วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569
IVF พลิกเกมธุรกิจ สร้าง Fertility Ecosystem Platform เต็มรูปแบบ ผู้ถือหุ้นโหวต 100% หนุนปรับแผนใช้เงิน IPO ออก IVF-W1 สู่ New S-Curve การเติบโต
บริษัท อินสไปร์ ไอวีเอฟ จำกัด (มหาชน) หรือ “IVF” ประกาศยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญในการยกระดับธุรกิจจากศูนย์รักษาภาวะมีบุตรยากสู่การเป็น “Fertility Ecosystem Platform” ที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีทางการแพทย์ นวัตกรรมสุขภาพ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างการเติบโตระยะใหม่ของบริษัทในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการเจริญพันธุ์ที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 มีมติ เห็นชอบเป็นเอกฉันท์ 100% อนุมัติการปรับสัดส่วนแผนการใช้เงินจากการเสนอขายหุ้น IPO และอนุมัติการออกใบสำคัญแสดงสิทธิ IVF-W1 เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างเงินทุน พร้อมรองรับโอกาสการลงทุนใหม่ที่จะเป็น New S-Curve ของการเติบโตในอนาคต
นางสาวเกศิณี กุลดิลก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินสไปร์ ไอวีเอฟ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของ Inspire IVF ในการขยายบทบาทจากผู้ให้บริการทางการแพทย์เฉพาะทาง ไปสู่การสร้าง ระบบนิเวศการเจริญพันธุ์แบบครบวงจร (Fertility Ecosystem) ที่ครอบคลุมตั้งแต่การดูแลสุขภาพก่อนการตั้งครรภ์ เทคโนโลยีการรักษาขั้นสูง ไปจนถึงบริการด้านสุขภาพและแพลตฟอร์มดิจิทัลในอนาคต
Inspire IVF กำลังก้าวสู่บทบาทใหม่จากศูนย์รักษาภาวะมีบุตรยากไปสู่การเป็น Fertility Ecosystem Platform ที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี นวัตกรรม และบริการด้านสุขภาพเข้าด้วยกัน การปรับกลยุทธ์ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการขยายธุรกิจแต่เป็นการสร้างรากฐานของการเติบโตระยะใหม่ของบริษัท” เพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ดังกล่าว บริษัทจึงมุ่งลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง (Related Businesses) ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพของธุรกิจหลักใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่
• Health & Wellness Integration
การพัฒนาบริการดูแลสุขภาพและการฟื้นฟูร่างกายก่อนและหลังการรักษา รวมถึงการสร้างศูนย์สุขภาพระดับพรีเมียมที่มีมาตรฐานระดับสากล
• Advanced Genomic Technology
การลงทุนในเทคโนโลยีตรวจวิเคราะห์พันธุกรรมขั้นสูงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาและยกระดับอัตราความสำเร็จการตั้งครรภ์ ( Success Rate )
• Digital Health Platform
การพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อให้คำปรึกษาและติดตามผลทางการแพทย์ทางไกลโดยไม่ถูกจำกัดระยะทางของผู้ใช้บริการการรักษารองรับการขยายฐานลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ในด้านการบริหารโครงสร้างเงินทุน ที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้อนุมัติการออกใบสำคัญแสดงสิทธิ IVF-W1 จำนวนไม่เกิน 137,500,000 หน่วย เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในระยะยาว โดยจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมในอัตรา 3.2 หุ้นสามัญเดิม ต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ พร้อมกำหนด ราคาใช้สิทธิ 0.70 บาทต่อหุ้น และอายุโครงการ 3 ปี โดยผู้ถือสิทธิสามารถแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญได้ทุก ๆ 6 เดือน เครื่องมือทางการเงินดังกล่าวถูกออกแบบเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นด้านเงินทุน (Capital Flexibility) และเตรียมความพร้อมสำหรับโอกาสการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการควบรวมกิจการ (M&A) หรือการร่วมทุนทางธุรกิจ (Joint Venture) โดยไม่เพิ่มภาระต้นทุนทางการเงินจากการกู้ยืมทางการเงิน
“IVF-W1 เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของโครงสร้างทุน และเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเดิมได้ร่วมเติบโตไปกับบริษัท หากกลยุทธ์ Fertility Ecosystem ของเราสามารถขยายธุรกิจได้ตามแผน ผู้ถือหุ้นก็จะได้รับประโยชน์จาก New S-Curve ของการเติบโตนั้นร่วมกัน” นางสาวเกศิณี กล่าวสรุป
การที่ผู้ถือหุ้นมีมติสนับสนุนแผนดังกล่าวอย่างเป็นเอกฉันท์ 100% ยังสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้นต่อทิศทางและวิสัยทัศน์ใหม่ของบริษัทในการสร้างการเติบโตระยะยาว ด้วยกลยุทธ์การสร้าง Fertility Ecosystem Platform ผสานกับโครงสร้างเงินทุนที่พร้อมรองรับการลงทุน Inspire IVF เชื่อมั่นว่าการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตในระยะใหม่ และช่วยยกระดับประเทศไทยให้เป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีการเจริญพันธุ์ของภูมิภาค
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี