วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
กรมการค้าต่างประเทศ (คต.) เผยผลการหารือระหว่างทีมไทยแลนด์กับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) โดยฝ่ายไทยยืนยันสินค้าไทยปลอดแรงงานบังคับ ซึ่งไทยมีการบังคับใช้กฎหมายแรงงานอย่างเข้มงวด และไม่มีกำลังการผลิตส่วนเกินในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องจักรและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ตามที่ถูกกล่าวหา ส่วนการส่งสินค้าผ่านแดน มีการกำกับดูแลอย่างเข้มงวดร่วมกับศุลกากรสหรัฐฯ พร้อมย้ำ “ไทยเป็นพันธมิตรการค้า ไม่ใช่ภัยคุกคามทางการค้า”
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการหารือระดับเทคนิคกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เมื่อวันที่ 13-14 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยมี ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เป็นหัวหน้าคณะ พร้อมด้วยหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงแรงงาน กระทรวงการต่างประเทศ กรมศุลกากร และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ว่า ได้ทำการชี้แจงข้อเท็จจริงต่อข้อกล่าวหาของสหรัฐฯ ในประเด็นแรงงานบังคับ (forced labor import ban) และกำลังการผลิตส่วนเกิน (excess capacity) ภายใต้การไต่สวนตาม Section 301 ของ Trade Act of 1974
ทั้งนี้ไทยได้เน้นย้ำต่อ USTR ว่า ห่วงโซ่อุปทานสินค้าของไทยปลอดแรงงานบังคับ โดยไทยมีการบังคับใช้กฎหมายแรงงานอย่างเข้มงวด และสินค้าส่งออกของไทยได้รับการตรวจสอบและรับรองจากผู้ซื้อในสหรัฐฯ รวมถึงองค์กรเอกชนระหว่างประเทศว่าเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดและปราศจากแรงงานบังคับ และไทยยังอยู่ระหว่างการจัดทำกฎหมาย Human Rights Due Diligence (HRDD) เพื่อยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่คู่ค้าในระยะยาว และหลังจากหารือทั้ง 2 ฝ่ายยังเห็นพ้องถึงความสำคัญของความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในการป้องกันแรงงานบังคับตลอดห่วงโซ่อุปทาน
สำหรับประเด็นเรื่องกำลังการผลิตส่วนเกิน ซึ่งสหรัฐฯแสดงความกังวลว่าอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ไทยขยายการส่งออกไปยังสหรัฐฯ จนส่งผลให้สหรัฐฯขาดดุลการค้ากับไทยในระดับสูง ฝ่ายไทยได้ยืนยันว่า ไทยยึดมั่นในระบบการค้าเสรีและกลไกตลาด โดยการผลิตและการลงทุนเป็นการตัดสินใจของภาคเอกชนตามภาวะตลาดและโอกาสทางธุรกิจ ภาครัฐไม่มีนโยบายกำหนดเป้าหมายการผลิต แต่มีบทบาทในการอำนวยความสะดวกและกำกับดูแลให้เกิดการแข่งขันที่โปร่งใสและเป็นธรรม พร้อมยืนยันว่าไทยไม่มีกำลังการผลิตส่วนเกินในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ถูกกล่าวหา ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์ยาง และเครื่องจักรและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์
ส่วนประเด็นเรื่องของข้อกังวลเกี่ยวกับการส่งผ่านสินค้า (Transhipment) กรมการค้าต่างประเทศ (คต.) ได้ย้ำถึงความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานศุลกากรสหรัฐฯ ในการเฝ้าระวังและป้องปรามการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้า รวมถึงการยกระดับมาตรการตรวจรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าสินค้าจากไทยเป็นสินค้าที่ผ่านการแปรสภาพอย่างเพียงพอตามหลักเกณฑ์ที่สหรัฐฯกำหนด
“การหารือกันในครั้งนี้ เป็นไปด้วยบรรยากาศที่สร้างสรรค์และเป็นมิตร โดยฝ่ายไทยได้เน้นย้ำว่า ไทยและสหรัฐฯเป็นพันธมิตรทางการค้าที่มีผลประโยชน์ร่วมกันมาอย่างยาวนาน ไทยเป็นส่วนสำคัญในห่วงโซ่อุปทานของสหรัฐฯ และสินค้าจากไทยเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคสหรัฐฯ จึงไม่ใช่ภัยคุกคามทางการค้า พร้อมยืนยันความพร้อมที่จะร่วมมือกับสหรัฐฯอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การค้าระหว่าง 2 ประเทศดำเนินไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และยั่งยืนต่อไป”นางอารดา กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี