วันอังคาร ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569
นางทองอุไร ลิ้มปิติ ประธานกรรมการ พร้อมคณะกรรมการและผู้บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยภายหลังการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ว่า BAM อยู่ระหว่างศึกษาแนวทางการจ่ายเงินปันผล 2 ครั้งต่อปี โดยคาดว่าจะเริ่มตั้งแต่ปี 2570 เพื่อเพิ่มความต่อเนื่องของกระแสเงินสดให้กับผู้ถือหุ้น และแสดงถึงศักยภาพการบริหารพอร์ตสินทรัพย์ที่มีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น
โดยล่าสุดที่ประชุมผู้ถือหุ้น BAM มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผล จากผลการดำเนินงานปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 7% ของราคาหุ้น หลังจากผลการดำเนินงานปี 2568 สามารถสร้างผลเรียกเก็บหนี้ 17,857 ล้านบาท เติบโต 18% จากปีก่อนที่ทำได้ 15,161 ล้านบาท พร้อมกำไรสุทธิ 1,812 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อนหน้า โดยกำหนด Record Date วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 22 พฤษภาคม 2569
สำหรับการจ่ายเงินปันผลในครั้งนี้ สะท้อนสถานะของ BAM ในฐานะหุ้นปันผลที่ให้ผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจ และสะท้อนกระแสเงินสดแข็งแกร่งและความสามารถในการบริหารพอร์ต NPL-NPA ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่แนวโน้มธุรกิจยังมีอัพไซด์จากวัฏจักรหนี้ที่เข้าสู่ช่วงโอกาสของธุรกิจบริหารสินทรัพย์ จุดเด่นที่นักลงทุนจับตาคือ โมเดลธุรกิจ “Business Recycling Machine” เปลี่ยนหนี้เสียเป็นโอกาส สร้างรายได้ต่อเนื่อง , เร่งเครื่อง TDR Factory ใช้ AI เพิ่มสปีดการปรับโครงสร้างหนี้ ,เดินหน้า NPA Partnership ปลดล็อกมูลค่าทรัพย์ เร่งการขายและการหมุนเงินสด และโอกาสเติบโตตามทิศทาง NPL ในระบบที่ยังอยู่ในระดับสูง
ในขณะที่ทิศทางปี 2569 BAM ยังได้ต่อยอดการเติบโตผ่านโครงการ “ทรัพย์มหาชนพลัส” ควบคู่กับ BAM e-Marketplace เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงสินทรัพย์ให้กับนักลงทุนและประชาชนในวงกว้าง ช่วยเร่งการหมุนเวียนทรัพย์และเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างรายได้ พร้อมกันนี้ยังเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นในกลุ่มนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดกิจกรรม Roadshow เพื่อขยายฐานนักลงทุนสถาบัน สอดรับกับการขับเคลื่อนความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนผ่านการลงนาม MOU ในโครงการต่างๆ เช่น โครงการทรัพย์มหาชนพลัสที่มุ่งเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงทรัพย์สินในราคาที่เหมาะสม พร้อมสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนของสินทรัพย์ในระดับประเทศ เพื่อนำสู่เป้าหมายผลเรียกเก็บ 17,900 ล้านบาท ในปี 2569
นอกจากนี้อีกหนึ่งเสาหลักเชิงกลยุทธ์ของการยกระดับองค์กรในปี 2569 คือการเสริมความแข็งแกร่งของคณะกรรมการบริษัท โดยแต่งตั้ง นายเดช ฐิติวณิช ผู้เชี่ยวชาญด้าน IT, Cybersecurity และ Data Analytics จากธนาคารแห่งประเทศไทย เข้าร่วมเป็นกรรมการบริษัท ซึ่งการเข้ามาของกรรมการสายเทคโนโลยีในครั้งนี้ถือเป็น “Game Changer” ที่จะช่วยเร่งการทรานส์ฟอร์ม BAM สู่องค์กรขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Organization) อย่างเต็มรูปแบบ เพิ่มความแม่นยำในการบริหารหนี้ และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม BAM ยังคงตอกย้ำจุดยืนการเป็นหุ้นที่มีทั้ง “Yield + Growth + Story” โดยมีฐานรายได้จากการบริหารสินทรัพย์ที่มั่นคง กระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง และโอกาสเติบโตจากวัฏจักรหนี้ รวมถึง Upside จากการทรานส์ฟอร์มองค์กรสู่ยุคดิจิทัล ภายใต้บทบาท “โรงพยาบาลแก้หนี้” ของประเทศ เพื่อให้ BAM เป็นหนึ่งในหุ้น High Dividend (HD) ที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่น ติดอันดับ Top 10 หุ้นปันผลของตลาด สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุน จนเกิดเป็นภาพจำในตลาดว่า “คิดอะไรไม่ออกบอก BAM” ในฐานะหุ้นทางเลือกสำหรับพอร์ตระยะยาว โดย BAM ไม่เพียงสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสร้างโอกาสใหม่ให้กับลูกหนี้ นักลงทุน และภาคธุรกิจอย่างยั่งยืน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี