วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
คุมGP-เก็บภาษี-สกัดผูกขาด ‘ดีอี’จ่อชงกฎหมายแพลตฟอร์มดิจิทัล
นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้ได้หารือร่วมกับ ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA เรื่องการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล พ.ศ. ... ที่ใช้กำกับผู้ให้บริการดิจิทัล คุ้มครองผู้บริโภค ป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อประชาชน ส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม มีความสำคัญต่อการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล โดยผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลจะต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และต้องมีกลไกกำกับดูแลตนเอง จัดทำแนวปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาล
ประเด็นสำคัญในการหารือคือเรื่องคำจำกัดความแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยให้เรียกรวมว่า “บริการดิจิทัล” ซึ่งรวมการให้บริการบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ระบบอินเตอร์เน็ต หรือโครงข่ายโทรคมนาคมทั้งหมด กำหนดให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มต้องแจ้งจดทะเบียนข้อมูลการประกอบธุรกิจ ในส่วนของผู้ให้บริการที่มีรายได้มากกว่า 1.8 ล้านบาท ต้องชี้แจงที่มาของรายได้ โดยเฉพาะรายได้ที่เกิดขึ้นในไทย และกำหนดโทษของผู้ประกอบการที่หลีกเลี่ยงการขึ้นทะเบียน หรือชี้แจงบัญชีรายได้
นางสาวแนน กล่าวอีกว่า ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มต้องชี้แจงให้ผู้ใช้บริการได้รับทราบถึงความเสี่ยงของการใช้บริการ และมีหน้าที่ดูแลผู้ขายสินค้าออนไลน์ที่ต้องขายสินค้าที่ถูกกฎหมาย และการแจ้งเตือนผู้ใช้บริการถึงเครื่องหมายการรับรองความปลอดภัย การรับเรื่องร้องเรียนที่จะต้องดำเนินการภายใน 24 ชั่วโมง การให้บริการโฆษณาผ่านแพลตฟอร์มต้องแจ้งเตือนว่ามีการซื้อโฆษณา และต้องระบุตัวตนของผู้โฆษณา รวมทั้งมาตรการที่แพลตฟอร์มจะดำเนินการเมื่อพบสินค้าหรือบริการผิดกฎหมาย อาจมีการกำหนดบัญชีสินค้า-บริการควบคุมให้มีบัญชีแนบท้าย ดังนั้นในร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้จะพิจารณาการมีส่วนร่วมรับผิดของผู้ให้บริการ ซึ่งต้องมีการตรวจสอบผู้ให้บริการ เช่น ผู้ขายสินค้าออนไลน์ คนขับรถ ฯลฯ พร้อมทั้งอัปเดตข้อมูลเป็นระยะ หากแพลตฟอร์มรับผู้ให้บริการเข้ามา แล้วเกิดกรณีหลอกลวงผู้ใช้บริการ แพลตฟอร์มต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบด้วย
“ในส่วนของค่า GP (Gross Profit) หรือ “ค่าธรรมเนียมการใช้แพลตฟอร์ม” จะต้องกำหนดและแจกแจงรายละเอียด โดยจะควบคุมอัตราค่าบริการ ค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่าย ไม่ให้ส่งกระทบผู้ประกอบการในประเทศ ซึ่ง พ.ร.บ.จะกำหนดให้มีเครื่องมือที่ใช้ควบคุม หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขการให้บริการ” นางสาวแนน กล่าว
ด้านการกำหนดโทษของการหลีกเลี่ยงภาษี ได้มอบหมายให้ ETDA หารือกับกรมสรรพากร เพื่อพิจารณาเลือกใช้สัดส่วนการจัดเก็บภาษีสรรพากร และการใช้อัตรากำไรจากรายได้เฉลี่ยในธุรกิจนั้นๆที่มีทั่วโลก (Global Benchmark) หรือกำหนดจากรายได้ในประเทศ เพื่อเป็นกรอบกำหนดหลักเกณฑ์
“ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่มเติมเรื่องอัตราการจัดเก็บภาษีจาก Global Benchmark เรื่องบทลงโทษความรับผิดร่วม ทั้งทางแพ่ง และอาญา รวมทั้งควบคุมแพลตฟอร์มไม่ให้ผูกขาดตลาด เมื่อพิจารณาแล้วเสร็จจะส่งต่อให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา ก่อนเข้าสู่วาระการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้วนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในสมัยประชุม หรือคาดว่าจะเป็นช่วงเดือนกันยายน 2569” รมช.ดีอี กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี