Logo วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / โลกธุรกิจ
จีเอ็มแอล ผนึกกำลังพันธมิตร เตรียมจัดงาน DronTech Asia 2026 เวทียกระดับ โดรน

จีเอ็มแอล ผนึกกำลังพันธมิตร เตรียมจัดงาน DronTech Asia 2026 เวทียกระดับ โดรน

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 19.02 น.
Tag : จีเอ็มแอล DronTech Asia 2026
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

"จีเอ็มแอล" ผนึกกำลังพันธมิตร เตรียมจัดงาน "DronTech Asia 2026" เวทียกระดับ "โดรน" สู่เครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจมูลค่าสูงและความมั่นคงของไทย

“จีเอ็มแอล” ผู้จัดงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติชั้นนำ ผนึกกำลัง  CAAT depa  กรมวิชาการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ GISTDA และ World UAV Federation เตรียมจัดงาน DronTech Asia 2026 ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 11 – 13 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี คาดสร้างมูลค่าทางธุรกิจจากการจัดงานรวมกว่า 350 ล้านบาท ผ่านการเจรจาธุรกิจ การลงนามความร่วมมือ และการถ่ายทอดเทคโนโลยี พร้อมดึงผู้แสดงสินค้ากว่า 150 ราย และผู้เข้าร่วมงานระดับมืออาชีพจากภาครัฐ อุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา และหน่วยงานด้านความมั่นคงในอาเซียน มั่นใจตลอดการจัดงานมีผู้ชมไม่น้อยกว่า 5,000 คน


นายมนู เลียวไพโรจน์ ประธานบริษัท GML Exhibition (Thailand) Co., Ltd. กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดโดรนเชิงพาณิชย์ทั่วโลกมีมูลค่าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย Grand View Research รายงานว่าตลาดโดรนทั่วโลกในปี 2568 มีมูลค่าราว 84,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดการณ์ว่าจะเติบโตสู่ระดับ 182,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2576 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 9.5 ต่อปี โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการบูรณาการ AI ระบบอัตโนมัติ และโครงสร้างพื้นฐาน 5G ที่ทำให้โดรนสามารถปฏิบัติภารกิจซับซ้อนได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ทั้งนี้ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกถูกจัดให้เป็นตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด จากปัจจัยการขับเคลื่อนเกษตรกรรมแม่นยำ การพัฒนาการป้องกันประเทศ และเศรษฐกิจดิจิทัล อุตสาหกรรมโดรนจึงไม่ใช่เทคโนโลยีแห่งอนาคตอีกต่อไป แต่กำลังเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจของทุกประเทศ ในขณะที่ประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางอาเซียนจึงมีทั้งโอกาสและความจำเป็นที่ต้องสร้างขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีโดรนของตนเองอย่างเร่งด่วน

“ประเทศไทยอยู่ในจุดเปลี่ยนที่สำคัญ เราเป็นทั้งประเทศเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และกำลังก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัล โดรนคือสะพานที่เชื่อมทั้งสามมิตินั้นเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มผลผลิตภาคเกษตร การสำรวจโครงสร้างพื้นฐาน การขนส่งในพื้นที่ห่างไกล หรือการเฝ้าระวังชายแดน โดรนกำลังกลายเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ไทยต้องพัฒนาขีดความสามารถของตนเองอย่างเร่งด่วน” นายมนู กล่าว

นายมนู กล่าวเพิ่มเติมว่า DronTech Asia 2026 ออกแบบมาให้เป็นมากกว่างานแสดงสินค้า แต่คือเวทีกลางในการกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมโดรนของไทยและภูมิภาค โดยได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานภาครัฐชั้นนำ อาทิ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) กรมวิชาการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (DTI) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) และ World UAV Federation สะท้อนให้เห็นว่าทุกภาคส่วนเห็นพ้องในการผลักดันให้ไทยก้าวสู่ผู้นำด้านเทคโนโลยีโดรนในระดับภูมิภาค

ภายในงาน นอกจากจะมีการจัดแสดงสินค้าด้านเทคโนโลยีโดรนเพื่อการพาณิชย์และการป้องกันประเทศมากกว่า 150 แบรนด์ทั่วโลกแล้ว ยังนำเสนอเวทีสัมมนานานาชาติ (International Seminar) การบรรยายด้านเทคนิค และการสาธิตเทคโนโลยีในสถานการณ์จริง ครอบคลุมทุกมิติตั้งแต่เกษตรอัจฉริยะ โลจิสติกส์ ความมั่นคง ไปจนถึง Future Air Mobility ซึ่งรวมถึงยานพาหนะ eVTOL หรือ อากาศยานไร้คนขับ และระบบการบริหารจัดการน่านฟ้าอัจฉริยะยุคใหม่ โดยคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางธุรกิจจากการจัดงานรวมกว่า 350 ล้านบาท ผ่านการเจรจาธุรกิจ การลงนามความร่วมมือ และการถ่ายทอดเทคโนโลยี และมั่นใจว่าตลอดการจัดงานมีผู้ชมไม่น้อยกว่า 5,000 คน โดยเป็นผู้เข้าร่วมงานระดับมืออาชีพจากภาครัฐ อุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา และหน่วยงานด้านความมั่นคงในอาเซียน

นอกจากนี้ "จีเอ็มแอล" ยังได้เชิญผู้แทนจากภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคประชาสังคม ร่วมเสวนาในหัวข้อ "การเปลี่ยนผ่านนวัตกรรมโดรนสู่เครื่องมือสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจมูลค่าสูงของไทยและความมั่นคงประเทศ" เพื่อตอกย้ำความสำคัญของการจัดงาน DronTech Asia 2026 และสะท้อนให้เห็นว่า "โดรน" ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่คือวาระแห่งชาติที่ทุกภาคส่วนต้องเร่งขับเคลื่อนร่วมกันให้เกิดขึ้นเป็นอย่างรูปธรรม

พล.อ.อ. มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ระบุว่า CAAT ได้เดินหน้าปรับปรุงกฎหมายและระเบียบการบินโดรนอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2567 ได้แก้ไขข้อจำกัดการอนุญาตโดรนขนาดเกิน 25 กิโลกรัม ส่งผลให้โดรนขนาดใหญ่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้อย่างแพร่หลายมากขึ้น พร้อมยกเว้นค่าธรรมเนียมการขึ้นทะเบียนโดรนและผู้บังคับโดรน ซึ่งช่วยผลักดันให้มีผู้ขึ้นทะเบียนสะสมกว่า 60,000 คน ปัจจุบัน CAAT อยู่ระหว่างจัดทำ Drone Master Plan หรือแผนแม่บทโดรนระดับชาติ ที่ครอบคลุมทั้งด้านนโยบาย กฎหมาย การพัฒนาบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัย และความมั่นคง เพื่อเป็น Roadmap ที่ชัดเจนในการผลักดันให้ไทยก้าวสู่น่านฟ้าอัจฉริยะ รองรับทั้งโดรนพาณิชย์และระบบการขนส่งทางอากาศในเมือง (Urban Air Mobility) ในอนาคตอันใกล้

นางสาวยุรวรรณ อนันตนมณี นักวิชาการเกษตรชำนาญการ กลุ่มบริหารศัตรูพืช กรมวิชาการเกษตร กล่าวเสริมว่า Fortune Business Insights คาดการณ์ว่าตลาดโดรนเพื่อการเกษตรทั่วโลกจะเติบโตจาก 6,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 สู่ 23,780 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2575 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 18.5 ต่อปี สะท้อนให้เห็นว่าโดรนกำลังกลายเป็นเครื่องมือหลักในการเกษตรยุคใหม่ทั่วโลก ประเทศไทยในฐานะประเทศเกษตรกรรมชั้นนำจึงจำเป็นต้องเร่งขับเคลื่อนการใช้เทคโนโลยีนี้อย่างจริงจัง โดยภาครัฐได้ส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าถึงและนำโดรนมาใช้ในกระบวนการผลิตผ่านคอร์สฝึกอบรม "ผู้ควบคุมการพ่นวัตถุอันตรายทางการเกษตรด้วยอากาศยาน" เพื่อตั้งเป้าอบรมผู้ควบคุมโดรนพ่นสารจำนวน 5,000 รายทั่วประเทศภายในปี 2570

ดร.ปรีสาร รักวาทิน รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่กลุ่มงานส่งเสริมการประยุกต์ใช้ดิจิทัล สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) กล่าวว่า การผสานโดรนเข้ากับ AI และ Data Platform ไม่เพียงเพิ่มประสิทธิภาพของอุตสาหกรรมเดิม แต่กำลังก่อให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ที่มีมูลค่าสูง ซึ่งไทยจำเป็นต้องคว้าโอกาสนี้ พร้อมเผยมาตรการสนับสนุน Startup และ SME ไทยให้เข้าถึงเทคโนโลยีโดรนได้จริง ผ่านโครงการ “1 ตำบล 1 ดิจิทัล (ชุมชนโดรนใจ)” ซึ่งเป็นโครงการ flagship ของ depa ด้านโดรนเพื่อการเกษตร โดย depa อุดหนุนค่าโดรนร้อยละ 60 ให้แก่ชุมชน ส่งเสริมเฉพาะโดรนที่ผลิตในประเทศไทยและได้รับการรับรองมาตรฐาน dSURE พร้อมอบรมนักบินโดรนและช่างซ่อมบำรุงในชุมชน ตั้งเป้าครอบคลุม 500 ชุมชนทั่วประเทศ พื้นที่เกษตรกรรมกว่า 4 ล้านไร่ และจัดตั้งศูนย์ซ่อมและบริการโดรน 50 แห่งทั่วประเทศ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรเดช ตัญตรัยรัตน์ หัวหน้าหน่วยวิจัยพัฒนาอุตสาหกรรมอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินและระบบอัจฉริยะ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ระบุว่า ในช่วง 3 – 5 ปีที่ผ่านมา งานวิจัยด้านโดรนในไทยพัฒนาก้าวกระโดดอย่างมีนัยสำคัญ โดยผลงานที่เป็นตัวอย่างรูปธรรมที่ชัดเจน ได้แก่ การพัฒนาระบบอากาศยานไร้คนขับแบบปรับทิศแรงขับดัน ที่ผสานความสามารถของโดรนหลายใบพัดและอากาศยานปีกตรึงเข้าด้วยกัน สามารถขึ้นลงแนวดิ่งโดยไม่ต้องใช้รันเวย์ บินได้นานกว่า 3 ชั่วโมง ด้วยความเร็วสูงสุด 100 กม./ชม. เหมาะกับงานลาดตระเวนและสำรวจพื้นที่เสี่ยง รวมถึงแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับบริการเช่าระบบโดรนแบบ Subscription ซึ่งทั้งสองผลงานได้รับการจดทะเบียนสิทธิบัตรแล้ว และ มทส. ได้อนุญาตให้ภาคเอกชนนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์เรียบร้อยแล้ว สะท้อนให้เห็นว่างานวิจัยโดรนไทยไม่ได้หยุดอยู่แค่ในห้องแล็บ แต่พร้อมก้าวสู่อุตสาหกรรมจริงได้แล้ว

นายอัศวิน โรมประเสริฐ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมตอบโต้ภัยพิบัติ (ประเทศไทย) เปิดเผยจากประสบการณ์ภาคสนามว่า นับตั้งแต่เริ่มนำโดรนเข้าสู่ภารกิจค้นหา ช่วยเหลือ และประเมินสถานการณ์ตามแนวชายแดน ทีมปฏิบัติการสามารถเข้าถึงพื้นที่เสี่ยงได้เร็วขึ้น แม่นยำขึ้น และลดความสูญเสียได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมย้ำว่าโดรนในวันนี้ไม่ใช่แค่เครื่องมือภารกิจพลเรือน แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของยุทโธปกรณ์ด้านความมั่นคงที่ประเทศไทยต้องเร่งพัฒนาขีดความสามารถอย่างจริงจัง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
532.jpg

Breaking News

สงครามเดือดไม่หยุด! อิสราเอล-ฮิซบอลเลาะห์ปะทะหนัก ยอดดับเลบานอนทะลุ 3 พันราย

พ่อแม่รับร่างลูกชาย เหยื่อรถไฟชนรถเมล์ จี้รฟท.รื้อระบบเซฟตี้ เผยเพิ่งโทรมาหา-ต่างจาก ขสมก.

สถานทูตจีนเรียกร้องไทยเร่งสอบสวน เหตุคนจีนถูกจับตัวเรียกค่าไถ่ที่สระแก้ว

วิษณุ นุ่นทอง สื่อมืออาชีพ ที่ สุชาติ รู้จักน้อยไป

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved