533.jpg
SMEรับอานิสงส์ แจก4พันไทยช่วยไทยพลัส

SMEรับอานิสงส์ แจก4พันไทยช่วยไทยพลัส

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 07.00 น.

SMEรับอานิสงส์ แจก4พันไทยช่วยไทยพลัส

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า นโยบายคนละครึ่งพลัส หรือไทยช่วยไทยพลัส และเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนละ 4,000 บาท อย่างน้อย 34 ล้านคน ช่วยอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบต่อเนื่อง 4 เดือน โดยมีเงินสะพัดกว่า 1.36 แสนล้านบาท ตนมั่นใจว่าจะช่วยให้ภาคผลิตได้ประโยชน์จากมาตรการรัฐในการผลิตสินค้าเข้าตลาด โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอีจะมีโอกาสทางการตลาดมากขึ้น ล่าสุดตนได้สั่งการให้สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) ส่งตัวเลขดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม(MPI) รายเดือน และสถานการณ์แนวโน้มต่างๆมาให้พิจารณา เพื่อจัดทำมาตรการดูแลสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมได้ตรงจุด


นายวราวุธ กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์วิกฤตพลังงานยังส่งผลกระทบให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ดังนั้นเวลานี้กระทรวงอุตสาหกรรม จึงเร่งสนับสนุนสภาพคล่อง ดำเนินโครงการอัพสกิลรีสกิล เปลี่ยนผ่านเอสเอ็มอีให้ใช้พลังงานสะอาด อาทิ โซลาร์เซลล์ รวมทั้งสนับสนุนสินเชื่อเพิ่มสภาพคล่องธุรกิจ สินเชื่อปรับปรุงกระบวนการผลิต ปรับใช้พลังงานสะอาด

นายวราวุธ กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ SME D Bank ได้ขยายสินเชื่อครอบคลุมกลุ่มเอสเอ็มอี ในการขอสินเชื่อดอกเบี้ยอัตราพิเศษภายใต้โครงการ SME Green Productivity ซึ่งเป็นโครงการสินเชื่อนโยบายรัฐบาล ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 10 ปี วงเงินกู้สูงสุดรายละ 30 ล้านบาท มีวงเงิน 10,000 ล้านบาท

“โครงการนี้ไม่ใช่แค่การช่วยเรื่องเงินทุน แต่เป็นการยกระดับเอสเอ็มอีไทยสู่ “อุตสาหกรรมสีเขียว” เพื่อให้แข่งขันได้ในเวทีโลกตามกฎกติกาการค้าใหม่ที่เน้นสิ่งแวดล้อม โดยผู้ประกอบการสามารรถนำสินเชื่อไปเปลี่ยนยานพาหนะมาใช้พลังงานสะอาด รวมทั้งติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ เปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อใช้พลังงานสะอาด โดยยื่นคำขอได้แล้วจนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569” นายวราวุธ กล่าว

รายงานข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม แจ้งว่า นอกจากสินเชื่อ SME D Bank แล้ว กระทรวงอุตสาหกรรมยังมีกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ที่มีนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน อนุมัติ 2 โครงการวงเงินรวม 1,500 ล้านบาท ตามนโยบายช่วยเหลือเอสเอ็มอีของนายวราวุธ คือ 1.โครงการสินเชื่อเพื่อเพิ่มขีดความสามารถธุรกิจ หรือ “เสือติดปีก” รอบ 2 กรอบวงเงิน 1,000 ล้านบาท เน้นให้กู้ยืมเพื่อลงทุนในนวัตกรรมและเทคโนโลยี วงเงินสูงสุดไม่เกิน 15 ล้านบาทต่อราย ดอกเบี้ยคงที่ 3%-5% ต่อปี และ 2.โครงการสินเชื่อเสริมสภาพคล่องธุรกิจ หรือ “คงกระพัน” รอบ 2 กรอบวงเงิน 500 ล้านบาท เน้นรักษาสภาพคล่องเป็นเกราะป้องกันธุรกิจด้วยวงเงินสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5%-7% ต่อปี เปิดรับสมัครแล้วถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 หรือจนกว่าวงเงินจะเต็ม

นอกจากนี้เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 นายวราวุธ และคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรมได้ลงพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี เพื่อให้กำลังใจแก่พ่อค้าแม่ขาย และผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” ของกระทรวงพาณิชย์ ที่จัดขึ้น ณ โดมหลังที่ว่าการอำเภอเมืองสุพรรณบุรี เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของประชาชน โดยโครงการดังกล่าวจัดขึ้นพร้อมกันหลายจุดทั่วประเทศ มีการนำสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัด ส่งตรงจากผู้ผลิตหั่นราคาถึง 58% เพื่อส่งให้ถึงมือประชาชนในทุกจังหวัด ซึ่งที่ จ.สุพรรณบุรี ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าราคาประหยัดได้ทุกวันศุกร์ตลอดเดือนพฤษภาคม 2569

ทั้งนี้ นายวราวุธ ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เตรียมประสานกับโรงงานอุตสาหกรรมในการนำสินค้ามาตรฐานโรงงานราคาย่อมเยา ซึ่งอาจถูกกว่าท้องตลาด 30-40% มาจำหน่ายให้กับประชาชนโดยตรงอีกด้วย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top