วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(บอร์ด กสทช.) ได้เข้าห้องประชุม เพื่อเปิดข้อถกเถียงเกี่ยวกับคุณสมบัติของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. หลังคณะกรรมการสรรหา กสทช.มีมติให้มีคุณสมบัติต้องห้าม ถือว่าสละสิทธิการเป็น กสทช.แต่ต้น
คณะกรรมการได้เปิดอภิปรายโต้แย้งอย่างเผ็ดร้อน โดยฝั่ง นพ.สรณ ยืนยันให้นับองค์ประชุม เนื่องจาก กสทช. 7 คน ปรากฏตัวในที่ประชุมทั้งหมด ทำให้ รศ.ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ กสทช.ด้านโทรคมนาคม เดินออกจากห้องประชุมทันที
ขณะที่ฝั่ง กสทช. 3 ราย ได้แก่ ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต , รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย และ พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ ยืนยันไม่สามารถเข้าร่วมประชุมกับ นพ.สรณ ได้ เนื่องจากเกรงว่าจะผิดกฎหมาย หากลงมติกับบุคคลที่คณะกรรมการสรรหามีมติว่าขาดคุณสมบัติ และได้กดดันให้ นพ.สรณ ออกจากที่ประชุม แต่ นพ.สรณ ยังเป็นประธานการประชุมต่อไป กรรมการ กสทช.ทั้ง 3 รายจึงเดินออกจากห้องประชุม ทำให้องค์ประชุมไม่ครบ ไม่สามารถดำเนินการได้ ประธาน กสทช.จึงยกเลิกประชุม และเลื่อนเป็นวันที่ 6 สิงหาคม 2569 แทน
รายงานข่าว ระบุว่า ขณะที่ กรรมการ กสทช.เดินออกจากห้องประชุม นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ได้แจ้งว่าสํานักงานอาจขอใช้อํานาจดำเนินการประชุมก่อน และเนื่องจากมีหลายวาระสําคัญที่มีการกําหนดระยะเวลา อาจส่งผลกระทบต่อการดําเนินธุรกิจของเอกชน จึงต้องป้องกันผู้ประกอบการฟ้องร้อง ขออนุญาตจัดประชุมต่อเนื่อง ตามกำหนดเดิมที่วางไว้ล่วงหน้าแล้ว คือ วันที่ 5-6 สิงหาคม , วันที่ 11 สิงหาคม , วันที่ 13 สิงหาคม และ วันที่ 19-20 สิงหาคม 2569
นพ.สรณ กล่าวหลังกรรมการ กสทช. 4 รายเดินออกจากห้องประชุม ว่า กสทช.มีวาระสำคัญเร่งด่วนจำนวนมาก จึงขอความร่วมมือกรรมการเข้าประชุมเพื่อพิจารณาให้วาระเหล่านี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ตามกฎหมายตนยังต้องปฏิบัติหน้าที่ จนกว่าเรื่องอำนาจการวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช.จะมีข้อยุติทางกฎหมาย
ส่วนนายไตรรัตน์ กล่าวว่า มีวาระที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ กสทช.ต้องพิจารณาจำนวนมาก บางวาระมีกำหนดระยะเวลาตามกฎหมาย ซึ่งสำนักงาน กสทช.ได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ และอำนวยความสะดวกในทุกทางเท่าที่กฎหมายเอื้ออำนวยในการจัดประชุม กสทช. เพื่อให้มีการขับเคลื่อนภารกิจเพื่อประเทศชาติต่อไป
ด้าน พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ ระบุว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาถือเป็นที่สุดตามแนวทางคณะกรรมการกฤษฎีกาและศาลรัฐธรรมนูญ อีกทั้งศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งยกคำร้องขอทุเลาการบังคับตามคำวินิจฉัยของ นพ.สรณ แล้ว คำวินิจฉัยดังกล่าวมีผลเป็นคำสั่งทางปกครองตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 การที่บุคคลที่ไร้สถานะเข้าร่วมประชุม ย่อมทำให้มติของ กสทช.สุ่มเสี่ยงไม่ชอบด้วยกฎหมาย การที่ นพ.สรณ ยังเดินหน้าจัดประชุมทั้งที่ทราบข้อกฎหมาย อาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 และ 83 ฐานร่วมกันขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงมาตรา 157 ฐานปฏิบัติหรือเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี