533.jpg
STM ยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมโดรนตุรกี นำทัพโชว์เทคโนโลยีสุดล้ำในงาน DronTech Asia 2026

STM ยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมโดรนตุรกี นำทัพโชว์เทคโนโลยีสุดล้ำในงาน DronTech Asia 2026

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 10.49 น.

STM ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมโดรนจากตุรกี นำทัพระบบอากาศยานไร้คนขับที่หลากหลาย มาจัดแสดงในงาน DronTech Asia 2026 ระหว่างวันที่ 11–13 พ.ย. 69 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ที่สามารถรองรับทุกภารกิจป้องกันประเทศ พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรม UAV ด้วย AI และระบบอัตโนมัติ ส่งออกกว่า 15 ประเทศ มุ่งสู่ผู้นำเทคโนโลยีไร้คนขับระดับโลก

อุตสาหกรรมอากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aerial Vehicle: UAV) กำลังกลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงด้านความมั่นคง เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์ หลายประเทศเร่งลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อสร้างขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเอง และผลักดันอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้เป็นกลไกสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ


โดยประเทศตุรกี ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับการจับตามองมากที่สุด หลังสามารถยกระดับจากประเทศผู้นำเข้าเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศ สู่การเป็นผู้พัฒนาและผู้ส่งออกระบบอากาศยานไร้คนขับที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยมีบริษัท ซาวุนมา เทกโนโลชีเลรี มิวเฮนดิสลิก เว ทีจาเรต อา.เช. (Savunma Teknolojileri Mühendislik ve Ticaret A.Ş. - STM) เป็นกำลังสำคัญของอุตสาหกรรม ซึ่งมีบทบาทตั้งแต่การออกแบบ วิจัย พัฒนา ผลิต ไปจนถึงการส่งออกเทคโนโลยี UAV ไปยังตลาดโลก ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของ STM ถูกนำไปใช้งานแล้วในกว่า 15 ประเทศทั่วโลก สะท้อนศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมโดรนตุรกีในเวทีโลก

สร้างอุตสาหกรรมจากยุทธศาสตร์พึ่งพาตนเอง

นายเอิซกือร์ กือเลอรือซ (Özgür Güleryüz) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร STM เปิดเผยว่า ความสำเร็จของอุตสาหกรรม UAV ของตุรกีเกิดจากนโยบายการสร้างความพึ่งพาตนเองด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ (Defense Self-Sufficiency) ผ่านการลงทุนด้านวิศวกรรม การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการนำประสบการณ์จากการปฏิบัติการจริงมาปรับปรุงผลิตภัณฑ์อย่างรวดเร็ว ทำให้ระบบอากาศยานไร้คนขับของตุรกีสามารถตอบโจทย์การใช้งานจริงและพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง

โดยจุดแข็งของ UAV จากตุรกี คือ ความคุ้มค่าด้านต้นทุน ประสิทธิภาพในการปฏิบัติภารกิจ ความสามารถในการทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีการรบกวนทางอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนระบบอัตโนมัติที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการปฏิบัติภารกิจ ทั้งด้านการลาดตระเวน การเฝ้าระวัง และการปฏิบัติการทางยุทธวิธี ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ของตุรกีสามารถแข่งขันกับผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกได้

พัฒนาแพลตฟอร์มที่หลากหลาย รองรับทุกภารกิจ
ทั้งนี้ ในปัจจุบัน STM พัฒนาระบบอากาศยานไร้คนขับมากกว่า 13-14 แพลตฟอร์ม ครอบคลุมทั้งโดรนลาดตระเวน โดรนโจมตี และระบบอาวุธบินวนโจมตี (Loitering Munition) ได้แก่ KARGU, TOGAN, ALPAGU, BOYGA, KUZGUN และ TUNGA-X ซึ่งล้วนได้รับการพัฒนาให้รองรับการใช้งานในภารกิจที่หลากหลาย ภายใต้หัวใจสำคัญของการพัฒนา คือ การผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI), Machine Learning และ Computer Vision เข้าไว้ในระบบอากาศยานไร้คนขับ ทำให้ UAV สามารถวางแผนการบินอัตโนมัติ ติดตามเป้าหมาย ปฏิบัติภารกิจแบบฝูง (Swarm) และทำงานได้แม้ในพื้นที่ที่ไม่สามารถใช้สัญญาณ GPS หรือมีการรบกวนระบบสื่อสาร ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีที่กำลังได้รับความสนใจจากอุตสาหกรรมป้องกันประเทศทั่วโลก

ขยายกำลังผลิต รองรับตลาดโลก

นอกจากการพัฒนาเทคโนโลยีแล้ว STM ยังเดินหน้าขยายกำลังการผลิตในระดับอุตสาหกรรม เพื่อรองรับคำสั่งซื้อจากทั้งกองทัพตุรกีและลูกค้าต่างประเทศ พร้อมรักษามาตรฐานคุณภาพระดับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยอีกหนึ่งก้าวสำคัญในปี 2569 คือ การได้รับสัญญาจากประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) และสหภาพยุโรป (EU) เพื่อติดตั้งระบบโดรน KARGU และ ALPAGU บนยานเกราะทางบก ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของตลาดโลกที่มีต่อเทคโนโลยีของ STM และเป็นแรงผลักดันสำคัญต่อการขยายตัวของอุตสาหกรรมโดรนตุรกีในระยะยาว

มุ่งสู่แพลตฟอร์มระบบไร้คนขับครบวงจร

STM มองว่า ทิศทางของอุตสาหกรรมระบบไร้คนขับในอนาคตจะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงอากาศยานไร้คนขับ แต่จะขยายสู่การพัฒนาแพลตฟอร์มแบบบูรณาการ ทั้งระบบไร้คนขับทางอากาศ ผิวน้ำ และใต้น้ำ โดยมี AI ระบบอัตโนมัติ การปฏิบัติการแบบฝูง ความสามารถในการทำงานโดยไม่พึ่งพาระบบนำทางดาวเทียม (GNSS-Independent Navigation) และการทำงานร่วมกันระหว่างกำลังพลกับระบบไร้คนขับ (Manned-Unmanned Teaming) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีในอนาคต

โดยแนวทางดังกล่าวสะท้อนว่า อุตสาหกรรม UAV กำลังพัฒนาไปสู่การเป็นระบบนิเวศของเทคโนโลยีไร้คนขับ (Unmanned Systems Ecosystem) ซึ่งเชื่อมโยงทั้งซอฟต์แวร์ ปัญญาประดิษฐ์ ระบบสื่อสาร และแพลตฟอร์มอากาศยานเข้าไว้ด้วยกัน และจะกลายเป็นอุตสาหกรรมมูลค่าสูงที่สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประเทศผู้พัฒนาเทคโนโลยีในระยะยาว

โชว์ศักยภาพในงาน DronTech Asia 2026

สำหรับในงาน DronTech Asia 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–13 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี STM เตรียมนำระบบอากาศยานไร้คนขับที่ผ่านการใช้งานจริงมาจัดแสดง ได้แก่ KARGU ระบบอาวุธบินวนโจมตีที่รองรับการปฏิบัติการแบบฝูง TOGAN โดรนลาดตระเวนและเฝ้าตรวจที่สามารถปฏิบัติภารกิจได้ทั้งกลางวันและกลางคืน พร้อมระบบ NEST Smart Nesting System สำหรับภารกิจต่อเนื่อง และ BOYGA โดรนปล่อยกระสุนที่ออกแบบสำหรับภารกิจโจมตีเป้าหมายด้วยความแม่นยำสูง

การเข้าร่วมงานครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของตุรกีในฐานะหนึ่งในประเทศผู้นำด้านอุตสาหกรรม UAV ของโลก และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ นักลงทุน และหน่วยงานด้านความมั่นคงจากภูมิภาคเอเชียได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านระบบไร้คนขับ ซึ่งกำลังกลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความมั่นคงของโลกในทศวรรษหน้า

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top