วันอังคาร ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569
‘ผอ.ออมสิน’ประกาศยกระดับสู่ Smart Social Bank ดูแลลูกค้าตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยส่งมอบมรดก
28 เมษายน 2569 นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ปี 2569 ถือเป็นวาระสำคัญที่ธนาคารออมสินครบรอบ 113 ปี ในการทำหน้าที่ส่งเสริมการออมของประชาชนตามพระราชประสงค์ของรัชกาลที่ 6 ก้าวต่อไปจากนี้ธนาคารพร้อมยกระดับการดำเนินงานสู่การเป็นธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต หรือ Smart Social Bank for All Lives ที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกและครอบคลุมทุกช่วงชีวิตของคนไทย
นายทรงพล ระบุว่า ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ธนาคารออมสินได้กำหนดบทบาทที่ชัดเจนในการดูแลคนไทยให้ก้าวข้ามอุปสรรค ผ่านหลักคิด From Birth, to Legacy” แบ่งการดูแลออกเป็น 6 ช่วงวัย ได้แก่ 1.กลุ่มวัยเด็กเล็ก (First Steps) มุ่งเน้นการปลูกฝังวินัยและพฤติกรรมการออมที่ดีตั้งแต่เยาว์วัย 2.กลุ่มวัยเรียน (Education) สนับสนุนแหล่งเงินทุนเพื่อเติมเต็มโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง 3.กลุ่มวัยสร้างตัว (Building) เคียงข้างการเริ่มต้นชีวิตด้วยการให้โอกาสเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อประกอบอาชีพและทำธุรกิจ 4.กลุ่มวัยเติบโต (Growing) ส่งเสริมการออมและการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อสร้างความมั่งคั่งและวางแผนรับวัยเกษียณ 5.กลุ่มวัยเก็บเกี่ยว (Harvest) ช่วยผู้เกษียณอายุบริหารจัดการทรัพย์สินให้มีรายได้เพียงพอและมีคุณภาพชีวิตที่ดี และ 6.วัยส่งมอบ (Legacy) เคียงข้างช่วยวางแผนการส่งต่อความมั่นคงมั่งคั่งไปสู่คนรุ่นหลังอย่างสมบูรณ์
นอกจากนี้ ธนาคารออมสินมุ่งเน้น 2 ภารกิจหลักที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามนโยบายรัฐบาล คือ 1.อุ้มคนตัวเล็กและกลุ่มฐานราก มุ่งช่วยให้ประชาชนรายย่อยลืมตาอ้าปากและมีเงินออม ขยายโอกาสการเข้าถึงแหล่งทุน รวมถึงส่งเสริมอาชีพเพื่อสร้างรายได้เพิ่ม และ 2.ประคับประคองธุรกิจขนาดเล็กและอุตสาหกรรมเป้าหมายให้เดินหน้าต่อไปได้ ผ่านการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน
“ปี 2569 ธนาคารออมสินตั้งเป้าหมายที่จะเข้าไปสนับสนุนประชาชนฐานรากให้ได้มากกว่า 1 ล้านคน คาดว่าจะปล่อยสินเชื่อได้รวมกว่า 2.7-3.2 แสนล้านบาท โดยจะเพิ่มสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น 40% เพิ่มขึ้น 40% คิดเป็นวงเงิน 1.2 แสนล้านบาท ซึ่ง 2-3 เดือนนี้ ออมสินมีนโยบายปรับอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำลง แม้ปัจจุบันต่ำกว่าตลาดอยู่แล้ว เพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงเศรษฐกิจเผชิญปัญหาราคาพลังงานสูง เพื่อตอกย้ำพันธกิจการเป็นธนาคารเพื่อสังคมที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” นายทรงพล กล่าว
นายทรงพล กล่าวว่า สำหรับการปล่อยสินเชื่อใหม่ให้กับผู้ประกอบการนี้ ยังไม่นับรวมวงเงินสินเชื่อซอฟต์โลน 1 แสนล้านบาท ปัจจุบันปล่อยไปแล้ว 9,000 ล้านบาท ยังมีวงเงินเหลืออีก 90,000 ล้านบาท และได้กันวงเงิน 5,000 ล้านบาท ไว้สำหรับปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน ทั้งที่เป็นการกู้ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์และกู้เพื่อซื้อยานยนต์ไฟฟ้า นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์นโยบายความยั่งยืน อาทิ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์และซื้อยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการออกผลิตภัณฑ์เพื่อส่งเสริมการออม เช่น การเปิดจำหน่ายสลากออมสินพิเศษในโอกาสครบรอบ 113 ปี เป็นต้น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี