533.jpg
'พณ.’จับมือ‘สสว.’ติวเข้ม ดันSMEไทยใช้‘IP’สร้างแต้มต่อธุรกิจ

'พณ.’จับมือ‘สสว.’ติวเข้ม ดันSMEไทยใช้‘IP’สร้างแต้มต่อธุรกิจ

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.05 น.

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา (DIP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯได้ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) คิกออฟโครงการ “SME ไทย เพิ่มมูลค่าได้ด้วย IP” เนื่องจากเห็นว่าทรัพย์สินทางปัญญา (IP) มีบทบาทสำคัญในการสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าและบริการ ทั้งเรื่องการสร้างแบรนด์ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การพัฒนานวัตกรรม เพื่อสร้างจุดแข็งให้กับสินค้าและบริการ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดและผู้บริโภค เพิ่มความน่าเชื่อถือ และต่อยอดโอกาสทางการค้าได้มากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของ SME ไทย

โดยโครงการนี้จะส่งเสริมให้ SME ไทยมีการสร้างสรรค์ คุ้มครอง IP และสามารถนำ IP มาใช้สร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการนำเครื่องหมายการค้า ซึ่งเป็น IP ที่สำคัญมาใช้ในการสร้างแบรนด์และความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ และการผลักดันให้สินค้าที่ได้มีแบรนด์ สามารถสร้างรายได้และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับ SME ผู้เป็นเจ้าของได้อย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการ SMEs ผ่านการยกระดับศักยภาพการแข่งขันด้วย IP


สำหรับจุดเด่นของโครงการ คือ การพัฒนาผู้ประกอบการ SME แบบครบวงจร ผ่านกิจกรรมหลัก ได้แก่ 1.จัดอบรมให้ความรู้ผู้ประกอบการ SME มากกว่า 300 กิจการทั่วไทย ในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2569 ใน 6 ภูมิภาค คือ กรุงเทพฯและปริมณฑล ราชบุรี ชลบุรี เชียงใหม่ สงขลา และขอนแก่น ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญด้านเศรษฐกิจและมีผู้ประกอบการ SME จำนวนมาก ให้ได้รับการพัฒนาศักยภาพด้าน IP อย่างครบวงจร ทั้งการอบรมส่งเสริมความรู้ด้าน IP การตลาด และการสร้างแบรนด์ ตลอดจนให้คำปรึกษาเชิงลึกแบบตัวต่อตัวและให้คำแนะนำการออกแบบโลโก้และสร้างแบรนด์ ให้สามารถจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้อย่างถูกต้อง โดยเริ่มต้นที่จังหวัดราชบุรีและกรุงเทพฯในช่วงเดือนมิถุนายน 2569

2.ผู้ประกอบการ 300 คนแรกที่เข้าร่วมโครงการ จะได้รับการสนับสนุนค่าธรรมเนียมการยื่นคำขอจดทะเบียน IP สูงสุด 3,000 บาท เพื่อช่วยลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงระบบคุ้มครอง IP ได้มากขึ้น ได้รับการคุ้มครองเครื่องหมายการค้าตามกฎหมายและในระยะเวลาที่รวดเร็วทันใช้งาน โดยกรมฯได้จัดให้มีบริการ Fast Track เร่งรัดการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่มีความจำเป็นต้องนำเครื่องหมายการค้าไปใช้อย่างเร่งด่วน ซึ่งจะทราบผลการพิจารณาภายใน 3 เดือนนับจากวันที่ยื่นคำขอ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการได้รับความคุ้มครองเครื่องหมายการค้าอย่างรวดเร็ว สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ และต่อยอดสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3.เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการ 150 รายที่เข้าร่วมโครงการ ได้นำสินค้าและบริการมาจำหน่าย พร้อมขยายโอกาสทางธุรกิจ เชื่อมโยงจับคู่การเจรจาธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างผู้ประกอบการ SME กับผู้ซื้อจากภาคธุรกิจต่างๆ เช่น โมเดิร์นเทรด ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าส่งค้าปลีก และผู้ผลิต เพื่อให้เกิดการซื้อขายสร้างรายได้จริง ผ่านงานแฟร์ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 4-6 กันยายน 2569 ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวสเกต โดยตั้งเป้าสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมไม่ต่ำกว่า 15 ล้านบาท ทั้งนี้ผู้ประกอบการ SME ที่สนใจ สามารถศึกษารายละเอียดและสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่ https://qr.ipthailand.go.th/NJs2S8Tr โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02 547 4664 

“ปัจจุบัน SME ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยทั้งประเทศมี SME กว่า 3.28 ล้านราย คิดเป็น 99.5% ของวิสาหกิจทั้งหมด แต่สัดส่วนการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของ SME ในปัจจุบันมีเพียง 34.95% ของ GDP หรือประมาณ 1.72 ล้านล้านบาท สะท้อนข้อจำกัดของ SME ในการเข้าถึงตลาดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ จึงต้องมีการติดอาวุธและสร้างความแข็งแกร่งให้ SME เพื่อให้สามารถเพิ่มส่วนแบ่งของ SME ในมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศให้เพิ่มขึ้น”นางอรมน กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top