วันเสาร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
นายพีระศักดิ์ บุญมีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM ผู้นำธุรกิจอาหารสัตว์น้ำและสัตว์เศรษฐกิจของไทย เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมกุ้งไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจากการแข่งขันด้านราคาไปสู่การแข่งขันด้านประสิทธิภาพ คุณภาพ และความยั่งยืน ท่ามกลางแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบ กติกาสิ่งแวดล้อมใหม่ และมาตรฐานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ที่เข้มงวดขึ้น ขณะเดียวกันตลาดอาหารทะเลพรีเมียมทั่วโลก โดยเฉพาะสหรัฐฯและยุโรป เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตกุ้งที่มีมาตรฐานความยั่งยืนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ สามารถเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มพรีเมียมได้
ทั้งนี้ TFM วาง Game Plan ระยะยาว โดยเน้นเติบโตไปพร้อมเกษตรกร ผ่านงานวิจัยและพัฒนาสูตรอาหารสัตว์น้ำ คัดเลือกวัตถุดิบคุณภาพสูง สนับสนุนเกษตรกรด้านความรู้และโอกาสทางการตลาด พร้อมแนวทาง “Lower Carbon Aquaculture” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับอุตสาหกรรมกุ้งไทยสู่ตลาดพรีเมียมโลก ปัจจุบัน TFM ครองส่วนแบ่งตลาดอาหารกุ้งในไทยประมาณ 25% จากตลาดรวมมูลค่า 400,000 ตันต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความแข็งแกร่งด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ การพัฒนาสูตรอาหาร และการทำงานร่วมกับเกษตรกรอย่างใกล้ชิดของ TFM ขณะที่ธุรกิจอาหารปลา ซึ่งรวมถึงอาหารปลากะพง อาหารปลานิล และอาหารกบ ยังคงเป็นอีกหนึ่งธุรกิจหลัก คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 30% ของรายได้รวม โดย TFM ยังคงเป็นผู้นำตลาดอาหารปลากะพงและอาหารกบของไทย
สำหรับภาพรวมตลาดโลก อุตสาหกรรมกุ้งยังมีศักยภาพเติบโตสูง จากความต้องการบริโภคกุ้งที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 2568 ประเทศผู้ผลิตและส่งออกกุ้งชั้นนำ ได้แก่ เอกวาดอร์ อินเดีย เวียดนาม อินโดนีเซีย และไทย มีปริมาณผลผลิตกุ้งส่งออกรวมประมาณ 3 ล้านตันต่อปี และมีมูลค่าการส่งออกรวมกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (อ้างอิงข้อมูลจากหน่วยงานด้านการค้าระหว่างประเทศและอุตสาหกรรมประมงของแต่ละประเทศ) สะท้อนโอกาสสำคัญของตลาดอาหารสัตว์น้ำ TFM จึงเดินหน้าขยายการลงทุนสู่ตลาดโลก ภายใต้กลยุทธ์ “Win in Thailand - Expand in Indonesia - Next Wave of Growth” โดยมุ่งรักษาความแข็งแกร่งในไทย ขยายตลาดในอินโดนีเซีย และต่อยอดการเติบโตสู่ตลาดใหม่ระดับโลก
ทั้งนี้การลงทุนในเอกวาดอร์ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการลงนามสัญญาผู้ถือหุ้น (Shareholders’ Agreement) ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการจัดตั้งบริษัท และเปิดเผยพันธมิตรรายอื่นเพิ่มเติมนอกเหนือจาก AVANTI คาดใช้เวลาประมาณ 2 เดือน โดย TFM จะเป็นผู้ถือหุ้นหลัก ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเตรียมที่ดินและเครื่องจักร โรงงานใหม่ใช้งบลงทุนรวม 400-500 ล้านบาท เงินลงทุนของ TFM เป็นไปตามสัดส่วนการถือหุ้น คาดจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2571 ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตได้อีกถึง 80% จากปัจจุบัน 253,200 ต้นต่อปี เพื่อรองรับความต้องการอาหารสัตว์น้ำโลก
โดยการลงทุนที่เอกวาดอร์ถือเป็นโอกาสสำคัญ เนื่องจากเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของโลก และมีอัตราการเติบโตสูง โดย TFM จะนำความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคและการสนับสนุนเกษตรกร (Technical Support) ไปปรับใช้ ซึ่งเป็นสิ่งที่คู่แข่งในพื้นที่ยังขาดอยู่ พร้อมตั้งเป้ารายได้รวมแตะ 10,000 ล้านบาท ภายในปี 2573 และสัดส่วนรายได้จากตลาดต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นจาก 10% ในปี 2568 เป็น 50% ในปี 2573 เมื่อโครงการในเอกวาดอร์และอินโดนีเซียดำเนินการได้ตามเป้าหมาย
สำหรับผลการดำเนินงาน TFM ไตรมาส 1/2569 มีรายได้จากการขาย 1,325 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 148 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.9% แม้เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนปลาป่นที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 31% แต่ยังคงสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ 20.0% และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 11.1% สะท้อนความสามารถในการบริหารต้นทุนและการปรับ Product Mix สู่สินค้ามูลค่าเพิ่มสูง โดยธุรกิจอาหารกุ้ง คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 66.4% และมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 21.9% ส่วนโครงสร้างรายได้ตามภูมิภาค รายได้หลักยังมาจากไทย คิดเป็นสัดส่วน 90.4% ของรายได้รวม และเติบโต 13.9% จากปีก่อน สะท้อนการฟื้นตัวของตลาดอาหารกุ้งและการขยายส่วนแบ่งตลาดในประเทศ ขณะที่รายได้จากอินโดนีเซีย คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 7.8% ส่วนที่เหลือมาจากศรีลังกาและตลาดอื่นๆ โดยในปี 2569 นี้ TFM ตั้งเป้ารายได้รวมเติบโต 8-10% จากปี 2568 ที่มีรายได้รวม 6,035 ล้านบาท พร้อมรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นที่ 18-20%
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี