วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) ถึงผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2569 ว่ามีกำไรสุทธิที่ 19,481 ล้านบาท พุ่งสูงขึ้นถึง 455.9% จากช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน และ 776.0 % จากไตรมาสก่อน โดยมี EBITDA อยู่ที่ 31,641 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25,179 ล้านบาท โดยสาเหตุสำคัญเกิดจากค่าการกลั่น (GRM) หรือกำไรขั้นต้นจากการผลิตของกลุ่มไม่รวมผลกระทบจากสต๊อกนํ้ามัน ที่ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 14.8 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และการรับรู้กำไรจากสต็อกน้ำมัน (Stock Gain) กว่า 22,557 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายรวมทั้งสิ้น 114,809 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 8.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 5.4% จากไตรมาสที่ผ่านมา ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากราคาขายผลิตภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก โดยบริษัทสามารถรักษาระดับการผลิตไว้ได้ที่ 314 พันบาร์เรลต่อวัน ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ด้านพงษ์พันธุ์ อมรวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ หรือ TOP กล่าว่ากำไรที่เห็นช่วงต้นปีอาจไม่ยั่งยืน เพราะเมื่อราคาน้ำมันลง เราจะเจอขาดทุนสต็อก (Stock Loss) ในไตรมาสถัดๆ ไปตามกลไกตลาด เหมือนช่วงสงครามยูเครน โดยหากราคาน้ำมันดิบลดลงตามคาด กำไรจากสต็อกในไตรมาส 1 จะกลับกลายเป็นขาดทุนสต็อก ในไตรมาส 3 และค่าการกลั่นอาจติดลบได้ อีกประเด็น สำคัญคือผลกระทบด้านสภาพคล่อง ซึ่งราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นทำให้บริษัทต้องใช้เงินเพิ่มขึ้นทันทีประมาณ 18,000 ล้านบาท สำหรับซื้อน้ำมันดิบ ขณะเดียวกัน มาตรการลดราคาหน้าโรงกลั่นช่วยประชาชนจากการปรับลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นลง 2-5 บาทต่อลิตร ในช่วงวันที่ 9 เม.ย. – 19 พ.ค. 2569 ส่งผลให้กระแสเงินสดลดลงประมาณ 2,800 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมียอดเงินชดเชยค้างรับจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวน 10,314 ล้านบาท (ณ วันที่ 5 พ.ค. 2569) ส่งผลให้กระแสเงินสดลดลง ซึ่งไทยออยล์ได้รับเงินชดเชยคืนเป็นระยะๆ โดยจากข้อมูลในอดีต ในช่วงสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ระยะเวลารับคืนเงินชดเชยประมาณ 1-2 ปี จากปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้สภาพคล่องของไทยออยล์ลดลงรวมประมาณ 31,000 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมภาระต้นทุนทางการเงินและดอกเบี้ยจ่ายที่ต้องแบกรับเพิ่มขึ้นกว่า 900 ล้านบาท ต้นทุนที่เกิดขึ้นไม่ใช่ต้นทุนจากการดำเนินธุรกิจตามปกติ และไม่ได้ส่งผ่านในราคาน้ำมันให้เป็นภาระของผู้บริโภค แต่เป็นต้นทุนจากการลดความเสี่ยงของประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศจะไม่เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมัน
นายพงษ์พันธุ์ กล่าวอีกว่าสิ่งที่บริษัทกำลังเผชิญในขณะนี้ ถือเป็นความท้าทายสูงสุดของอุตสาหกรรมพลังงานจากความผันผวนด้านภูมิรัฐศาสตร์โลก โดยเฉพาะความไม่สงบในตะวันออกกลางที่กระทบต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบและโครงสร้างตลาดพลังงานโลกโดยตรง ซึ่งหลังเกิดเหตุความไม่สงบ บริษัทไม่สามารถรับน้ำมันดิบจากอ่าวเปอร์เซียได้ตามปกติ จึงต้องเร่งปรับแผนจัดหาน้ำมันดิบใหม่ทั้งหมด โดยช่วงเดือนมี.ค.จนถึงปัจจุบัน บริษัทเดินเครื่องกลั่นเต็มกำลังต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญต้นทุนน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นรุนแรง โดยในช่วงพีกราคาน้ำมันดิบดูไบ ซึ่งเป็นราคาอ้างอิงหลักพุ่งขึ้นไปแตะระดับ 170 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และยังถูกบวกค่าพรีเมียมเพิ่มอีกเกือบ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้ต้นทุนน้ำมันดิบที่บริษัทซื้อมากลั่นในช่วง 2 เดือนถัดมาอยู่ในระดับสูงมาก
“ หนึ่งในต้นทุนสำคัญที่เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงคือค่าพรีเมียมน้ำมันดิบ (Crude Premium) โดยปกติการ ซื้อน้ำมันดิบจะอ้างอิงราคาดูไบหรือเบรนท์ บวกค่าพรีเมียมเล็กน้อยเพียง 1-2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่หลังเกิดวิกฤติ การปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันกว่า 20% ของโลก ทำให้ซัพพลายหายไปทันที ผู้ผลิตจึงสามารถปรับขึ้นราคาพรีเมียมได้อย่างรุนแรงในช่วงพีก ค่าพรีเมียมพุ่งสูงถึง 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และมีการปรับขึ้นแทบรายชั่วโมงเพราะกว่าบริษัทจะตกลงราคาซื้อได้ ราคาตลาดก็ขยับขึ้นอีกแล้ว แม้ปัจจุบันค่าพรีเมียมเริ่มลดลงมาอยู่ที่ 10-20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ยังถือว่าสูงกว่าระดับปกติหลายเท่าตัว “นายพงษ์พันธุ์ กล่าว
นอกจากต้นทุนน้ำมันดิบและค่าพรีเมียมแล้ว ไทยออยล์ยังต้องเผชิญค่าขนส่งทางทะเลที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นรุนแรง โดยค่าระวางเรือบางช่วงเพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่าเมื่อเทียบกับก่อนสงคราม ขณะเดียวกัน โรงกลั่นหลายแห่งในภูมิภาคเอเชีย เช่น ไต้หวันและญี่ปุ่น เลือกลดกำลังการผลิตลง เพราะกังวลว่าหากราคาน้ำมันดิบสูงเกินไป แล้วราคาตลาดปรับลดเร็ว อาจขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน แต่ไทยออยล์เลือกเดินสวนทาง ด้วยการเดินเครื่องเต็มกำลังเพื่อให้มีน้ำมันเพียงพอในประเทศ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี