วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
นายอัครินทร์ ประเทืองสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าให้บริการโซลูชันพลังงานครบวงจร โดยมุ่งเน้นการขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ทั้งในไทยและเวียดนาม เพื่อรองรับความต้องการพลังงานสะอาดที่เพิ่มสูงขึ้นในภาคอุตสาหกรรม พร้อมร่วมขับเคลื่อนพันธมิตรธุรกิจเข้าสู่ยุคสังคมคาร์บอนต่ำ (Decarbonization) อย่างยั่งยืน
โดยล่าสุดบริษัทได้ลงนามในสัญญากับบริษัท สหฟาร์ม จำกัด เพื่อดำเนินโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (Solar Farm) ควบคู่กับระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ขนาด 10 เมกะวัตต์ (MW) และระบบกักเก็บพลังงานขนาด 20 เมกะวัตต์-ชั่วโมง (MWh) ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญที่สะท้อนถึงแนวโน้มการใช้พลังงานสะอาดควบคู่เทคโนโลยีบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะในภาคอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับทั้งประสิทธิภาพการใช้พลังงานและเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าในระยะยาว โดยโครงการดังกล่าวมีกำหนดเริ่มดำเนินการติดตั้งในช่วงไตรมาส 2/2569 ทั้งนี้ภายหลังการลงนามในสัญญาจะส่งผลให้กำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ตามสัญญารวมที่บริษัทให้บริการแก่สหฟาร์มเพิ่มขึ้นเป็น 56.47 MW พร้อมระบบ BESS รวม 20 MWh
ดร.จารุวรรณ โชติเทวัญ ประธานสายการตลาดต่างประเทศ ประธานสายบัญชีและการเงิน และเลขานุการคณะกรรมการบริหาร บริษัท สหฟาร์ม จำกัด กล่าวว่า สหฟาร์มเดินหน้าขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจควบคู่กับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้โครงการ Go Green ขององค์กร เพื่อยกระดับกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งความร่วมมือกับ WHAUP เป็นอีกก้าวสำคัญในการนำนวัตกรรมพลังงานสะอาดมาสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ และผลักดันองค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม
โดยโครงการดังกล่าวคาดว่าจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่สหฟาร์มได้เฉลี่ยสูงกว่า 21 ล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 294 ล้านบาท ตลอดอายุสัญญา และหากพิจารณาในระยะยาวตลอดอายุโครงการ 30 ปี จะช่วยลดต้นทุนพลังงานได้สูงถึง 1,647 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการเสริมสร้างเสถียรภาพด้านพลังงานให้แก่สถานประกอบการของสหฟาร์มในจังหวัดลพบุรี พร้อมยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันด้วยการลดต้นทุนการดำเนินงานอย่างเห็นผลเป็นรูปธรรม
น.ส.บุญญาลักษณ์ โชติเทวัญ กรรมการบริษัท สหฟาร์ม จำกัด และบริษัท โกลเด้น ไลน์ บิสซิเนส จำกัด กล่าวว่า โครงการดังกล่าวบนพื้นที่ 65 ไร่ ที่จังหวัดลพบุรี มีความสำคัญต่อการรักษาความต่อเนื่องในการผลิตและการดำเนินงานในระยะยาว ซึ่งไม่เพียงช่วยเสริมเสถียรภาพทางพลังงานให้แก่สถานประกอบการของสหฟาร์มเท่านั้น แต่ยังขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Decarbonization) อย่างเป็นรูปธรรม โดยคาดว่าจะสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้เฉลี่ยสูงถึง 6,696 ตันต่อปี หรือสะสมรวมกว่า 200,900 ตัน ตลอดระยะเวลาโครงการ 30 ปี
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี