต ค่าขนส่ง ทยอยปรับขึ้นราคา และยังกระทบต่อเนื่อง ทำให้หมวดผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์ม ขยับขึ้น หมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ เพิ่มขึ้น และหมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ก็เพิ่มขึ้น คาดดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมิถุนายน 2569 จะขยายตัวในอัตราชะลอตัวลง 

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต(Producer Price Index : PPI) ของไทย เดือนพฤษภาคม 2569 เท่ากับ 116.0 เพิ่มขึ้น 8.5% เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2568 โดยมีปัจจัยสำคัญจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานในตลาดโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศชะลอการปรับลดราคาลง และผู้ประกอบการขนส่งทยอยปรับราคาขึ้นเพื่อสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของราคาพลังงานในระยะยาว กระทบต่อต้นทุนในภาคการผลิตของหลายอุตสาหกรรมอย่างมีนัยสำคัญ และยังทำให้หมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง และหมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ขยับสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง และทองคำ และหมวดผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ที่ปรับตัวสูงขึ้นจากผลผลิตสำคัญบางรายการที่เป็นวัตถุดิบเกี่ยวเนื่องในภาคอุตสาหกรรม 


โดยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่เพิ่มขึ้น มาจากหมวดผลิตภัณฑ์เกษตรกรรมและการประมง เพิ่มขึ้น 3.6% จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ ได้แก่ หัวมันสำปะหลังสด จากปริมาณผลผลิตที่นำเข้าผ่านชายแดนลดลง ยางพารา จากผลกระทบของความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้ความต้องการวัตถุดิบทดแทนในอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องสูงขึ้น และผลปาล์มสด จากราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลกที่สูงขึ้นตามสถานการณ์ราคาพลังงานโลก

สำหรับสินค้าที่ราคาปรับลดลง ได้แก่ ข้าวเปลือก จากราคาส่งออกที่ยังคงหดตัวตามการแข่งขันในตลาดโลกที่สูง อ้อย จากฐานราคาในปีก่อนที่สูง ประกอบกับผลผลิตในปี 2569 นี้มีปริมาณสูง ผลไม้ (ทุเรียน สับปะรด มะพร้าว) จากปริมาณผลผลิตสูง ประกอบกับตลาดปรับลดราคารับซื้อ สุกรมีชีวิต และกุ้งแวนนาไม จากปริมาณผลผลิตสูง ในขณะที่ความต้องการบริโภคลดลงตามภาวะเศรษฐกิจในภาพรวม

หมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง เพิ่มขึ้น 14.1% จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ ได้แก่ น้ำมันปิโตรเลียมดิบ และก๊าซธรรมชาติ ตามทิศทางราคาพลังงานในตลาดโลกจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังส่งผลให้ราคาปรับสูงขึ้น สินแร่โลหะ จากอุปทานในตลาดโลกมีจำกัด ประกอบกับความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยียังคงมีอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งผลกระทบจากต้นทุนด้านพลังงานส่งผลให้ต้นทุนปรับสูงขึ้น และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ได้จากการทำเหมือง จากความต้องการในภาคก่อสร้าง ประกอบกับต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่ปรับสูงขึ้น

หมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เพิ่มขึ้น 9% จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ ประกอบด้วย กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกส่งผลต่อความเสี่ยงด้านอุปทาน และต้นทุนการขนส่งในตลาดโลก กลุ่มเคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เคมี จากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น และข้อจำกัดด้านการขนส่งวัตถุดิบ กลุ่มผลิตภัณฑ์ยางและพลาสติก จากปัจจัยด้านอุปทาน และการปรับเพิ่มขึ้นตามราคาปิโตรเคมี และผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอื่นๆ (ทองคำ) จากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

สำหรับแนวโน้มดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมิถุนายน 2569 มีแนวโน้มขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง จากต้นทุนการผลิตโดยรวมยังคงอยู่ในระดับสูง ตามราคาพลังงานในตลาดโลกที่ยังทรงตัวในระดับสูง แม้ความผันผวนจะลดลง และต้นทุนด้านโลจิสติกส์และค่าขนส่งที่คาดว่าจะไม่ปรับตัวลงในระยะหนึ่ง แต่จากภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ขยายตัวช้าและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังอ่อนแอ ทำให้การส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังราคาสินค้ายังทำได้อย่างจำกัด อีกทั้งการแข่งขันด้านราคาทั้งตลาดในประเทศและตลาดส่งออกยังคงเป็นปัจจัยกดดันให้ผู้ประกอบการไม่สามารถปรับราคาสินค้าได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้การขยายตัวของดัชนีราคาผู้ผลิตมีแนวโน้มที่จะชะลอลง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top