533.jpg
กนง. คงดอกเบี้ยอยู่ที่ 1.00% เงินเฟ้อมีแนวโน้มสูง

กนง. คงดอกเบี้ยอยู่ที่ 1.00% เงินเฟ้อมีแนวโน้มสูง

วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.42 น.

กนง. คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย โดยเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอลงจากผลของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อที่ปรับสูงขึ้นเป็นผลจากปัจจัยชั่วคราวด้านอุปทานเป็นหลัก

กนง. มองเศรษฐกิจระยะข้างหน้ามีแรงกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่ยังคงคาดการณ์ปี 69 ส่วนหนึ่งจากแรงหนุนของการลงทุนภาครัฐ โดยในกรณีฐานประเมินว่าสถานการณ์จะคลี่คลายในช่วงครึ่งแรกของปี 69 โดยผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจจะเริ่มเห็นชัดเจนตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 69 จนถึงครึ่งแรกของปี 70 ผ่านภาระต้นทุนภาคธุรกิจที่สูงขึ้น กำลังซื้อของภาคครัวเรือนที่ถูกบั่นทอนลง และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลงจากข้อจำกัดการเดินทาง ขณะที่การส่งออกสินค้าคาดว่าจะขยายตัวได้ดีตามความต้องการสินค้าเทคโนโลยีโลก ท่ามกลางการนำเข้าที่เร่งตัวสูงขึ้น ประกอบกับแรงขับเคลื่อนจากการลงทุนภาครัฐจะส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจ ทั้งนี้หากสถานการณ์ความขัดแย้งยืดเยื้อ เศรษฐกิจมีความเสี่ยงเพิ่มเติมจากปัญหา Supply disruption ที่รุนแรงขึ้น ซึ่งจะกระทบต่อการผลิตและการจ้างงาน


ส่วนอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น ตามทิศทางราคาพลังงานและการส่งผ่านต้นทุน โดยประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มอยู่เหนือกรอบเป้าหมายตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ปี 69 จนถึงไตรมาสที่ 1 ปี 70 ก่อนที่ปัจจัยด้านอุปทานทยอยคลี่คลาย ทั้งนี้ประเมินว่าราคาน้ำมันจะอยู่ในระดับสูงช่วงครึ่งแรกของปี 69 ก่อนจะปรับลดลงในช่วงครึ่งปีหลัง โดยคาดว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยปี 69 อยู่ที่ 100 USD/BBL

ทั้งนี้ กนง. มองว่าหากสถานการณ์คลี่คลาย อัตราเงินเฟ้อจะไม่ค้างในระดับสูงเป็นเวลานาน เนื่องจากแรงกดดันเงินเฟ้อด้าน Demand pull มีจำกัด ตามภาวะเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวได้ต่ำกว่าศักยภาพ แต่ยังคงต้องติดตามความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการส่งผ่านราคาและเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลางที่จะเป็นสัญญาณให้ กนง.ปรับน้ำหนักสู่การรักษากรอบเป้าหมายเงินเฟ้อมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม Krungthai COMPASS คาดว่า กนง. มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.0% ตลอดทั้งปี ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ ซึ่งเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มสูงกว่ากรอบเป้าหมายนั้น มาจากปัจจัยชั่วคราวด้านอุปทานเป็นหลัก

หากเทียบกับช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครนปี 2565 ที่ผ่านมาซึ่งธนาคารกลางหลายแห่งเข้าสู่ hiking cycle โดย กนง. ปรับขึ้นดอกเบี้ยรวมทั้งสิ้น 2.0% จากเงินเฟ้อที่แตะระดับสูงสุดราว 8.0% และเริ่มขึ้นดอกเบี้ยหลังจากเงินเฟ้ออยู่เหนือกรอบเป้าหมาย 7 เดือน บ่งชี้ว่าการตัดสินใจดังกล่าวจำเป็นต้องพิจารณาถึงข้อมูลที่ต้องอาศัยระยะเวลาในการส่งผ่าน และมีผลต่อเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลาง ขณะที่ กนง. ประเมินว่าเหตุการณ์ตะวันออกกลางล่าสุดเป็นปัจจัยชั่วคราวและไม่ส่งผลต่อเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลาง กนง. จึงมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อไปในระยะข้างหน้า อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลางและเงินเฟ้อพื้นฐานซึ่งอาจปรับตัวสูงขึ้นกว่าที่ประเมินไว้ และอาจทำให้ กนง. ต้องทบทวนทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ยังมีความเสี่ยงที่จะต้องติดตาม 2 ประเด็น กล่าวคือ 1) ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อจนนำไปสู่ภาวะชะงักงันของห่วงโซ่อุปทานรุนแรงและขยายวงจากสถานการณ์ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะขาดแคลนวัตถุดิบในภาคการผลิตและกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะ SMEs ที่เปราะบางและมี cushion จำกัดในการปรับตัวต่อค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น 2) พัฒนาการของเหตุการณ์และผลกระทบที่มีต่อค่าเงินบาท โดยไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูง การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันจะกระทบต้นทุนพลังงานและดุลบัญชีเดินสะพัด โดยล่าสุดนักวิเคราะห์ปรับลดมุมมองต่อฐานะดุลบัญชีเดินสะพัดปี 69 ของไทยมากที่สุดเมื่อเทียบกับภูมิภาค ซึ่งอาจสะท้อนถึงแรงกดดันค่าเงินบาทให้อ่อนค่าในระยะข้างหน้า และจะซ้ำเติมต้นทุนการนำเข้าพลังงาน ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้การบริหารนโยบายเศรษฐกิจมีความยากลำบากมากขึ้น

- 030 

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top