533.jpg
‘ศุภจี’เปิด5แผนใหญ่ ปรับศก.ไทยฝ่าวิกฤตซ้อนวิกฤต

‘ศุภจี’เปิด5แผนใหญ่ ปรับศก.ไทยฝ่าวิกฤตซ้อนวิกฤต

วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569, 07.00 น.

‘ศุภจี’เปิด5แผนใหญ่ ปรับศก.ไทยฝ่าวิกฤตซ้อนวิกฤต

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ แถลงทิศทางของกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) โดยจะดำเนินงานภายใต้ 5 นโยบายหลัก เพื่อรับมือกับสถานการณ์ “วิกฤตซ้อนวิกฤต” มุ่งเป้าหมายสำคัญในการ “ประหยัดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และกระจายโอกาส” ให้กับประชาชนและผู้ประกอบการอย่างทั่วถึง และจะยกระดับการทำงานสู่การบูรณาการแบบคลัสเตอร์ (Cluster) ยึดการแก้ไขปัญหาเป็นศูนย์กลาง (Issue-based) เปิดให้ผู้เชี่ยวชาญมีส่วนร่วมในการออกแบบนโยบาย (Co-Creation) เพื่อให้การดำเนินนโยบายมีประสิทธิภาพ ตรงจุด และตอบสนองต่อสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว


นางศุภจี กล่าวว่า ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา (ต.ค.68-มี.ค.69) กระทรวงพาณิชย์ได้ขับเคลื่อนนโยบายภายใต้แนวคิด “Quick Big Win” ผ่าน 7 นโยบายหลัก 19 โครงการสำคัญ และ 80 กิจกรรม ครอบคลุมการรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร ดูแลค่าครองชีพ เสริมสร้างศักยภาพ SMEs ดูแลเศรษฐกิจชายแดนไทย-กัมพูชา รับมือมาตรการภาษีของสหรัฐ เป็นต้น สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวม 73,000 ล้านบาท

สำหรับนโยบายในระยะถัดไป จะเดินหน้า 5 นโยบายหลัก คือ 1.ดูแลค่าครองชีพ-สร้างรายได้-ยกระดับชุมชน กระทรวงพาณิชย์ผลักดันโครงการ “ไทยช่วยไทย” ช่วยลดค่าครองชีพประชาชนและสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการในเวลาเดียวกัน  ในระยะแรกจะสนับสนุนสินค้า SMEs โดยไม่คิดค่าธรรมเนียม (GP) พร้อมสนับสนุนค่าขนส่งและคูปองส่วนลด 100 บาท จำนวน 5 แสนใบ ให้กับผู้ซื้อ ส่วนระยะต่อไปจะขยายให้กว้างขึ้น ผ่านการซื้อขายทางแพลตฟอร์มออนไลน์ และเชื่อมโยงกับกลไกการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่งพลัส และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

2.รักษาเสถียรภาพและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร โดยเฉพาะสินค้าเกษตรเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ข้าว ผลไม้ โดยกระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ส่งเสริมการจัดตั้ง “ล้งกลาง/ล้งชุมชน” ให้เกษตรกรรวมกลุ่มสร้างความเข้มแข็ง สร้างแบรนด์สินค้าเกษตรให้เป็นที่ยอมรับในตลาดโลก

3.สร้างความเข้มแข็งให้ SMEs/ชุมชน ผ่าน 7 มาตรการหลัก ได้แก่ 1.ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ 2.สร้างผู้ประกอบการผ่านแฟรนไชส์ 3.พัฒนาเศรษฐกิจชุมชนด้วย GI 4.เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันด้วยทรัพย์สินทางปัญญา 5.ปราบปรามการใช้นอมินี 6.ป้องกันการทะลักของสินค้านำเข้าและสินค้าที่แอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้าไทย และ 7.สนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ เช่น สินค้าคงคลัง เครื่องจักร หรือทรัพย์สินทางปัญญา เป็นหลักประกันในการเข้าถึงสินเชื่อ

4.สร้างสมดุลการส่งออก เพื่อสร้างเสถียรภาพและกระจายความเสี่ยงทางการค้าระหว่างประเทศ ผ่านการสร้างสมดุลในมิติผู้ประกอบการ สินค้า ตลาด และการค้าภาคบริการ ยึดกลยุทธ์การเชื่อมโยง Supply Chain ไทย เข้ากับของโลก ลดพึ่งพาตลาดหลักและกระจายสู่ตลาดใหม่ เป็นต้น

5.ยกระดับเทคโนโลยีและปลดล็อกกฎระเบียบ ขับเคลื่อนกระทรวงพาณิชย์สู่ “พาณิชย์ดิจิทัล” ภายใต้ MOC Plus โดยพัฒนาแพลตฟอร์มบริการแบบครบวงจร “จุดเดียว จบ จริง” ปัจจุบันกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่เชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคลแล้ว 180 หน่วยงาน และเตรียมขยายเพิ่มเติมอีก 140 หน่วยงาน ซึ่งตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.69 จะงดให้บริการเอกสารในรูปแบบกระดาษ สำหรับหน่วยงานราชการด้วยกัน

“กระทรวงพาณิชย์จะใช้ “วิกฤต” เป็นโอกาสปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ทำงานแบบบูรณาการข้ามกระทรวง ใช้ข้อมูลเป็นฐานในการตัดสินใจ เป้าหมายสำคัญ คือ ทำให้ประชาชนประหยัดรายจ่าย เพิ่มรายได้ สร้างโอกาสให้กระจายได้อย่างทั่วถึง ทั้งระดับชุมชน ผู้ประกอบการรายย่อย และภาคธุรกิจขนาดใหญ่ เพื่อให้เศรษฐกิจไทยก้าวข้ามวิกฤตซ้อนวิกฤต และเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว” นางศุภจี กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top