วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ดีอีลั่นไร้ล็อกสเปก จ่อแก้สัญญาTH-AI Passport
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเวที TH-AI Passport Forum ระดมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นโครงการ TH-AI Passport ภายในงานมีนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจากภาครัฐและเอกชน รวมถึงประชาชนทั่วไปเข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง เพื่อรวบรวมข้อมูลนำมาปรับปรุงและขยายผลโครงการ โดยมีนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.ดีอี) ร่วมนั่งรับฟังด้วย
งานดังกล่าวเริ่มด้วย นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดดีอี ชี้แจงข้อกังวลในเงื่อนไขจัดซื้อจัดจ้าง (TOR) และกระบวนการประมูล โดยยืนยันว่าเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติของภาครัฐ และเปิดเผยต่อสาธารณะทุกขั้นตอน ส่วนข้อครหาว่ามีการล็อกสเปกหรือเอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายใดรายหนึ่งนั้น ยืนยันได้เต็มปากเต็มคำว่าการจัดซื้อจัดจ้างในโครงการนี้ หากมีข้อกังวลว่ากระทรวงล็อกสเปก หรือฮั้วกันหรือไม่ เราตอบไม่ได้ เพราะเขาไม่ได้มาฮั้วต่อหน้าเรา
ขณะที่นายธีระชาติ ก่อตระกูล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร จี้ถามนายไชยชนก ว่ารู้จักและสนิทสนมกับกลุ่มบริษัทหรือผู้รับเหมาหรือไม่ ซึ่งนายไชยชนก ยอมรับว่า ถ้าถามว่ารู้จักเป็นการส่วนตัวหรือไม่ ตนรู้จัก แต่ยืนยันว่าตนไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องในกระบวนการ
ต่อมานายไชยชนก กล่าวภายหลังงานดังกล่าว ว่า กระทรวงดีอี จะรวบรวมข้อเสนอทั้งหมดนำไปหารือกับคู่สัญญา แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะปรับรายละเอียด เนื่องจากต้องรอข้อสรุปจากคณะทำงาน และผลการเจรจากับคู่สัญญาก่อน ขอย้ำว่าแนวทางทั้งหมดหลังจากนี้ยังต้องรอการรวบรวมความเห็นและการเจรจาอย่างเป็นทางการ โดยกระทรวงดีอีจะพิจารณาว่าสามารถปรับรายละเอียดใดได้บ้างภายใต้กรอบ TOR เดิม เพื่อให้โครงการเดินหน้าอย่างรอบคอบ
ด้านนายพชร กล่าวว่า จากการรับฟังความคิดเห็นได้ข้อสรุปเกี่ยวกับประเด็นการลดความเสี่ยงที่ภาครัฐจะเสียเปรียบ โดยเปลี่ยนมาใช้หลักการ “ใช้เท่าไร จ่ายเท่านั้น” (Pay-Per-Use) หากประชาชนเข้าใช้งานไม่ถึงเป้าหมาย 5 ล้านคน รัฐจะจ่ายเงินตามจำนวนการใช้งานจริงเท่านั้น หลักการนี้ถือเป็นการจ่ายตามความสำเร็จของงานที่ต่อรองในสัญญาจ้างได้ตามปกติ โดยจะจัดทำเอกสารแนบท้ายสัญญาเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมข้อตกลง ยืนยันว่าจะไม่ดำเนินโครงการในรูปแบบเดิมที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ หากต้องยกเลิกสัญญา ต้องเข้าสู่กระบวนการเจรจากับคู่สัญญา เพื่อพิจารณาเรื่องค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายตามขั้นตอนกฎหมาย
นายพชร กล่าวว่า ในด้านความคุ้มค่างบประมาณ ตนมองว่าโครงการนี้สามารถนำเสนอ AI ให้ประชาชนใช้งานในราคาเพียงประมาณเดือนละ 27 บาทต่อคน เมื่อเปรียบเทียบกับแพ็กเกจของภาคเอกชนที่มีราคา 259-299 บาทต่อเดือน ปริมาณและประเภทของ AI ที่รัฐจัดเตรียมไว้ให้ยังมีจำนวนมากกว่าที่เอกชนเสนอในระดับราคาที่ใกล้เคียงกัน จึงถือว่ามีความคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์สูง
สำหรับโครงการกำหนดเป้าหมายผู้ใช้งานไว้ที่ 5 ล้านคน โดยให้สิทธิ์ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป พร้อมเตรียมตั้งกรรมการขับเคลื่อนร่วมกับภาคเอกชน เพื่อบริหารจัดการสิทธิ์ให้ถึงมือประชาชนที่ต้องการใช้งานจริงอย่างทั่วถึง และยืนยันความโปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่ผ่านมาว่าเป็นไปตามระเบียบพัสดุทุกประการ ยินดีให้มีการตรวจสอบอย่างเต็มที่
ส่วนการดำเนินงานขั้นต่อไป ตั้งเป้าให้ได้ข้อสรุปการปรับปรุงสัญญาภายในเดือน มิ.ย.นี้ เพื่อให้ประชาชนเริ่มเข้าใช้งานระบบ AI ได้ในวันที่ 1 ก.ค.69 เพื่อให้สะดวกต่อการนับระยะเวลาตามปีปฏิทิน
“ผมขอบอกว่าตรวจสอบตอนทำงาน ดีกว่ามาตรวจหลังเกษียณ ขอย้ำจุดยืนว่าหากพบว่ามีมูลความจริงเรื่องการทุจริต ผมพร้อมที่จะสั่งยกเลิกโครงการทันทีโดยไม่มีการละเว้น” นายพชร กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี