533.jpg
จับกระแสพลังงาน : 05 พฤษภาคม 2569

จับกระแสพลังงาน : 05 พฤษภาคม 2569

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

จับกระแสพลังงาน : 04 พฤษภาคม 2569

**บมจ.ไทยออยล์...รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบรอบสัปดาห์นี้ (4 – 8 พ.ค. 69)....โดยระบุว่าราคาน้ำมันดิบยังคงผันผวนเนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ หลังจากสหรัฐฯ เตรียมแผนปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน ขณะที่อิหร่านส่งสัญญาณตอบโต้และรักษาอิทธิพลเหนือช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้อุปทานน้ำมันดิบโลกยังคงตึงตัว อย่างไรก็ดี สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนมีสัญญาณเชิงบวก แม้ยังมีการโจมตีต่อเนื่องในบางพื้นที่ นอกจากนี้ ตลาดจับตาการประชุมโอเปกพลัสที่อาจเพิ่มกำลังการผลิต ท่ามกลางการถอนตัวของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ การส่งออกของกลุ่มโอเปกพลัสที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ...


** นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้นำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2569 ให้เห็นชอบนโยบายการปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า (Progressive Rate) สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย  โดยมีข้อมูลจากแหล่งข่าวระบุว่าได้มีการกำหนดอัตราเป็นแบบขั้นบันได คือ ผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วย จ่ายค่าไฟฟ้า 3 บาทต่อหน่วย, ไม่เกิน 400 หน่วย จ่าย 3.60 บาทต่อหน่วย, ไม่เกิน 500 หน่วย จ่าย 4 บาทต่อหน่วย, ไม่เกิน 750 หน่วย จ่าย 4.50 บาทต่อหน่วย และไม่เกิน 2,000 หน่วย จ่าย 5.15 บาทต่อหน่วย....อีกสิ่งที่ที่น่าสนใจจากการสัมภาษณ์ของนายเอกนัฏคือ...การไปลดอัตราผลตอบแทนพิเศษ(แอดเดอร์ หรือ ฟีดอินทราลีฟ)...ที่ผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าได้รับอยู่ตอนนี้โยนายเอกนัฏมองว่าพวกผู้ผลิตไฟฟ้าได้รับประโยชน์ส่วนนี้มากมากพอแล้วจึงควรลดลงได้บ้าง...คำถามสำคัญคือที่นายเอกนัฏพูดมานนั้นมันเป็นเรื่องของข้อกฎหมาย...ในTORที่รัฐทำกับผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้ามันอนุญาตให้ทำได้หรือเปล่า???...และสิ่งที่รมว.พลังงานทำอยู่ตอนนี้ไม่ได้ไปแตะเรื่องโครงสร้างราคาค้าไฟฟ้าเลยแม้แต่น้อย...เพียงแค่โยนภาระของคนอีกกลุ่มไปให้คนอีกกลุ่มก็เท่านนั้น....”ค่าพร้อมจ่าย”....ทำไมไม่ไปรื้อ????

**  บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ร่วมกับบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC...ลงนามในบันทึกข้อตกลงเบื้องต้นซึ่งไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนในธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ (พอลิเอทิลีนและพอลิโพรพิลีน) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของซัพพลายเชน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและอุตสาหกรรมต่อเนื่องในประเทศไทย ด้วยโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร โดยผลการศึกษาการร่วมทุนจะขึ้นอยู่กับผลของการตรวจสอบสภาพกิจการ (due diligence) และการได้รับอนุมัติของบริษัททั้งสองและจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (หากต้องขออนุญาต) คาดว่าการศึกษาจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3 ปี 2569 โดยระหว่างนี้ ทั้งสองบริษัทยังคงดำเนินธุรกิจตามปกติอย่างเป็นอิสระต่อกัน...

** บมจ. บีซีพีจี....ได้ชี้แจงถึงการเข้าไปลงทุนในโครงการคลังจัดเก็บน้ำมันและท่าเทียบเรือ จังหวัดเพชรบุรีว่า เป็นลงทุนในรูปแบบการเข้าซื้อกิจการ โดยกำหนดให้ผู้ขายจัดตั้งบริษัทใหม่ คือ บริษัท เอเชียลิงค์ เทอมินัล จำกัด (“ALT”) และโอนเฉพาะสินทรัพย์ สิทธิ และสัญญาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจคลังจัดเก็บน้ำมันและท่าเทียบเรือทั้งหมดมาอยู่ ภายใต้ ALT เท่านั้น เพื่อให้การเข้าซื้อกิจการเป็นการรับโอนเฉพาะทรัพย์สินและสิทธิที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยตรง และแยกภาระหนี้สินหรือความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการดำเนินงานในอดีตของผู้ขายออกจากกิจการที่เข้าซื้อ เพื่อให้การประเมินมูลค่าและการดำเนินธุรกิจภายหลังการเข้าลงทุนสะท้อนศักยภาพของกิจการจริงโดยไม่ปะปนกับภาระในอดีต ภายหลังการโอนแล้วเสร็จ บริษัท บีซีพีจี เอ็นเนอร์ยี โลจิสติกส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของ ALT ซึ่งมีเพียงสินทรัพย์ สิทธิ และสัญญาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจดังกล่าว…การประเมินมูลค่าการลงทุนเป็นไปตามหลักการลงทุนทางธุรกิจทั่วไป โดยพิจารณาจากความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดของกิจการ ซึ่งเกิดจากสินทรัพย์ที่สามารถให้บริการได้ และสัญญาเช่าคลังระยะยาวที่ก่อให้เกิดรายได้ระยะยาวในอนาคต การลงทุนดังกล่าวจึงเป็นการพิจารณาบนฐานของกระแสเงินสดและรายได้ที่กิจการสามารถสร้างได้ ไม่ใช่มูลค่าทางกายภาพของสินทรัพย์ โดยปัจจุบัน ALT มีรายได้ประมาณ 900 ล้านบาทต่อปี…

**  ตัวเลขจากกรมธุรกิจพลังงาน  กระทรวงพลังงาน ...พบว่า การจำหน่ายน้ำมันดีเซลเฉลี่ยในเดือนมีนาคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดเหตุการณ์สงครามในตะวันออกกลาง อยู่ที่ 77.0 ล้านลิตรต่อวัน  เพิ่มสูงขึ้นจากช่วงภาวะปกติในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่เฉลี่ยอยู่ที่ 68.5 ล้านลิตรต่อวัน และเฉลี่ยของเดือนมกราคม ซึ่งอยู่ที่ 66.9 ล้านลิตรต่อวัน  ส่วน กลุ่มเบนซิน โดยตัวเลขเฉลี่ยในเดือนมีนาคม อยู่ที่ 32.8 ล้านลิตร ในขณะที่ตัวเลขเฉลี่ยเดือนกุมภาพันธ์ อยู่ที่ 33.4 ล้านลิตรต่อวัน และเฉลี่ยของเดือนมกราคม อยู่ที่ 32.6 ล้านลิตรต่อวัน... !! ยอดจำหน่ายน้ำมันดีเซลที่เปลี่ยนแปลงไปเปรียบเทียบระหว่างช่วงภาวะปกติกับช่วงที่มีวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง ต่างกัน ประมาณ 8-10 ล้านลิตรต่อวัน หรือคิดเป็นยอดการจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นตลอดทั้งเดือนมีนาคมเทียบกับเดือนมกราคม ประมาณ 300 ล้านลิตร....ในขณะที่ ยอดจำหน่ายดีเซลเฉลี่ยของเดือน เมษายน (1-28 เม.ย.) อยู่ที่ 54.3 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งปรับลดลงมาค่อนข้างมากจากเดือนมีนาคม โดยมีส่วนต่างประมาณ 22.7 ล้านลิตรต่อวัน  หรือคิดเป็นปริมาณทั้งเดือนกว่า 681 ล้านลิตร ส่วนกลุ่มเบนซิน เฉลี่ยอยู่ที่  27.4 ล้านลิตรต่อวันลดลงจากเดือนมีนาคมประมาณ 5.4 ล้านลิตรต่อวัน…** 

 

** กระบองเพชร**


++++++++++++++++++++++++++++++

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top