533.jpg
ไทยออยล์’ ไตรมาสแรกกำไรกว่า 1.9 หมื่นล้าน เร่งถกรัฐปลดล็อคส่งออกน้ำมันหลังสต็อกล้น

ไทยออยล์’ ไตรมาสแรกกำไรกว่า 1.9 หมื่นล้าน เร่งถกรัฐปลดล็อคส่งออกน้ำมันหลังสต็อกล้น

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.23 น.

   นายพงษ์พันธุ์ อมรวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิ 19,481 ล้านบาท มีปัจจัยสนับสนุนหลักจากกำไรจากสต็อกนํ้ามันสุทธิจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าสินค้าคงเหลือ 16,746 ล้านบาท สอดคล้องกับการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของราคานํ้ามันดิบและน้ำมันสําเร็จรูปในตลาดโลก อันเป็นผลจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประกอบกับการดำเนินธุรกิจปกติของไทยออยล์มีการจัดซื้อน้ำมันดิบล่วงหน้า 1-2 เดือนก่อนเดือนที่จะใช้ผลิต ส่งผลให้ต้นทุนน้ำมันทางบัญชีในไตรมาส 1/2569 เป็นต้นทุนที่ยังไม่ได้สะท้อนผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันในช่วงความขัดแย้งอย่างเต็มที่ 

 


   ทั้งนี้กำไรจากสต็อกน้ำมันดังกล่าวเป็นรายการชั่วคราวและอาจพลิกเป็นขาดทุนจากสต็อกน้ำมันได้ในอนาคตหากราคาน้ำมันปรับตัวลดลงเมื่อสถานการณ์คลี่คลายนอกจากนั้น ไทยออยล์ยังมีกําไรพิเศษจากการซื้อคืนหุ้นกู้   2,436 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ไทยออยล์มีการรับรู้ค่าใช้จ่ายและขาดทุนอื่นๆ อีก 6,628 ล้านบาท หากตัดรายการดังกล่าวข้างต้นออกไปแล้ว ไทยออยล์จะมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของกลุ่ม6,927 ล้านบาท โดยคิดเป็นกำไรสุทธิจากการดำเนินธุรกิจการกลั่นน้ำมัน 4,136 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.9 บาทต่อลิตร

 

   นายพงษ์พันธุ์ กล่าวว่า แนวโน้มในไตรมาส 2/2569 ไทยออยล์ประเมินว่าสถานการณ์ยังคงมีความน่ากังวลและอาจเผชิญกับความผันผวนในทิศทางตรงกันข้ามกับไตรมาส1/2569 ส่งผลให้มีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังดังนี้ 1.ความเสี่ยงจากการรับรู้ผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน ตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป เนื่องจากน้ำมันดิบที่จัดซื้อล่วงหน้าเพื่อคงกำลังการกลั่นในระดับสูงสุดในช่วงที่สถานการณ์ความตึงเครียดทวีความรุนแรง (มี.ค. - เม.ย. 2569) เป็นช่วงที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นมากและมีความผันผวนสูงหากหลังจากนี้สถานการณ์คลี่คลายจะส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง และเกิดผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันในอนาคต

 

2. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง โดย ไทยออยล์มีภาระเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้นประมาณ 18,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการจัดซื้อน้ำมันดิบที่มีราคาปรับเพิ่มสูงขึ้นรวมทั้งผลกระทบจากการปรับลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นลง 2-5 บาทต่อลิตร ในช่วงวันที่ 9เม.ย. –     19 พ.ค. 2569 ส่งผลให้กระแสเงินสดลดลงประมาณ 2,800 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมียอดเงินชดเชยค้างรับจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวน 10,314 ล้านบาท (ณ วันที่ 5 พ.ค.2569) ส่งผลให้กระแสเงินสดลดลง ซึ่งไทยออยล์ได้รับเงินชดเชยคืนเป็นระยะๆ โดยจากข้อมูลในอดีต ในช่วงสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ระยะเวลารับคืนเงินชดเชยประมาณ 1-2 ปี

 

“จากปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้สภาพคล่องของไทยออยล์ลดลงรวมประมาณ 31,000 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมภาระต้นทุนทางการเงินและดอกเบี้ยจ่ายที่ต้องแบกรับเพิ่มขึ้นกว่า 900 ล้านบาท ต้นทุนที่เกิดขึ้นไม่ใช่ต้นทุนจากการดำเนินธุรกิจตามปกติ และไม่ได้ส่งผ่านในราคาน้ำมันให้เป็นภาระของผู้บริโภค แต่เป็นต้นทุนจากการลดความเสี่ยงของประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศจะไม่เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมัน”นายพงษ์พันธุ์ กล่าว


3.ความเสี่ยงจากความผันผวนของความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูป โดยมาจากการสูญเสียโอกาสทางรายได้จากข้อจำกัดการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปในช่วงที่ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง ทำให้ไทยออยล์ไม่สามารถจำหน่ายน้ำมันอากาศยานและน้ำมันดีเซลไปยังตลาดต่างประเทศได้ ประกอบกับความต้องการใช้น้ำมันในประเทศที่ชะลอตัว ส่งผลให้ต้องปรับแผนการจำหน่ายไปในช่วงที่ราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวลดลง

   รวมทั้งการลดกำลังการผลิต ท่ามกลางความผันผวน ไทยออยล์ยังคงรักษากำลังการผลิตในระดับสูงอย่างต่อเนื่องเพื่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ขณะที่การส่งออกน้ำมันยังจำกัด ส่งผลให้ระดับน้ำมันสำเร็จรูปคงคลังเพิ่มขึ้นจนเข้าใกล้ระดับสูงสุด อาจจำเป็นต้องพิจารณาปรับลดกำลังการผลิตในระยะเวลาอันสั้นนี้ เพื่อบริหารจัดการสต็อกให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและปลอดภัย
 และการขาดทุนจากการจำหน่ายน้ำมันดิบ เนื่องจากการเร่งจัดหาน้ำมันดิบล่วงหน้าภายใต้สถานการณ์ที่ตึงเครียด เพื่อให้มั่นใจว่าโรงกลั่นสามารถเดินเครื่องได้เต็มกำลังตลอดเวลา ทำให้ไทยออยล์อาจจำเป็นต้องจำหน่ายน้ำมันดิบส่วนหนึ่งตามราคาตลาด ณ เวลานั้น ถึงแม้ว่าจะมีราคาต่ำกว่าต้นทุนจัดซื้อ ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการขาดทุนทางบัญชี

   นายพงษ์พันธุ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ภาครัฐลดราคาหน้าโรงกลั่นลง 2-5 บาทต่อลิตร ในช่วงวันที่ 9 เม.ย.–19 พ.ค. 2569 ซึ่งไทยออยล์เชื่อว่าจะเป็นมาตรการะยะสั้น มาจากค่าการกลั่นย้อนหลัง ซึ่งทางสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) คำนวนตัวเลขนี้ออกมา แต่ที่ผ่านมาค่าพรีเมียมน้ำมันดิบ จากเดิมก่อนสงครามจะอยู่ที่ 1-2 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แต่หลังสงครามกระโดดขึ้นไปอยู่ที่ 3-10 เท่า และสูงสุด 25 เท่า รวมถึงค่าระวางขนส่งที่เพิ่มขึ้น จากเดิม 1-2 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แต่หลังสงครามขึ้นไป 4-6 เท่า และสูงสุด 9 เท่า ซึ่งทาง สนพ.ไม่ได้นำค่าใช้จ่ายมาคำนวนทั้งหมด จึงเป็นเงินก้อนที่นำมาลดราคาน้ำมันดีเซลลงได้ หากยังมีความจำเป็นที่ภาครัฐต้องการลดค่าการกลั่นอีก ไทยออยล์ก็พร้อมให้ความร่วมมือ ทั้งนี้หากภาครัฐจะลดราคาหน้าโรงกลั่นเพิ่มอีก คงต้องพิจารณาภาพรวมให้ดี ส่วนจะขอค่าการกลั่นที่ลดลงไปก่อนหน้านี้คืนหรือไม่นั้น ยังอยู่ในกระบวนการที่พิจารณากันต่อไป

   ส่วนกรณีด้านมาตรการห้ามส่งออกน้ำมันนั้น ทางโรงกลั่นฯ ได้เร่งเจรจากับภาครัฐ เพื่อขอให้โรงกลั่นสามารถส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปโดยเฉพาะดีเซลและเจท เพื่อช่วยลดปัญหาน้ำมันล้นถัง ซึ่งปัจจุบันหลายประเทศในเอเชีย เช่น จีน เวียดนาม ก็มีการผ่อนปรนส่งออกร้ำมันสำเร็จรูปกันแล้ว อย่างไรก็ตามหากรัฐยังกังวลเรื่องความมั่นคงและไม่อนุญาตให้มีการส่งออกน้ำมัน คาดว่าโรงกลั่นไทยออยล์คงต้องปรับลดกำลังการกลั่นลง ส่งผลกระทบต่อวัตถุดิบอะโรเมติกส์ และโซลเว้นท์ที่ต้องลดลงด้วยทำให้กระทบต่อลูกค้าที่รับซื้อต่อไป กระทบต่อรายได้จากข้อจำกัดการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปในช่วงที่ราคาน้ำมันอยู่ในร◌ืนายพงษ์พันธ นายพงษ์พันธุ์ กล่าวว่า ไทยออยล์ยังคงบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างรอบคอบภายใต้บทบาทการเป็นเสาหลักด้านความมั่นคงทางพลังงานของประเทศพร้อมลดผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนอย่างเต็มความสามารถ โดยดำเนินการจัดหาน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงที่ราคาน้ำมันดิบและต้นทุนการจัดหาน้ำมันดิบสูง ทั้งนี้ ผลกระทบจะทยอยสะท้อนในผลการดำเนินงานในไตรมาสถัดๆ ไป ส่งผลให้ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 และในครึ่งปีหลังมีความไม่แน่นอนสูง ขึ้นอยู่กับทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก อุปสงค์และอุปทานของน้ำมัน หากราคาน้ำมันมีการปรับฐานลงหลังจากสถานการณ์คลี่คลาย จะส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานและสภาพคล่องของกลุ่มไทยออยล์


อย่างไรก็ตามไทยออยล์มุ่งมั่นรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศเป็นพันธกิจหลัก ดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล บริหารจัดการความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น

 

-032

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top