วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า(DBD) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการวิเคราะห์สถานการณ์การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือนเมษายน 2569 ว่า มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 6,454 ราย ลดลง 1,134 ราย คิดเป็น 14.94% จากเดือนมีนาคม 2569 ซึ่งอยู่ที่ 7,588 ราย และเพิ่มขึ้น 129 ราย คิดเป็น 2% จากเดือนเมษายน 2568 ซึ่งอยู่ที่ 6,325 ราย ทุนจดทะเบียนตั้งใหม่เดือนเมษายน 2569 อยู่ที่ 22,765 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,265 ล้านบาท คิดเป็น 16.74% จากเดือนมีนาคม 2569 ซึ่งอยู่ที่ 19,500 ล้านบาท และลดลง 9,377 ล้านบาท คิดเป็น 29.17% จากเดือนเมษายน 2568 ซึ่งอยู่ที่ 32,142 ล้านบาท
สำหรับการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ช่วง 4 เดือนของปี 2569 (มกราคม-เมษายน) มีจำนวน 29,679 ราย ลดลง 469 ราย คิดเป็น 1.56% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 30,148 ราย ขณะที่ทุนจดทะเบียนตั้งใหม่ช่วง 4 เดือนของปี 2569 สะสมอยู่ที่ 81,341 ล้านบาท ลดลง 30,721 ล้านบาท คิดเป็น 27.41% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 112,062 ล้านบาท
โดยมี 3 ประเภทธุรกิจที่ขยายตัวอย่างน่าสนใจเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ได้แก่ 1.ธุรกิจขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต 801 ราย เพิ่มขึ้น 274 ราย คิดเป็น 51.99% มูลค่าทุนจดทะเบียน 1,121 ล้านบาท, 2.ธุรกิจบริการอื่นๆ เพื่อสนับสนุนธุรกิจซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่น 333 ราย เพิ่มขึ้น 194 ราย คิดเป็น 139.57% มูลค่าทุนจดทะเบียน 275 ล้านบาท และ 3.ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร 1,408 ราย เพิ่มขึ้น 171 ราย คิดเป็น 13.82% มูลค่าทุนจดทะเบียน 2,335 ล้านบาท
ส่วนการจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการเดือนเมษายน 2569 มีจำนวน 981 ราย ลดลง 130 ราย คิดเป็น 11.70% จากเดือนมีนาคม 2569 ซึ่งอยู่ที่ 1,111 ราย และเพิ่มขึ้น 167 ราย คิดเป็น 20.52% จากเดือนเมษายน 2568 ซึ่งอยู่ที่ 814 ราย ทุนจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการเดือนเมษายน 2569 อยู่ที่ 5,214 ล้านบาท ลดลง 29.52 ล้านบาท คิดเป็น 0.56% จากเดือนมีนาคม 2569 ซึ่งอยู่ที่ 5,244 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 1,083 ล้านบาท คิดเป็น 26.21% จากเดือนเมษายน 2568 ซึ่งอยู่ที่ 4,131 ล้านบาท
ขณะที่การจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการช่วง 4 เดือนของปี 2569 มีจำนวน 4,217 ราย เพิ่มขึ้น 296 ราย คิดเป็น 7.55% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 3,921 ราย ทุนจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการช่วง 4 เดือนของปี 2569 สะสมอยู่ที่ 26,258 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10,268 ล้านบาท คิดเป็น 64.21% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 15,990 ล้านบาท
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เมษายน 2569) พบว่า มีธุรกิจที่จดทะเบียนนิติบุคคลรวมทั้งสิ้น 2,079,756 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 32.29 ล้านล้านบาท โดยมีนิติบุคคลดำเนินกิจการอยู่ 992,420 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 23.79 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น บริษัทจำกัด 792,031 ราย คิดเป็น 79.81% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งหมด ทุนจดทะเบียนรวม 17.70 ล้านล้านบาท ห้างหุ้นส่วนจำกัดและห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล 198,879 ราย คิดเป็น 20.04% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งหมด ทุนจดทะเบียนรวม 0.43 ล้านล้านบาท และบริษัทมหาชนจำกัด 1,510 ราย คิดเป็น 0.15% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งหมด ทุนจดทะเบียนรวม 5.67 ล้านล้านบาท
สำหรับกลุ่มนิติบุคคลที่มีสัดส่วนการจดทะเบียนมากที่สุด คือ กลุ่มบริการ 539,937 ราย ทุนจดทะเบียน 13.92 ล้านล้านบาท รองลงมาคือ กลุ่มค้าส่ง/ค้าปลีก 325,135 ราย ทุนจดทะเบียน 2.65 ล้านล้านบาท และกลุ่มผลิต 127,348 ราย ทุนจดทะเบียน 7.22 ล้านล้านบาท คิดเป็น 54.41% 32.76% และ 12.83% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ ตามลำดับ
นายพูนพงษ์ กล่าวต่อว่า การอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในไทย ภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (เฉพาะธุรกิจที่กำหนดให้ต้องขออนุญาต) เดือนเมษายน 2569 มีจำนวน 91 ราย ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากสหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ และจีน ตามลำดับ สำหรับช่วง 4 เดือนของปี 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในไทย 438 ราย เพิ่มขึ้น 75 ราย คิดเป็น 21% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่มี 363 ราย
โดยประเทศที่เข้ามาลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.สหรัฐอเมริกา 77 ราย คิดเป็น 18% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 5,951 ล้านบาท 2.จีน 65 ราย คิดเป็น 15% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 25,092 ล้านบาท 3.ญี่ปุ่น 65 ราย คิดเป็น 15% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 24,724 ล้านบาท 4.สิงคโปร์ 57 ราย คิดเป็น 13% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 23,575 ล้านบาท และ 5.ฮ่องกง 42 ราย คิดเป็น 10% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 8,066 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 132 ราย คิดเป็น 29% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 41,924 ล้านบาท
ส่วนการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(EEC) ช่วง 4 เดือนของปี 2569 มีจำนวน 134 ราย คิดเป็น 31% ของนักลงทุนต่างชาติในไทย เพิ่มขึ้น 26 ราย คิดเป็น 24% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่มี 108 ราย มูลค่าการลงทุน 49,957 ล้านบาท คิดเป็น 39% ของเงินลงทุนทั้งหมด โดยเป็นนักลงทุนจากจีน 43 ราย ลงทุน 21,095 ล้านบาท ญี่ปุ่น 22 ราย ลงทุน 7,042 ล้านบาท สิงคโปร์ 19 ราย ลงทุน 7,940 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 50 ราย ลงทุน 13,880 ล้านบาท
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี