วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาส่งออกและดัชนีราคานำเข้าของไทย เดือนเมษายน 2569 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวต่อเนื่อง ตามทิศทางราคาน้ำมันและพลังงานที่ปรับสูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง รวมถึงราคาโลหะพื้นฐานที่ปรับสูงขึ้น ขณะเดียวกันความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยียังอยู่ในระดับสูง
อย่างไรก็ตามความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจและการค้าโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นโยบายกีดกันทางการค้า การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง และความผันผวนของค่าเงินบาท อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการขยายตัวทางด้านราคาของไทยในระยะข้างหน้า
สำหรับดัชนีราคาส่งออก เดือนเมษายน 2569 เท่ากับ 114.8 เพิ่มขึ้น 3.5% ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากกลุ่มสินค้าเชื้อเพลิง ตามทิศทางราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น สินค้าเกษตรกรรม ทองคำ และอิเล็กทรอนิกส์ ตามความต้องการในตลาดโลก และดัชนีราคานำเข้า เดือนเมษายน 2569 เท่ากับ 128.1 เพิ่มขึ้น 12.2% ตามทิศทางราคาน้ำมันและพลังงานที่ปรับสูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง รวมถึงราคาโลหะพื้นฐานที่ปรับสูงขึ้น จึงสร้างแรงกดดันต่อต้นทุนการผลิตและการขนส่ง แต่ยังจำเป็นต้องนำเข้า เพื่อรองรับการผลิตและการการลงทุนในอุตสาหกรรม
โดยดัชนีราคาส่งออกที่เพิ่มขึ้น ประกอบด้วย หมวดสินค้าแร่และเชื้อเพลิง เพิ่มขึ้น 46.3% โดยเฉพาะน้ำมันสำเร็จรูป น้ำมันดิบ ตามความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานตึงตัวในตะวันออกกลาง และการเจรจายุติสงครามระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านที่ยังมีความไม่แน่นอน หมวดสินค้าเกษตรกรรม เพิ่มขึ้น 4% อาทิ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง เนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง ประกอบกับโรงงานแปรรูปมันสำปะหลังยังคงรักษาระดับการผลิตเพื่อรองรับความต้องการจากตลาดจีน ,ข้าว ตามทิศทางราคาข้าวไทยและเวียดนามในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น จากต้นทุนโลจิสติกส์และปัจจัยการผลิตที่สูงขึ้น
หมวดสินค้าอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้น 2.4% อาทิ ทองคำ ตามทิศทางราคาทองคำในตลาดโลกที่อยู่ในระดับสูง เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ตามต้นทุนหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ตามต้นทุนวัสดุที่เพิ่มขึ้น
หมวดสินค้าที่ดัชนีราคาลดลง คือ หมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร ลดลง 0.1% เป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 81 เดือน อาทิ น้ำตาลทราย จากผลผลิตที่เพิ่มขึ้นในประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ อาทิ บราซิล อินเดีย และไทย จึงคาดว่าจะเกิดภาวะอุปทานส่วนเกินทั่วโลก และผลไม้กระป๋อง เนื่องจากการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงจากผู้ส่งออกในภูมิภาค อาทิ เวียดนาม และมาเลเซีย
ส่วนดัชนีราคานำเข้าที่เพิ่มขึ้น มาจากหมวดสินค้าเชื้อเพลิง เพิ่มขึ้น 41.3% จากราคาน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป เป็นผลจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทำให้เกิดภาวการณ์หยุดชะงักของอุปทานน้ำมันดิบ หมวดสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป เพิ่มขึ้น 10.4% ได้แก่ ทองคำ ปุ๋ย และสินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ ตามราคาตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้น สำหรับอุปกรณ์ ส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค เพิ่มขึ้น 6.2% จากเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน
หมวดสินค้าทุน เพิ่มขึ้น 4.4% จากเครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล การขยายตัวของภาคการผลิต และการลงทุน หมวดยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง เพิ่มขึ้น 2.1% จากส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ รถยนต์โดยสารและรถบรรทุก
สำหรับแนวโน้มดัชนีราคาส่งออกและดัชนีราคานำเข้า เดือนพฤษภาคม 2569 คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์โลกอยู่ในระดับสูงกว่าปีก่อน จากการที่ราคาน้ำมันและพลังงานปรับเพิ่มขึ้นในอัตราสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2565 ราคาสินค้าโลหะพื้นฐานปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอะลูมิเนียมและทองแดง จากความต้องการที่แข็งแกร่งในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง และการเร่งนำเข้าสินค้าบางประเทศจากอัตราภาษีนำเข้าสหรัฐฯที่ลดลงชั่วคราว ทำให้คำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นในระยะสั้น
ในขณะที่ปัจจัยเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้ออาจส่งผลให้อุปสงค์ของคู่ค้าชะลอลง การแข่งขันด้านราคาจากประเทศคู่ค้าที่รุนแรง กดดันความสามารถในการส่งออกของผู้ประกอบการไทย ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าและมาตรการภาษีของประเทศคู่ค้าสำคัญ เศรษฐกิจไทยอาจเผชิญภาวะกำลังซื้อในประเทศชะลอลง ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรง ซึ่งจะกระทบต่อผลผลิตภาคเกษตร และความผันผวนของค่าเงินบาท อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการขยายตัวทางด้านราคาของไทยในระยะข้างหน้า
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี